“พุทธศาสนูปถัมภก” คือส่วนหนึ่งของการปกครองแผ่นดินโดยธรรม
เพราะคำว่า "ธรรม" มีความหมายกว้างขวาง เป็นความจริงในธรรมชาติที่พระพุทธเจ้าค้นพบ หลักธรรมในพระพุทธศาสนาจึงเป็นสากล เพราะเป็นจริง พระพุทธศาสนาจึงเป็นที่รักของคนทั้งโลก ดังที่วันวิสาขบูชา วันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ก็เป็นวันสันติภาพโลกไปแล้ว เพราะใครๆ ต่างก็ปรารถนาจะมีสันติให้ปรากฎที่ใจ ใครๆ ก็อยากจะเข้าถึงรสพระธรรม คือความร่มเย็นแห่งใจ เพราะธรรม คือน้ำทิพย์แห่งความเมตตา กรุณา และปัญญา ...จึงขออัญเชิญมธุรสทิพย์แห่งองค์พระมหากษัตริย์มาประดิษฐานไว้ในใจและขออธิบายในมุมของพสกนิกรเล็กๆ คนหนึ่งที่ตั้งใจเขียนเรื่องนี้เล่าให้แม่ฟัง...
เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒...
เบื้องหลังการปฏิบัติธรรมที่สัมฤทธิ์ผล รำลึก ๓ ปี แห่งการละขันธ์ ท่านศาสตราจารย์ คุณรัญจวน อินทรกำแหง
ท่านพระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าหนองไผ่ จังหวัดสกลนคร
เบื้องหลังการปฏิบัติธรรมที่สัมฤทธิ์ผล
รำลึก ๓ ปี แห่งการละขันธ์
กล้วยต้มกลางพายุ : หมอนไม้
กล้วยต้มกลางพายุ โดยหมอนไม้
ในวันเลือกตั้งที่ผ่านมา ผู้เขียนออกไปทำหน้าที่พลเมืองแต่เช้าที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน
หลังแปดโมงเล็กน้อย ก็เป็นที่น่ายินดีว่า
มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจนต้องต่อคิวกันแล้ว ใช้เวลาไม่นานนักก็กลับบ้าน เพราะทำตามขั้นตอนทุกอย่าง
ตั้งแต่การตรวจดูสิทธิ์ของตนก่อนหน้า และดูหมายเลขที่จะไปใช้สิทธิ์เรียบร้อยเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วไม่รบกวนเวลาของคนที่ต่อแถวมาติดๆ
จะว่าไปการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าเราไม่หวังผล ก็ได้เรียนรู้อะไรมากทีเดียว
อย่างน้อยก็เรื่อง “สิทธิพื้นฐาน” ที่ทุกคนมีเสมอกัน
การศึกษานโยบายพรรคให้ละเอียดด้วยตนเอง
จะนำไปสู่การเลือกพรรคและสมาชิกพรรคได้อย่างที่สามารถเป็นตัวแทนให้เราได้ แม้ว่า
เขาคนนั้น หรือ พรรคนั้น อาจไม่ได้รับคะแนนเสียงมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล หรือ
แม้แต้เสียงที่เราเลือกให้ไปก็อาจไม่พอที่จะเป็นหนึ่งในส.ส.ที่จะเข้าไปทำงานในสภาด้วยซ้ำ
แต่นั่น ก็คือ การเรียนรู้ที่จะใช้สิทธิ์ของตนอย่างชอบธรรม จะเรียกว่าการใช้สิทธิ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตอย่างเป็นผู้เลือกก็ย่อมได้
และเป็นการเรียนรู้สำคัญในการ “เลือก”...
ระฆังใบจิ๋ว : หมอนไม้
ระฆังใบจิ๋ว
เด็กๆ สงสัยกันใหญ่ว่า นี้คืออะไร
ฉันให้ทาย
เด็กบางคนก็ว่า “ครก” มั๊ง
...
ความเงียบที่เสียงดัง โดย หมอนไม้
ความเงียบที่เสียงดัง
โดย หมอนไม้
ตั้งแต่ไลน์ระบาด หลังเฟซบุ๊คเกิดขึ้นมาหลายปี...ฉันรู้สึกว่า โลกมันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนมากขึ้น รอบๆ ตัวเงียบมากขึ้น บนรถเมล์ แทบจะไม่มีเสียงคุยกัน สมัยเมื่อไม่นานมานี้ เสียงโทรศัพท์ยังดังกระหึ่ม จนโชเฟอร์มีติดป้ายประกาศว่า ห้ามคุยโทรศัพท์เสียงดัง หรือห้ามคุยกันเกิน 5 นาทีเป็นต้น เพราะจะทำให้คนขับรถไม่มีสมาธิ
แต่จากยุคโทรกระหน่ำผ่านไป ตอนนี้ โลกกลับเงียบเชียบ ไม่ว่าไปที่ไหน ฉันเห็นคนก้มหน้าก้มตาจ้องดูสมาร์ทโฟนของตัวเองแทบจะตลอดเวลา และเมื่อเวลาเงยหน้าขึ้น ต่างก็เดินไปทำภารกิจของตนเอง ไม่มีใครสนใจใคร นั่นคือ ชีวิตของผู้คนในพ.ศ.นี้?
แต่ขณะเดียวกัน ในความเงียบ กลับมีเสียงดังอึกทึก สรวลเสเฮฮา ดังระเบิดเถิดเทิงในสังคมออนไลน์ แทบทุกฝีก้าวของคนๆ หนึ่งที่ไม่ยิ้ม ไม่พูดคุยกับผู้คนรอบข้าง กลับมีเรื่องราวน่ารัก...











