
และ บันทึกว่าด้วยคดีความพระเถระวัดสระเกศ
หนังสือ ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร)
และ บันทึกว่าด้วยคดีความพระเถระวัดสระเกศ
จัดพิมพ์ในวาระครบ ๑ รอบนักษัตร ๑๒ ปีแห่งการถึงมรณภาพ ของหลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๙
จัดพิมพ์ โดย : คณะศิษยานุศิษย์ในเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) และ คณะศิษยานุศิษย์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร

ความจริงจากใจ : นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในนามคณะศิษยานุศิษย์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร

ก่อนจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ต้องผจญกับพญามารและเสนามารที่เข้ามาราวีขัดขวาง หมายมั่นที่จะบั่นรอนชีวิตให้ม้วยมรณ์เพื่อไม่ให้บรรลุถึงพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ แต่พระพุทธองค์ทรงใช้พระปัญญาธิคุณ ถือเอาความจริงเป็นสัจจะอธิษฐานบารมี นำพระแม่ธรณีมาเป็นสักขีพยานต่อความจริง แล้วทรงใช้พระขันติธรรมอย่างสูงยิ่ง ทรงเอาชนะพญามารและเสนามาร จึงได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระพุทธเจ้า แล้วทรงนำคำสั่งสอนออกเผยแผ่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบมาจนถึงปัจจุบัน
นับตั้งแต่ข้าพเจ้าได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งอยู่ในช่วงปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ ถึง ๒๕๖๐ เป็นเหตุทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าไปติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินของพระอารามต่าง ๆ ที่รับอุดหนุนมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งได้กระทำต่อเนื่องกันมาทุกปี
หากจะกล่าวสำหรับวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ตามที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินในส่วนเงินอุดหนุนดังกล่าวนี้ โดยละเอียดแล้วเห็นว่า เป็นการใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างตรงไปตรงมาด้วยความสุจริตในการดำเนินการด้านต่าง ๆ โดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ

จวบจนกระทั่งเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ ได้มีกลุ่มบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีต่อวงการพระพุทธศาสนารวมตัวกันให้ร้ายป้ายสีพระสงฆ์ตามพระอารามต่าง ๆ ด้วยการกล่าวหาอันเป็นเท็จเพื่อจะนำไปสู่การตั้งข้อกล่าวหาโดยใช้พนักงานสอบสวน (เจ้าหน้าที่ตำรวจ) เข้ามาทำการจับกุมและประสงค์จะให้เป็นข่าวอื้อฉาวโดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือการ จับสึก

แต่ปรากฏว่า พระเถระที่ถูกกระทำการดังกล่าวนี้ ได้เอาความจริงเข้าต่อสู้ จนสามารถพิสูจน์ความสุจริตได้ จากคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลยุติธรรม แต่สิ่งที่เกิดความสะเทือนใจไปยังพุทธศาสนิกชน ก็คือ การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อ้างว่าเป็นพนักงานสอบสวนได้จงใจละเมิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๙ วรรคสอง อย่างโจ่งแจ้ง และยังได้กระทำการอันขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕ วรรคแรก อย่างน่าละอายที่สุด ถึงกับมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในยุคนั้น ได้ตั้งกระทู้ถาม ถามนายกรัฐมนตรี และกระทู้ถามดังกล่าวนี้ นายกรัฐมนตรีไม่สามารถตอบกระทู้ถามนี้ได้ จนสิ้นวาระความเป็นรัฐบาลชุดนั้น

อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าขอเรียนยืนยันว่า
ยังมีความจริงอีกหลายประการ
ที่ข้าพเจ้ามิอาจจะนำเสนอได้ในคราวเดียวกันนี้
แต่จะขอสงวนสิทธิ์ว่า คงจะมีสักวันหนึ่งที่จะได้มีโอกาสนำเสนอความจริงที่จะทำให้ปรากฏโฉมหน้าของกลุ่มขบวนการไม่ประสงค์ดีต่อพระพุทธศาสนา ให้พุทธศาสนิกชนได้รับรู้รับทราบกันต่อไปในอนาคต

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเครื่องสะท้อนความจริงบางส่วนที่บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาในห้วงเวลาหนึ่ง

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงได้กราบนมัสการขออนุญาตต่อพระเถระทุกรูปนำเหตุการณ์ที่ได้บันทึกไว้ในช่วงเวลาของการพิสูจน์ความสุจริตให้เป็นที่ประจักษ์ซึ่งนับว่าเป็นพยานเอกสารทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่งที่ชาวพุทธทั้งหลายจะต้องจดจำไว้อย่างมิลืมเลือน อันจะเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายจำเป็นต้องตระหนักถึงความไม่ประมาทในทุกมิติอย่างรอบด้าน

ในนามคณะศิษยานุศิษย์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
(นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส)
อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
ในนามคณะศิษยานุศิษย์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร

และ บันทึกว่าด้วยคดีความพระเถระวัดสระเกศ
จัดพิมพ์ในวาระครบ ๑ รอบนักษัตร ๑๒ ปีแห่งการถึงมรณภาพ
ของหลวงพ่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร)
๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๙
ความจริงจากใจ : นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส จากหนังสือ ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) และ บันทึกว่าด้วยคดีความพระเถระวัดสระเกศ (๓)










