









ผ่านไปแล้ว สำหรับงาน “มหาสงกรานต์ มหาสมัย ไทยเย็นฉ่ำ” ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร “ภูเขาทอง” ตั้งแต่วันที่ ๑๐ – ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

บันทึก พิธีเจริญพระพุทธมนต์ “มหาสมัยสูตร” ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๗.๐๐ น. -๑๙.๐๐ น. วิดีโอ | Facebook





ในวันที่ ๑๕ เมษายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงานปีใหม่ของทุกปี วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ได้จัด “พิธีเจริญพระพุทธมนต์มหาสมัยสูตร” เป็นประจำทุกปี






พิธีเจริญพระพุทธมนต์มหาสมัยสูตร”
วันพุธที่ ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น.


พระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานในการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์มหาสมัยสูตร ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร








โดย ๔ พระเถระคณาจารย์ที่นั่งปรกอธิษฐานจิตนั้น ประกอบด้วย พระเทพปฏิภาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, พระราชวชิรธรรมสุนทร เจ้าคณะเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย – ปทุมวัน เจ้าอาวาสวัดสุนทรธรรมทาน, พระโสภณวิริยาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร และ พระอาจารย์ธัมมโสภณะ ประเทศเนปาล



ความเป็นมาและอานุภาพ “มหาสมัยสูตร” พระพุทธมนต์เหนือยุคสมัย



มหาสมัยสูตร เป็นพระสูตรว่าด้วยสมัยเป็นที่ประชุมใหญ่ของเหล่าเทพ ในยุคของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ จะมีการประชุมใหญ่ของเหล่าเทวดาทั้งหลายเช่นนี้เพียงครั้งเดียว เทวดาทั้งหลายจึงพากันคิดว่า พวกเราจะฟังพระสูตรนี้ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงมหาสมัยสูตรจบ เทวดาจำนวนหนึ่งแสนโกฏิได้บรรลุพระอรหัต พระสูตรนี้จึงเป็นที่รักที่ชอบใจของพวกเทวดา



เทวดาทั้งหลายต่างก็คิดว่าเป็นพระสูตรของตน เมื่อสวดพระสูตรนี้จะทำให้เหล่าเทวดาทั้งหลายประชุมกัน เมื่อเทวดาประชุมกัน ก็จะทำให้สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายถอยห่างออกไป เป็นการป้องกันสิ่งที่ไม่ดี ไม่ให้เข้ามาใกล้ตัวเรานั่นเอง



ก่อนหน้าที่คนไทยกำหนดเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ พิธีสวดมหาสมัยเป็นพิธีสวดมนต์ใหญ่ประจำปี เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ของคนไทย ถือว่าเป็นพิธีที่สำคัญที่ทางบ้านเมืองจะต้องร่วมกันจัดขึ้นเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล และเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ สำหรับประชาชนในท้องถิ่น พอถึงวันสงกรานต์ ต่างก็จัดให้มีพิธีสวดมหาสมัยขึ้นในหมุ่บ้านหรือชุมชนของตนเช่นกัน แตกต่างกันไปตามความนิยมของที่นั้นๆ นอกจากนั้น เมื่อถึงฤดูฝนใหม่ ก่อนจะลงนาหว่านไถ คนไทยยังนิยมพระมาสวดมหาสมัยสูตร เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนลงมือหว่านไถในฤดูกาลใหม่อีกด้วย


พิธีเจริญพระพุทธมนต์มหาสมัยสูตรที่วัดสระเกศ สืบเนื่องมาตั้งแต่เริ่มสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็น สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เสกน้ำพระพุทธมนต์ เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน ที่บริเวณสระน้ำวัดสะแก ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดสระเกศในปัจจุบัน

จากนั้นจึงประกอบพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก ก่อนปราบดาภิเษก ขึ้นครองราชย์ผ่านพิภพเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ภายหลังเมื่อพระองค์ได้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์แล้ว ทรงเปลี่ยนนาม “วัดสะแก” เป็น “วัดสระเกศ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติให้ต้องตามสถานที่ที่พระองค์ประกอบพิธีมูรธาภิเษก วัดสระเกศจึงถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และราชวงศ์จักรี




คณะสงฆ์วัดสระเกศได้ยึดถือและรักษาประเพณีการเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อประกอบพิธีทำน้ำพระพุทธมนต์ในวาระที่สำคัญ ตามพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ สืบต่อมา




ครั้นถึง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดให้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ มหาสมัยสูตรขึ้น โดยโปรดให้ประกอบพิธี ณ พระวิหารพระอัฏฐารส วัดสระเกศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันเป็นเทศกาลปีใหม่ ตามธรรมเนียมโบราณของชาวไทย เพื่อนำน้ำพระพุทธมนต์ไปแจกจ่ายให้พุทธศาสนิกชนนำไปประพรมบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ตลอดจนการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่ออวยชัยให้เกิดสิริมงคลแก่กันและกัน มีความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป



มหาสมัยสูตร คือ พระสูตรขนาดยาวในพระไตรปิฎกที่กล่าวถึงการประชุมครั้งใหญ่ของเหล่าเทวดาและพรหม เพื่อเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ณ ป่ามหาวัน และมีบทบาทสำคัญในการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์รับปีใหม่ไทยที่วัดสระเกศ โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) เป็นผู้พลิกฟื้นประเพณีการสวดมหาสมัยสูตรขึ้นมาอีกครั้ง

ประวัติและความสำคัญ

เนื้อหาของมหาสมัยสูตร
พระสูตรนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ การประชุมครั้งใหญ่ของเหล่าเทวดาครั้งสำคัญในสมัยของพระพุทธเจ้า ขณะที่พระพุทธองค์ประทับที่ ป่ามหาวัน ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ พร้อมพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์


เทพชั้นสุทธาวาส ๔ องค์ ตระหนักว่าเทวดาจาก ๑๐ โลกธาตุ มาจะประชุมเพื่อเข้าเฝ้า จึงเข้าร่วมและกล่าวคาถาสรรเสริญ พระพุทธองค์ทรงประกาศชื่อและลำดับเทวดา รวมถึงยักษ์ นาค คนธรรพ์ อสูร และพรหม โดยละเอียด


ส่วนหนึ่งของพระสูตรเน้น ผู้ที่ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะจะไม่ไปสู่อบายภูมิ และเทวดาที่มาฟังพระสูตรจะบรรลุพระอรหัต




อานุภาพและประเพณีการสวด
มหาสมัยสูตรเป็นพระสูตรสำคัญที่รวม ประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา เทวดา และพิธีการอันเป็นสิริมงคล การสวดมหาสมัยสูตร ไม่เพียงสร้างความร่มเย็นแก่ผู้สวดและสถานที่ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นประเพณีการสวดมนต์รับปีใหม่ไทย ตามวัดสระเกศจนถึงปัจจุบัน ถือเป็น พระพุทธมนต์มหามงคลที่เหล่าเทวดาและประชาชนร่วมสวดเพื่อความสุขและความเจริญ


เปิดตำนาน “มหาสมัยสูตร” สุดยอดพระพุทธมนต์รับปีใหม่ไทย และปฐมบทการชุมนุมครั้งใหญ่ของเหล่าเทวดา ณ วัดสระเกศ
เมื่อก้าวย่างเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี ฤดูร้อนของเมืองไทย มักคลายร้อนด้วยสายน้ำแห่งเทศกาลสงกรานต์ แต่นอกจากความสนุกสนานรื่นเริงแล้ว ในมิติของความเชื่อและศรัทธา วันปีใหม่ไทยยังมาพร้อมกับพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ นั่นคือ “พิธีเจริญพระพุทธมนต์มหาสมัยสูตร” บทสวดที่เชื่อกันว่า เป็นที่รักยิ่งของเหล่าเทวดา


“มหาสมัยสูตร” ไม่ใช่บทสวดมนต์ที่จะได้ยินกันบ่อย ๆ ในงานบุญทั่วไป เนื่องจากเป็นพระสูตรขนาดยาว จึงไม่นิยมนำมาสวด แต่จะถูกนำมาใช้เฉพาะในวาระสำคัญระดับบ้านเมือง หรือการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ



ความเชื่อที่ฝังรากลึกในสังคมไทย คือ พระสูตรนี้เป็นบทที่รวบรวมรายนามของเทวดา พรหม ยักษ์ และนาค จากทั้ง ๑๐ โลกธาตุ เมื่อใดที่เสียงสวดมหาสมัยสูตรดังกังวานขึ้น เหล่าเทวดาจะพากันมาชุมนุมเพื่อฟังธรรม และเมื่อทวยเทพผู้สร้างบารมีมารวมตัวกัน พลังแห่งความดีงามนั้นก็จะช่วยดันสิ่งอัปมงคล เสนียดจัญไร และภัยอันตรายต่าง ๆ ให้ถอยร่นออกไป เกิดเป็นความร่มเย็นเป็นสุขแก่สถานที่นั้น ๆ


หากย้อนกลับไปถึงจุดกำเนิด พระสูตรนี้มีที่มาที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน
เรื่องราวเริ่มต้นจากความขัดแย้งของพระญาติสองฝั่งของพระพุทธเจ้า คือ พระญาติฝั่งพระพุทธบิดากับฝั่งพระพุทธมารดา (ศากยะและโกลิยะ) ที่ทะเลาะกันเพื่อแย่งน้ำในแม่น้ำโรหิณีไปทำนาจนเกือบเกิดสงครามเลือด พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปห้ามทัพและแสดงธรรมจนทั้งสองฝ่ายได้สติ นำมาสู่การถวายราชกุมารรวม ๕๐๐ องค์ให้ออกบวช


เมื่อพระบวชใหม่ทั้ง ๕๐๐ รูปได้ไปจำพรรษาที่ป่ามหาวันและบรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมกันทั้งหมด ข่าวนี้ได้สะเทือนไปถึงสวรรค์ เหล่าเทวดาทุกชั้นฟ้าจึงเกิดการรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์เพื่อลงมาเข้าเฝ้าชื่นชมบารมีของเหล่าพระอรหันต์ พระพุทธองค์จึงทรงแสดง “มหาสมัยสูตร” (ซึ่งแปลว่า การประชุมใหญ่) เพื่อประกาศรายนามเทวดาแต่ละกลุ่ม พร้อมกับขับไล่ “เสนามาร” ที่ลอบแฝงตัวมาในการชุมนุม


สำหรับประเทศไทย พิธีสวดมหาสมัยสูตรมีความผูกพันกับหน้าประวัติศาสตร์การสร้างบ้านเมืองอย่างลึกซึ้ง บอกเล่าสืบต่อกันมาในวัดสระเกศ

ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ก่อนการปราบดาภิเษก พระองค์โปรดให้จัดพิธีสวดบทนี้ที่บริเวณสระน้ำวัดสะแก (ปัจจุบัน คือ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) ยาวนานถึง ๓ วัน ๓ คืน นัยว่า เพื่อให้เหล่าเทวดาได้มาชุมนุมใหญ่ในเหตุการณ์สำคัญ



ครั้นต่อมา ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ทรงฟื้นฟูพิธีนี้ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์แจกจ่ายให้ราษฎรนำไปประพรมเรือกสวนไร่นาและบ้านเรือนก่อนลงมือหว่านไถในฤดูกาลใหม่



ในปัจจุบัน หากอยากสัมผัสความขลังของพิธีโบราณ ทางวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ยังคงจัดพิธีสวดมหาสมัยสูตรขึ้นเป็นประจำในวันที่ ๑๕ เมษายน ของทุก ๆ ปี ซึ่งตรงกับ “วันเถลิงศก” หรือวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เพื่อมอบสิริมงคลให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน


ต้นธารแห่ง “สวดมนต์ข้ามปี”






แม้ในยุคต่อมา ประเทศไทยจะเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ ๑ มกราคม ตามแบบสากล ทำให้การสวดมหาสมัยในช่วงสงกรานต์ของชุมชนทั่วไปลดน้อยลงไป แต่คติความเชื่ออันงดงามที่ว่า “การสวดมนต์รับปีใหม่ นำมาซึ่งความร่มเย็น” ไม่ได้หายไปไหน ทว่าได้ถูกนำมาประยุกต์และต่อยอด จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี” ในคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ที่มีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมนับล้านคนทั่วประเทศในปัจจุบัน โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
พิธีสวดมหาสมัยสูตร จึงเป็นพิธีโบราณที่มีสายใยที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และการหลอมรวมจิตใจของคนไทยเข้าไว้ด้วยกัน ในทุกๆ การเริ่มต้นใหม่ของชีวิต











บันทึก พิธีเจริญพระพุทธมนต์ “มหาสมัยสูตร” ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๗.๐๐ น. -๑๙.๐๐ น. วิดีโอ | Facebook









