

หมายเหตุ ภาพประกอบ จากโครงการบรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร “ฮ่องธรรม ฮ่องคำอิสาน : ฝึกฝนกาย พัฒนาจิตใจ สร้างบุญบารมี” โครงการบรรพชาสามเณรฤดูร้อน ๓๑ มีนาคม – ๑๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ ปีที่ ๑ ณ พุทธสถานฮ่องธรรม ตำบล ทุ่งไชย อำเภอ อุทุมพรพิสัย จังหวัด ศรีสะเกษ

วันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ นี้ เป็นจุดเริ่มต้นของ “โครงการบรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร ทศชาติปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ปีที่ ๒ ณ พุทธสถานฮ่องธรรม บ้านโนนแดงโนนม่วง ตำบล ทุ่งไชย อำเภอ อุทุมพรพิสัย จังหวัด ศรีสะเกษ

ซึ่งจะเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ ๒๖ เดือนมีนาคม ถึงวันที่ ๒๐ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ อันเป็นโครงการต่อเนื่องจากปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ โดยโครงการมีวัตถุประสงค์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อการอนุรักษ์ สืบสาน พุทธประเพณีศิลปะวัฒนธรรมอันดีงาม และการศึกษาเรียนรู้ ๑๐ ปณิธานพระมหาบุรุษ จากหนังสือ ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ฉบับ ญาณวชิระ


อีกทั้งเป็นการอบรมเรียนรู้ทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการพัฒนาจิต ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง โดยยึดหลักไตรสิกขา อันมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ

โดยมีจุดประสงค์คือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ตามมติมหาเถรสมาคม ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๘ /๒๕๖๗ คราวประชุมเมื่อวันที่ ๒๐ เดือนมีนาคม พ.ศ ๒๕๖๗ และเฉลิมพระเกียรติแด่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เพื่อเรียนรู้รูปแบบแห่งการสร้างอุปนิสัยแห่งมหาบุรุษ ๑๐ ประการ จากหนังสือทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษ ไม่เปลี่ยนแปลง ฉบับ ญาณวชิระ

เพื่อปลูกจิตสำนึกที่ดีในการเป็นพลเมืองที่ดี และการดำรงตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ด้วยการเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และนำมาใช้ในการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข

เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่มีความสนใจในการตอบแทนบุญคุณบุพการี ได้ฝึกฝนขัดเกลา พัฒนากายและจิตใจ ให้มีความอดทน วิริยะพากเพียร สร้างเป้าหมายที่ดีในชีวิต อย่างถูกต้องเหมาะสม

เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่งเสริมการสร้างศาสนทายาท สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา

๕.๗ เพื่อปฏิบัติบูชาอาจริยาจารย์ น้อมถวายมุทิตาแด่ พระพรหมสิทธิ ,พระศรีคุณาภรณ์ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๔๑ ตอนที่ ๑๙ ข วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๗ และตามประกาศ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๔๑ ตอนที่ ๗๙ ข วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ น้อมถวายมุทิตาแด่ พระราชอุปเสนาภรณ์ , พระราชกิจจาภรณ์,

สำหรับ สถานที่ดำเนินการ ที่ พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอีสาน ตำบล ทุ่งไชย อำเภอ อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ๓๓๑๒๐

วันที่จัดทำโครงการ ๒๖ มีนาคม – ๒๐ เมษายน ๒๕๖๙

ด้วยสังคมไทยในอดีต ได้รับการกล่อมเกลาทางศีลธรรมจากการมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว ชุมชน วัด อิทธิพลจากวิถีชีวิต สภาพแวดล้อม และระบบความสัมพันธ์ประเพณีเป็นสิ่งที่พุทธศาสนาให้ความสำคัญอย่างมาก


พระพุทธองค์จึงทรงจัดตั้งคณะสงฆ์และบัญญัติวินัยขึ้นมา คณะสงฆ์ก็คือสภาพแวดล้อมที่จะช่วยกล่อมเกลาภิกษุ ส่วนวินัยก็คือสิ่งที่มากำกับวิถีชีวิต สภาพแวดล้อม และระบบความสัมพันธ์ระหว่างภิกษุในหมู่สงฆ์ เป็นไปในทางที่ดีงาม ก่อให้เกิดวัฒนธรรมที่เกื้อกูลต่อความเจริญงอกงามทางธรรม ที่เป็นรากฐานของศีลธรรมระดับวัฒนธรรม เป็นแต่ว่ามีขอบเขตเฉพาะในหมู่สงฆ์เท่านั้น

วินัยที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติแก่คณะสงฆ์ เป็นแบบอย่างของการวางระเบียบชีวิตและระบบสังคมเพื่อให้เอื้อต่อความเจริญงอกงามของธรรมในระดับบุคคล สำหรับศีลธรรมของผู้คนในสังคมวงกว้างนั้น ก็ต้องการระบบสังคมที่เกื้อกูลเช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญในการช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนา สู่วงกว้างอย่างเป็นระบบนั้นคือ สาวก ซึ่งเป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา ที่ต้องมีความรู้ จากการศึกษาพระธรรมวินัย และเรียนรู้การปฎิบัติที่ชัดเจนถูกต้อง และเรียกบุคคลเหล่านั้นว่า พุทธศากยบุตร

ปัจจุบันการบวชในพระพุทธศาสนามี ๒ แบบ คือ บวชเป็นสามเณรเรียกว่า “บรรพชา” และบวชเป็นพระภิกษุเรียกว่า “อุปสมบท” บรรพชา แปลว่า การบวช อรรถกถากล่าวว่า บรรพชา ชื่อว่า ปลอดโปร่ง และไม่มีความห่วงใยซึ่งตรงข้ามกับชีวิตของฆราวาส ที่เป็นทางคับแคบไม่ปลอดโปร่งต่อการสร้างบารมีเพื่อกำจัดกิเลสไปสู่อายตนนิพพาน อุปสมบท แปลว่า การเข้าถึง หมายถึง การบวชเป็นพระภิกษุและภิกษุณี

ในยุคต้นของพระพุทธศาสนาพระสาวกทุกรูปล้วนเป็นพระภิกษุไม่มีพระสาวกที่เป็นสามเณร เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงผนวชนั้นเรียกว่า เสด็จออกบรรพชา ต่อมาในภายหลังมีพุทธานุญาตให้มีการบวช เป็นสามเณร และให้ใช้คำว่า บรรพชาสำหรับการบวชเป็นสามเณร และใช้คำว่า อุปสมบทสำหรับการบวชเป็นพระภิกษุ

สามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนา คือสามเณรราหุล ท่านได้รับพุทธานุญาตให้บวช เมื่อครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จกลับกรุงกบิลพัสดุ์เป็นครั้งแรก เพื่อแสดงธรรมโปรดพระพุทธบิดาและพระประยูรญาติ ครั้งนั้นพระนางพิมพาทรงแนะให้ราหุลกุมารไปทูลขอสมบัติจากพระพุทธองค์ อันเป็นขุมทรัพย์คู่บุญที่เกิดขึ้นพร้อมกับการประสูติของพระองค์

พระพุทธองค์ทรงดำริว่า “กุมารนี้อยากได้ทรัพย์อันเป็นสมบัติของบิดา ทรัพย์นั้นไปตามวัฏฏะ มีความคับแคบ ช่างเถิด เราจักให้อริยทรัพย์ ๗ ประการ อันเราได้เฉพาะที่ควงไม้โพธิ์แก่เธอ จะทำเธอให้เป็นเจ้าของมรดกอันเป็นโลกุตระ”




จึงทรงมีพุทธบัญชาให้พระสารีบุตรบรรพชาพระโอรสราหุลเป็นสามเณรด้วยวิธีไตรสรณคมน์ การบรรพชาด้วยวิธีนี้ ได้ใช้เป็นต้นแบบแห่งการบวชสามเณรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ในปีที่ผ่านมา พสกนิกรไทยทั้งแผ่นดินต้องประสบกับความทุกข์โทมนัสอย่างแสนสาหัลจากการสูญเสียแม่แห่งแผ่นดิน …

ตามที่สำนักพระราชวังได้ออกประกาศ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จทรงสวรรคต เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ใจความว่า หลังจากที่คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับติดตามพระอาการประชวรที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ พระองค์ทรงพระประชวรหลายครั้งและคณะแพทย์ตรวจพบความผิดปรกติของระบบต่างๆจึงต้องถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระประชวรด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรทรุดหนักลงตามลำดับ และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เวลา ๒๑.๒๑ น. สิริพระชนมพรรษา ๙๓ พรรษา
ด้วยเหตุนี้ ในฐานะพุทธศาสนิกชน ที่มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้ร่วมแสดงความไว้อาลัย จัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ซึ่งโครงการบรรพชาสามเณรในพระพุทธศาสนา เป็นการเน้นสร้างศาสนทายาท ที่สำคัญต่อการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการเรียนรู้ศึกษา พระธรรมวินัย และการปฏิบัติธรรม อบรมจิตใจ และมีการออกจาริกธรรมตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อสร้างศรัทธาและฝึกประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ในการตอบแทนบุญคุณบุพการีชน และสานต่อพุทธประเพณีอันดีงาม จรรโลงพระศาสนาให้สังคมปลื้มปิติใจ









เป็นปีที่พสกนิกรชาวไทยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย และโครงการนี้ได้มุ่งเน้นที่รูปแบบการเรียนรู้และปฏิบัติธรรมเดินจาริกธรรมยาตรา ตลอดทั้งถอดบทเรียนที่สำคัญในการสร้างบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระชาติต่างๆนั้นที่เรียกว่า ทศชาติชาดก จากหนังสือ “ทศชาติ ปณิธาน มหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ฉบับญาณวชิระ” โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ ๒๖ เดือนมีนาคม ถึงวันที่ ๒๐ เดือนเมษายน พ.ศ ๒๕๖๙

โดยมีผู้รับผิดชอบโครงการ คือ พระมหาสิทธิชัย สิทธิญาโณ พระเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ (IT) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานครฯ ประธานโครงการ

พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอิสาน ตำบลทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
อุปถัมภ์โครงการโดย มูลนิธิบุญพระศาสนาสงเคราะห์

และมีที่ปรึกษาโครงการ ประกอบด้วย คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ คณะสงฆ์อำเภออุทุมพรพิสัย คณะสงฆ์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ และสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ /วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ

กำหนดการ โครงการ บรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร ทศชาติปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปีที่ ๒
วันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ พุทธสถานฮ่องธรรม บ้านโนนแดงโนนม่วง ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ


วันที่ ๒๗ เดือนมีนาคม พ.ศ ๒๕๖๙
เวลา ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียนนาคผู้เข้าร่วมโครงการ
เวลา ๐๙.๓๐ น. บรรยายบูชาบุพการี
เวลา ๑๐.๐๐ น. พิธีบายศรีสู่ขวัญนาค / พิธีขอขมากรรมบุพการี ให้โอวาทธรรม
พิธีบรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร
เวลา ๑๒.๑๙ น. ประธานในพิธีถึงบริเวณพิธีเข้ากราบสักการะพระพุทธปุณณวชิรญาณมุนี (หลวงพ่อหินขาว) แล้วเข้านั่งที่รับรองในศาลาธรรม
– ผู้นำชุมชน คณะกรรมการมูลนิธิบุญพระศาสนาสงเคราะห์ และคณะกลุ่มสตรีฮ่องคำอิสาน ให้การต้อนรับ และผูกผ้าขาวม้าวิถีวัฒนธรรมฮ่องคำ เพื่อต้อนรับประธานในพิธีและคณะ
– ประธานในพิธี เข้านั่งประจำที่รับรอง
– พระครูปลัดธนาทิพย์ ธนวิชฺโช รองเจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัย เข้าถวายสักการะประธานฝ่ายสงฆ์
– พระมหาติ่ง มหิสฺสโร,ดร. เข้าถวายสักการะ ประธานฝ่ายสงฆ์
– พระมหาสิทธิชัย สิทธิญาโณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานครฯ ประธานในพิธี เข้ากราบถวายสักการะประธานสงฆ์
– ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
– ศาสนพิธีกร นำสมาทานศีล ๕ / ประธานสงฆ์ให้ศีล
– กลุ่มสตรีฮ่องคำอิสาน รำแสดงศิลปวัฒนธรรมฮ่องคำอิสาน เพื่อต้อนรับประธานในพิธีและคณะ
– พิธีกรเรียนเชิญ ประธานในพิธีประจำแท่นรับคำกล่าวรายงาน
– นายอำเภออุทุมพรพิสัยกล่าวต้อนรับประธานในพิธี
– นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งไชย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน
– ประธานในพิธีกล่าวพบปะชุมชนวิถีวัฒนธรรมฮ่องคำอิสาน
– พิธีกรเรียนเชิญพุทธศาสนิกชนทั้งหมดยืนขึ้น และเรียนเชิญประธานในพิธี ได้ถวายความเคารพและเปิดกรวยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๑๐ และเปิดกรวยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ประธานในพิธี นำพุทธศาสนิกชนกล่าวถวาย พระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และนำกล่าวถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายความเคารพ ประธานในพิธีนั่งที่รับรอง
-ศาสนพิธีกรกราบอาราธนา…
พระครูจารุวรรณโสภณ เจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัย
พระครูปลัดธนาทิพย์ ธนวิชฺโช รองเจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัย
พระมหาติ่ง มหิสฺสโร,ดร. ประธานสงฆ์พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอีสาน
พระมหาสิทธิชัย สิทธิญาโณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ประธานในพิธีและคณะ
โดยมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งไชย ได้มอบผ้าไตรกับนาคที่เข้าร่วมโครงการ
– พระครูจารุวรรณโสภณ เจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัยพระอุปัชฌาย์นำประกอบพิธีบรรพชา
– ศาสนพิธีกร อาราธนาประธานสงฆ์ ได้ให้โอวาทธรรม“ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง
– ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ / พระสงฆ์อนุโมทนา / กรวดน้ำ รับพร
– มอบของที่ระลึกแด่ประธานในพิธี

หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ผู้มาร่วมงานแต่งชุดสุภาพทุกท่าน
ติดต่อสอบถามได้ที่ พระมหาติ่ง มหิสฺสโร,ดร.

พระมหาสิทธิชัย สิทธิญาโณ ประธานโครงการฯ โทร. 062-3465632


๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เปิด “โครงการ บรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร ทศชาติปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ปีที่ ๒ ณ พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอิสาน จังหวัดศรีสะเกษ

หมายเหตุ ภาพประกอบ จากโครงการบรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร “ฮ่องธรรม ฮ่องคำอิสาน : ฝึกฝนกาย พัฒนาจิตใจ สร้างบุญบารมี” โครงการบรรพชาสามเณรฤดูร้อน ๓๑ มีนาคม – ๑๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ ปีที่ ๑ ณ พุทธสถานฮ่องธรรม ตำบล ทุ่งไชย อำเภอ อุทุมพรพิสัย จังหวัด ศรีสะเกษ










