





วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๘.๐๐ น.
ณ ศาลาบำเพ็ญกุศล ๒
พระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๑๑ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร มอบหมายให้ พระราชอุปเสณาภรณ์ และคณะผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พร้อมด้วยคณะทำงานจากสุขสยาม ได้ประชุมปรึกษาหารือร่วมกับ ชุมชนซอยบรมบรรพต (ซอยโรงไม้) ในโครงการความร่วมมือระหว่าง ชุมชนโรงไม้ วัดสระเกศ และ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ร่วมพลิกฟื้น ย่านโรงไม้ ฟื้นฟูวัฒนธรรม




โดยการ “นำสิ่งที่เคยทำอยู่แล้ว” กลับมาเล่า กลับมาแบ่งปันและทำให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นคุณค่า สืบสานประเพณีตรุษจีน เชิดชูความสัมพันธ์ไทย – จีน
ทั้งนี้มีกำหนดจัดงานในวันที่ ๑๕ ถึง ๑๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ ซอยบรมบรรพต วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
การจัดกิจกรรมสักการะบูชาหลวงพ่อพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตรในเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ รวม ๕ วัน





วัตถุประสงค์
จากการที่คณะทำงานส่งเสริมกิจกรรมพิเศษของวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ได้ประชุมปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางในการจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวภายในวัดสระเกศและชุมชนรอบบริเวณวัดให้เป็นที่ปรากฏ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมาเป็นลำดับนั้น ได้มีข้อพิจารณาว่า


๑. แต่เดิมมาชุมชนซอยโรงไม้วัดสระเกศ เคยจัดให้มีการไหว้ในเทศกาลตรุษจีน และมีการแสดงงิ้ว เป็นต้นแต่ปัจจุบันไม่ปรากฏว่ามีการจัดงานเทศกาลดังกล่าว อาจจะมีสาเหตุจากหลายประการด้วยกัน


๒. คติของชาวจีน ในวันไหว้ ต้องได้ไหว้หลวงพ่อพระพุทธรูปองค์ใหญ่ คือ หลวงพ่อโต หรือ ชำปอกงพระพุทธไตรรัตนนายก ที่วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร เป็นต้น โดยการกราบไหว้สักการะนั้น เพื่ออธิษฐานขอพรให้เดินทางปลอดภัย มีมิตรไมตรีที่ดี มีความร่มเย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรืองค้าขายร่ำรวย เป็นต้น


หลวงพ่อโต ชำปอกง วัดกัลยาณมิตร คือพระพุทธรูปนั่งองค์ใหญ่ ฉันใด ที่วัดสระเกศ ก็มีหลวงพ่อโตพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ ฉันนั้นเหมือนกัน คือ หลวงพ่อพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร หลวงพ่อยืนองค์ใหญ่ในคติที่ว่า “ปีใหม่ได้กราบไหว้หลวงพ่อโตพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ เพื่อความเจริญมั่นคง มีชีวิตยืนยาว ปราศจาก ทุกข์ โศก โรค ภัย ค้าขายร่ำรวยเจริญรุ่งเรืองวัฒนาสถาพรตลอดปีและตลอดไป”

พระอัฏฐารส ประดิษฐานที่พระวิหาร พระอัฏฐารส ศรีสุคตทศพลญาณบพิตร วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
๓. ด้วยเหตุแห่งพระมหากรุณาที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระมหาเจษฎาราชเจ้า รัชกาล ที่ ๓ แห่งราชจักรีวงศ์ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่ได้รับสมัญญานามว่า “เจ้าสัว” หมายถึง เศรษฐี หรือ กษัตริย์นักการค้า ทรงแต่งเรือสำเภาไปค้าขายกับจีนจนประสบความสำเร็จอย่างสูง ทรงเก็บรวบรวมรายได้ส่วนพระองค์จากการค้าขาย ใส่ถุงผ้าสีแดงเก็บไว้ข้างพระแท่นที่บรรทม เงินถุงแดงนั้นได้เป็นเงินไถ่สยามประเทศจากการรุกรานของฝรั่งเศสในสมัย ร.ศ.๑๑๒ ปรากฏพระเกียรติคุณแผ่ขจรขจายเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วนั้น
และในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั่นเอง พระองค์ได้โปรดเกล้า ๆ ให้อัญเชิญพระอัฏฐารสพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติสูง ๑๘ ศอก จากวัดวิหารทองเมืองพิษณุโลก มาประดิษฐาน ณ วัดสระเกศ เมื่อ พ.ศ.๒๓๖๘ ตันรัชกาลของพระองค์ เป็นการแสดงถึงพระราชศรัทธาอย่างแรงกล้าที่มีต่อการทำนุบำรุงพระศาสนา และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พระนครหลวงแห่งใหม่ในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อได้อัญเชิญพระอัฏฐารสมาไว้ ณ วัดสระเกศแล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จมาถวายผ้าพระกฐินพระราชทานโดยทางชลมารคแล้วเสด็จขึ้นมากราบสักการะพระอัฏฐารสก่อน จึงเข้าสู่พระอุโบสถเพื่อถวายผ้าพระกฐิน เป็นประจำทุกปีในรัชกาลของพระองค์

๔. ประกอบกับ ในปีนี้ องสรพจนสุนทร (ดร.พิสิษฐ์ เถี่ยนบ้าว) ผู้ช่วยปลัดขวาอนัมนิกาย เจ้าอาวาสวัดธรรม ปัญญารามบางม่วง ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้กราบขออนุญาตจากพระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ เพื่ออัญเชิญพระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า (หลวงพ่อหมอยา) องค์จำลอง ขนาดหน้าตัก ๑๒ นิ้วมาประดิษฐาน ณ พระวิหารพระอัฏฐารสเพื่อให้พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนได้กราบไหว้ในเทศกาลตรุษจีน หากมีดอกผลรายได้เกิดขึ้นจากการดังกล่าวนั้น จักได้นำไปสนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุสามเณรคณะอนัมนิกายที่เรียนอยู่ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมต่อไป

๕. จากหลายเหตุผลดังกล่าวแล้วนั้น คณะกรรมการฯ จึงกำหนดจัดงานกราบไหว้สักการะบูชาหลวงพ่อพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตรในเทศกาลตรุษจีน ในระหว่างวันที่๑๕-๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เป็นเวลา ๕ วัน


สถานที่จัดงาน ได้แก่ พระวิหารพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร, ถนนซอยโรงไม้ และถนนรอบบรมบรรพตโดยการ ขึ้นป้ายแดงมงคล ห้อยโคมแดง เต็งลั้ง ประดับประดาให้เป็นเทศกาลตรุษจีน มีจำหน่ายอาหารบ้าง แต่ไม่มากในแนวคิดที่ว่า “ไม่ต้องการให้คนอื่นมาขายของหน้าร้านเรา แต่ต้องการให้ร้านค้าในถนนซอยโรงไม้ ไม่ปิดร้าน และเป็นผู้ขายของในเทศกาลตรุษจีนนี้เอง”
























