
บทที่ ๙ วิตก-วิจาร
“วิตก – วิจาร” เป็นคำที่ใช้สื่อสารกันในทางปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติควรจะรู้จักสองคำนี้เอาไว้เป็นเบื้องต้นว่า เป็นคำที่ใช้ในทางปฏิบัติ เหมือนศาสตร์สาขาวิชาต่าง ๆ ก็มีคำศัพท์เทคนิคเฉพาะสาขาที่ผู้เรียนต้องจดจำเอาไว้ว่าหมายถึงอะไร
ในการปฏิบัติ เมื่อพูดถึงวิตก วิจารก็ดูเหมือนจะเป็นคำลึก ที่จริงก็เป็นคำใช้เรียกขั้นตอนการลงมือปฏิบัตินั่นเอง เป็นขั้นตอนการลงมือฝึกหัดเพื่อให้เกิดความชำนาญจนเกิดทักษะเฉพาะตัว หากใช้วิธีกำหนดลมหายใจก็เป็นขั้นตอนการกำหนดลมหายใจในการลงมือปฏิบัติ ท่านกำหนดเรียกว่า “วิตก วิจาร”
วิตก กับ วิจาร เป็นขั้นตอนการปฏิบัติที่ดำเนินไปควบคู่กัน เกื้อกูลส่งเสริมซึ่งกันและกัน
การเห็นลมหายใจ เป็น “วิตก” การเห็นว่าลมหายใจมันเข้า มันออก เป็น “วิจาร”
การเห็นลมหายใจ เป็น “วิตก” การเห็นว่าลมหายใจมันสั้น มันยาว เป็น “วิจาร”
การเห็นลมหายใจ เป็น “วิตก” การเห็นว่าลมหายใจมันหยาบ มันละเอียด เป็น “วิจาร”
การเห็นลมหายใจ เป็น “วิตก” การเห็นว่าลมหายใจมันปรากฏ มันหายไป เป็น “วิจาร”
การเห็นลมหายใจ เป็น “วิตก” การเห็นว่าหายใจเข้า หายใจออก เกิดปีติ เกิดสุข เป็น “วิจาร”
ยกตัวอย่างระหว่างวิตกวิจารกับการขัดภาชนะ
ในการขัดภาชนะต้องใช้มือทั้งสองข้างช่วยกันประคอง มือหนึ่งจับภาชนะไว้แน่น อีกมือหนึ่งใช้จับแปรงขัด มือข้างที่จับภาชนะไว้เป็น “วิตก” เพื่อใช้มืออีกข้างหนึ่งจับแปรงขัดเป็น “วิจาร”
มือที่จับภาชนะ เป็น “วิตก” มือข้างที่จับแปรงขัดภาชนะ เป็น “วิจาร”
อีกอย่างหนึ่ง เหมือนหลาปั่นฝ้าย มือข้างหนึ่งประคองด้ายให้อยู่ที่หลาปั่นฝ้าย เป็นวิตก อีกมือหนึ่งหมุนกงหลาให้กงหลาหมุนไปเรื่อย ๆ เป็นวิจาร
“วิตก” ทำหน้าที่ยึดอารมณ์พระกรรมฐานไว้
ส่วน “วิจาร” ทำหน้าที่พิจารณาใคร่ครวญดู
ให้รู้รอบทุกกองลมหายใจ
จนจิตแนบแน่นอยู่กับอารมณ์พระกรรมฐาน แล้วเกิดความสงบ
ที่จริง ในการปฏิบัติสมาธิ ผู้ปฏิบัติไม่จำเป็นต้องรู้คำศัพท์ทางการปฏิบัติใดๆ สักคำเลยก็ได้ ขอแค่ให้รู้ลมหายเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็ได้ หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้ หายใจเข้ายาวก็รู้ หายใจออกยาวก็รู้ ลมหายใจหยาบก็รู้ ลมหายใจละเอียดก็รู้ ลมหายใจหายไปก็รู้ ลมหายใจกลับมาปรากฏก็รู้ คิดก็รู้ ไม่คิดก็รู้ เมื่อรู้ลมหายใจอยู่อย่างนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องรู้คำศัพท์ทางการปฏิบัติใดๆ
แต่ถ้าขวนขวายเพื่อให้รู้คำศัพท์ในการปฏิบัติก็ไม่ได้เสียหายอะไร
เพราะเป็นความรู้ทางพระพุทธศาสนา
และเพื่อให้เราอธิบายสภาวะที่เกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติสมาธิได้ชัดขึ้น
ด้วยภาษาที่สามารถสื่อสารกับครูบาอาจารย์ให้เข้าใจเพื่อความก้าวหน้าในการปฏิบัติต่อไป












