


ผ่านไปแล้ว…
“โครงการบรรพชาพุทธศากยบุตร เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๑๐ สร้างมหาบารมีทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษ ไม่เปลี่ยนแปลง”

“Ordination Project for Novice monks in Honor of His Majesty: Building the Great Perfections of the Ten Virtues of a Bodhisattva, with the Unwavering Determination of a Great Man.”
ระหว่างวันที่ ๒๙ มีนาคม – ๑๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอิสาน ตำบลทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ

ติดต่อสอบถาม
พระมหาสิทธิชัย สิทฺธิญาโณ ประธานโครงการฯ

โทร. ๐๖๒-๓๔๖-๕๖๓๒

พระมหาติ่ง มหิสสโร,ดร. ประธานดำเนินงานฯ กล่าวปิดโครงการตอนหนึ่งว่า …


สิ่งสำคัญเลยก็คือ วัตถุประสงค์ของโครงการในครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะให้สามเณรที่เข้าร่วมในโครงการนั้นได้เรียนรู้การสร้างบารมี “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” เป็นความความตั้งใจให้สามเณรนั้นได้มีปณิธานการเรียนรู้อย่างมหาบุรุษ และการเดินทางเส้นทางแห่งมหาบุรุษ ในการที่จะเป็นผู้ที่บำเพ็ญบารมีเพื่อที่จะเผยแพร่หนังสือชุดสำคัญ คือ หนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหามหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ” เพื่อสร้างศาสทายาท พุทธศากยบุตรไว้ในพระพุทธศาสนาที่สามารถเผยแพร่พระพุทธศาสนาในปัจจุบันและอนาคต

สิ่งสำคัญก็คือ ผู้เข้าร่วมโครงการนั้นได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านกิจกรรมของพระมหาบุรุษผู้ที่ได้วางเส้นทางของพระโพธิสัตว์ในการบำเพ็ญบารมีในการเป็นมหาบุรุษของโลก

โดยโครงการในครั้งนี้ ได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ เจ้าคณะภาค ๑๑ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม ตลอดทั้งพระมหาเถระ พระเถระวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ให้ความเมตตา ในการให้ข้อคิด ในการให้โอวาทธรรมที่สำคัญในการจัดโครงการในครั้งนี้





“ขุนเขาย่อมมีวันทลาย
สายน้ำย่อมมีวันเปลี่ยนทาง
แต่ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง”
ญาณวชิระ พระราชกิจจาภรณ์

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ทางเพจ
พุทธสถานฮ่องธรรม hongkham esaan
https://www.facebook.com/PhramahaTing




“ผมดีใจมากครับที่ได้มาบวชในครั้งนี้ ผมว่าจะตั้งใจบวชต่อไม่สึกครับ ”


“ผมอยากให้พ่อแม่ได้บุญครับ”


“การบวช ก็สบายบ้าง ลำบากบ้าง”


“รู้สึกสนุก และได้ความรู้ทางพระพุทธศาสนาในหนังสือ ” ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ครับ “



๑. พระเตมีย์ ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี

๒. พระมหาชนก ทรงบำเพ็ญวิริยบารมี

๓. พระสุวรรณสาม ทรงบำเพ็ญเมตตาบารมี

๔. พระเนมิราช ทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี

๕. พระมโหสถบัณฑิต ทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี

๖. พระภูริทัต ทรงบำเพ็ญศีลบารมี

๗. พระจันทกุมาร ทรงบำเพ็ญขันติบารมี

๘. พระนารทมหาพรหม ทรงบำเพ็ญอุเบกขาบารมี

๙.พระวิธูรบัณฑิต ทรงบำเพ็ญสัจจบารมี

๑๐. พระเวสสันดร ทรงบำเพ็ญทานบารมี

จากใจสามเณรน้อย
หลังจากจบโครงการ สามเณรหลายรูปไม่อยากลาสิกขา อยากบวชต่อตลอดชีวิต นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีมาก ที่หน่อเนื้อศากยบุตรได้ประทับจิตแห่งพุทธะหยั่งลงในใจแล้ว



สามเณรที่ลาสิกขาไปแล้วหลายรูป พ่อแม่ปู่ย่าตายายต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้ลูกหลานคนใหม่กลับมา คือ เป็นเด็กดี มีวินัย ใจสงบ มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าหาญในการทำความดี ไม่ขี้เกียจ ไม่ตื่นสาย ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน และตั้งใจเรียนหนังสือ แล้วจะกลับมาบวชใหม่เมื่อเวลานั้นมาถึง อีกทั้งเด็กอีกหลายๆ คน ก็บ่มเพาะนิสัยพุทธศากยบุตรที่บ้านต่อ โดยการทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็นทุกวัน




และเด็กๆ หลายคนได้ชวนเพื่อนๆ มาช่วยงานที่” พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอิสาน ” อย่างต่อเนื่อง และสามเณรบางส่วนที่บวชต่อก็เข้าศึกษาต่อเพิ่มเติมในเรื่องปริยัติตามระบบการศึกษาของสงฆ์ เป็นที่น่าปีติยินดีที่สายธารแห่งศากยบุตรบนเส้นทางแห่งการหลุดพ้นจากความทุกข์ในวัฏสงสารยังคงสืบเนื่องไม่ขาดสายมากว่า ๒,๕๖๘ ปีหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานมาจนถึงปัจจุบัน ยังความสงบร่มเย็นมาสู่มวลมนุษยชาติและสรรพชีวิตทั่วโลก …


“ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ

: ชาติที่ ๖ พระภูริทัต ศีล คือ อาภรณ์ประดับกาย
แม้แต่พญานาคยังปรารถนาโพธิญาณ …มนุษย์เล่า…


“ใครต้องการหนัง เอ็น กระดูก หรือเลือด ของเรา ก็จงเอาไปเถิด”

พระพุทธเจ้าตรัสเล่าเรื่องราวในอดีตชาติของพระองค์ เมื่อครั้งเกิดเป็นพญานาคชื่อ ภูริทัต ทรงมีพระปณิธานที่จะบำเพ็ญ “ศีลบารมี” ตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะรักษาศีลไม่ให้ขาด ไม่ให้ถูกทำลาย แม้จะได้รับความทุกข์ทรมานอย่างไรก็ตาม ก็จะไม่ทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับความลำบาก เดือดร้อน

ภูริทัตชาดก ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก มหานิบาต และ อรรถกถา ขุททกนิกาย ชาดก มหานิบาต
ขณะตรัสเล่าเรื่องภูริทัต พระพุทธเจ้า ประทับอยู่ที่พระเชตวันมหาวิหาร

ในวันอุโบสถวันหนึ่ง พวกอุบาสกต่างก็รักษาศีลอุโบสถตั้งแต่เช้าตรู่ จากนั้น ก็ถวายทาน ครั้นตะวันชายบ่ายคล้อยเย็นลง ต่างก็ถือดอกไม้ธูปเทียนไปยังพระเชตวัน เพื่อฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธองค์

ตามปกติ เมื่อพระบรมศาสดาเสด็จมายังธรรมสภา ประทับนั่งบนอาสนะที่จัดเตรียมไว้สำหรับพระองค์ หากวันไหนพระภิกษุสงฆ์สนทนากันด้วยเรื่องอะไร พระองค์ก็จะยกเรื่องนั้นขึ้นมาแสดง

ในวันนั้น หมู่ภิกษุสงฆ์สนทนากันเกี่ยวกับข้อประพฤติในอดีตของพระพุทธเจ้า สืบเนื่องมาจาก การรักษาศีลอุโบสถของพวกอุบาสก พระพุทธเจ้าเสด็จมา ตรัสว่า การรักษาศีลอุโบสถโดยมีพระพุทธเจ้าเป็นอาจารย์คอยให้โอวาท แม้จะเป็นการกระทำที่ทำได้ยากก็จริงอยู่ แต่ก็ไม่น่าอัศจรรย์ เหมือนบัณฑิตในอดีตกาล ทั้งที่เป็นผู้มียศอันยิ่งใหญ่ แม้ไม่มีอาจารย์สอน ก็สละยศเช่นนั้น ไปรักษาศีลอุโบสถได้ แล้วพระองค์ก็ตรัสเล่าเรื่องราวในอดีตชาติของพระองค์ เมื่อครั้งเกิดเป็นพญานาคภูริทัต

ท่านสามารถดาวน์โหลด หนังสือ “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ ได้ที่
https://www.opm.go.th/opmportal/multimedia/2022/project/index.html

















