

ก้าวแรกของชีวิต หากพ่อแม่ได้น้อมนำธรรมะลงสู่จิตใจของลูก ย่อมทำให้ลูกเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งกายและใจ

การบวช เป็นของขวัญแห่งชีวิตจากพระพุทธเจ้าถึงเราทุกคน

(๑) “จากทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ถึงลูกผู้ชายต้องบวช” ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ พิธีบรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอีสาน จังหวัดศรีสะเกษ

“ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ เรียบเรียงจากเรื่องราวในพระชาติหนหลังของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขณะพระองค์กำลังทรงบำเพ็ญพระบารมีเพื่อบรรลุพระโพธิญาณ

พระมหากษัตริย์ไทยนับแต่โบราณกาลมา ทรงโปรดให้นำทศชาติชาดกมาเขียนเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถจารึกไว้ตามพระอารามต่าง ๆ บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญในพระชาติ ทั้ง ๑๐ พระชาติ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์ได้ศึกษาเส้นทางชีวิตของพระมหาบุรุษ ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการ แต่ละพระชาติทรงบำเพ็ญพระบารมีด้วยจิตใจที่แน่วแน่ มีปณิธานที่มั่นคง กว่าจะอุบัติมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในพระชาติสุดท้าย ประกอบด้วย

เตมีย์ชาดก (บำเพ็ญเนกขัมมบารมี)
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระเตมีย์ทรงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการเสด็จออกบรรพชา จึงทรงแกล้งทำเป็นคนใบ้ ด้วยทรงมุ่งหวังที่จะละทิ้ง กามคุณทั้ง ๕ อันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์

มหาชนกชาดก (บำเพ็ญวิริยบารมี)
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระมหาชนก ขณะเสด็จลงสำเภาไป ค้าขาย ได้เกิดพายุใหญ่เรือแตกจมลงในมหาสมุทร แม้จะมองไม่เห็นฝั่ง แต่พระมหาชนกก็มิได้ท้อถอย ทรงแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรถึง ๗ วัน นางมณีเมขลาเทพธิดาผู้รักษามหาสมุทร ได้พูดลองใจให้พระองค์เลิกล้มความพยายาม แต่พระมหาชนกไม่ทรงฟัง ยังเพียรพยายามแหวกว่ายด้วยความมุ่งมั่น นางมณีเมขลาเห็นเช่นนั้น จึงเกิดความเลื่อมใสในความเพียรและให้การช่วยเหลือด้วยการอุ้มพระมหาชนกไปขึ้นฝั่งที่เมืองมิถิลา จนได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน

สุวรรณสามชาดก (บำเพ็ญเมตตาบารมี)
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระสุวรรณสาม เลี้ยงดูบิดามารดาผู้ตาบอดอยู่ในป่า วันหนึ่งพระสุวรรณสามถูกพระเจ้าปิลยักษ์ยิงด้วยลูกศร ได้รับบาดเจ็บแสนสาหัส แต่ไม่ได้ผูกโกรธ ด้วยอำนาจแห่งเมตตาธรรม ได้ทำให้พระสุวรรณสามกลับฟื้นคืนชีวิต และบิดามารดากลับมามองเห็นได้ดังเดิม

เนมิราชชาดก (บำเพ็ญอธิษฐานบารมี)
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าเนมิราช เป็นผู้มั่นคงในการให้ทาน ทรงเบญจศีล เป็นนิจ สมาทานอุโบสถทุกวันปักษ์ ทรงแสดงธรรมให้ทราบทางสวรรค์ สอนอาณาประชาราษฎร์ให้กลัวนรก พระอินทร์ทรงพอพระทัยถึงกับให้มาตลีเทพบุตรนำราชรถไปรับพระเจ้าเนมิราช เพื่อไปเที่ยวชมเมืองนรก และเมืองสวรรค์ ในกาลต่อมา เมื่อพระเกศาหงอกแล้ว ได้เสด็จออกบรรพชา

มโหสถชาดก (บำเพ็ญปัญญาบารมี)
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระมโหสถบัณฑิต ผู้มีปัญญาดุจแผ่นดิน รับราชการอยู่ประจำในราชสำนักของพระเจ้าวิเทหะแห่งกรุงมิถิลา ในท่ามกลางปัญหาและอุปสรรคนานัปการ พระมโหสถบัณฑิตได้ใช้ปัญญาที่อบรมมาดีแล้ว สามารถแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีมาโดยลำดับ

ภูริทัตชาดก (บำเพ็ญศีลบารมี)
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพญานาค ชื่อว่า ภูริทัต รักษาอุโบสถศีลอยู่ที่จอมปลวกใกล้ฝั่งแม่น้ำยมุนา แต่ถูกพราหมณ์หมองูผู้รู้มนต์อาลัมพายน์ จับตัวไปเที่ยวแสดงละครหาเงินตามสถานที่ต่าง ๆ พระภูริทัตก็มิได้มีความแค้นเคืองคิดที่จะทำลายชีวิตพราหมณ์หมองูนั้น เพราะความที่ตนสมาทานรักษาอุโบสถศีลอย่างมั่นคง

จันทกุมารชาดก (บำเพ็ญขันติบารมี)
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระจันทกุมาร ราชโอรสของพระเจ้าเอกราชแห่งเมืองปุปผวดี พระราชบิดาทรงเชื่อคำหลอกลวงของขัณฑหาลปุโรหิต จึงทรงรับสั่งให้จับพระจันทกุมารพร้อมด้วยคนและสัตว์เป็นจำนวนมากนำไปบูชายัญ ท้าวสักกเทวราชจึงได้เสด็จลงมาช่วยชีวิตไว้ แม้จะถูกกระทำเช่นนี้ พระจันทกุมารก็มิได้ผูกอาฆาตพยาบาทแต่ประการใด

นารทชาดก (บำเพ็ญอุเบกขาบารมี)
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นท้าวมหาพรหม ชื่อว่า นารทะ ครั้งนั้น พระเจ้าอังคติราช มีความเห็นผิดว่า นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี ในเวลานั้น ท้าวมหาพรหมได้เสด็จ ลงมาแสดงโทษแห่งความเห็นผิดให้พระเจ้าอังคติราชสดับ ทำให้พระองค์ทรงคลายจากมิจฉาทิฏฐิละความเห็นผิดกลับมาปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขด้วยทศพิธราชธรรมดังเดิม

วิธูรชาดก (บำเพ็ญสัจจบารมี)
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นอำมาตย์ ชื่อว่า วิธูระ เป็นผู้สอนอรรถและธรรมแด่พระเจ้าธนัญชัย โกรัพยะแห่งกรุงอินทปัตถ์ เมื่อปุณณกยักษ์มาท้าพนันเล่นสกากับ พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะ โดยมีวิธูรบัณฑิตเป็นเดิมพัน เพื่อให้เป็นทาสของปุณณกยักษ์ พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะทรงพ่ายแพ้ แม้วิธูรบัณฑิตรู้ดี หากตอบว่าตนเองไม่ใช่ทาสของพระราชาก็จะพ้นจากความลำบาก แต่ก็ยังตอบไปตามความเป็นจริง เพราะความยึดมั่นในการบำเพ็ญสัจจบารมี

เวสสันดรชาดก (บำเพ็ญทานบารมี)
พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร พระองค์ทรงตั้งปณิธานในการบริจาคทาน แม้จะมีใครขอสิ่งที่รักสิ่งที่หวงแหนที่สุดในชีวิตไม่ว่าจะเป็นดวงหทัย ดวงตา เนื้อ และเลือด บุตรธิดา หรือภรรยา ก็ทรงบริจาคเป็นทานได้ เพราะมุ่งมั่นในพระโพธิญาณเป็นปณิธานสูงสุด


พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญพระบารมีแต่ละข้อ ละเอียดขึ้นไปตามลำดับ ตั้งแต่ขั้นธรรมดา เรียกว่า “บารมี” ขั้นกลาง เรียกว่า “อุปบารมี” จนถึงขั้นสูงสุด เรียกว่า “ปรมัตถบารมี” รวมเป็นบารมี ๓๐ ประการ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระ เกียรติยศปรากฏระบือไกล เป็นพระราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเป็นอัครพุทธมามกชน มีพระราชหฤทัยมั่นคงในพระบวรพุทธศาสนา ถึงพร้อมด้วยพระบุญญาธิการมากล้น เพียบพร้อมด้วยพระราชอัธยาศัยน้อมไปในการเสียสละช่วยเหลือเกื้อกูลแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงงามพร้อมด้วยพระสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล และพระเกียรติคุณอันสูงส่งตลอดกาล ทรงพระปรีชาสามารถใคร่ครวญ

ด้วยเหตุและผลก่อนที่จะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ทรงไว้ซึ่งความละเอียดอ่อนสุขุมคัมภีรภาพ และทรงฉลาดหลักแหลมในอุบาย เป็นที่ประจักษ์ชัดแท้แก่ใจพสกนิกรชาวไทยตลอดเวลาว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นหิตานุหิตประโยชน์ไว้นานัปการแก่พสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงพร่ำสอน ใส่พระทัยถึงงานศิลปาชีพและศิลปะแห่งการดำเนินชีวิตอย่างมีจุดหมาย อิงอาศัยประโยชน์สุขเป็นสำคัญ ทั้งทรงเกื้อกูลงานศิลป์ทุกแขนงอย่างแยบคาย

ด้วยอุบายวิธีสุดล้ำเลิศ ได้พระราชทานและดำเนินการความรู้ในเรื่อง การอนุรักษ์ป่า และน้ำ โดยชื่อว่า โครงการป่ารักน้ำ เพราะฉะนั้นแล พระองค์ฯ จึงทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรชาวไทยที่ต่างยกย่องเทิดทูนเหนือเศียรเกล้า สถิตไว้เป็นมิ่งขวัญของปวงประชา ตลอดกาล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมราชชนนี ตามที่จารึกใน พระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าของชาวไทยทุกพระองค์ ล้วนทรงบำเพ็ญพระบารมีธรรมเพื่อปกครองดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้อาณาประชาราษฎร์ได้เกิดความร่มเย็นภายใต้พระบรมโพธิสมภาร เฉกเช่นการบำเพ็ญพระบารมีธรรมแห่งพระโพธิสัตว์ซึ่งได้บำเพ็ญพระบารมีมานับด้วยอสงไขยยิ่งด้วยแสนกัป กล่าวเฉพาะพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศร ราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่างทรงบำเพ็ญพระบารมีธรรมแห่งพระโพธิสัตว์ เหมือนเช่น สมเด็จพระบูรพ มหากษัตริยาธิราชเจ้าของชาวไทยทุกพระองค์ได้ทรงบำเพ็ญมาแล้ว
ส่วนหนึ่งใน อารัมภกถา จากหนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕


คลิกอ่าน E – book หนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕
ทศชาติ ฉบับ ญาณวชิระ

คลิกฟัง หนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕
ทศชาติ ฉบับ ญาณวชิระ



สำหรับการบรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร ณ พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอีสาน ในปีนี้ พระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๑๑ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ได้เมตตามอบผ้าไตรจีวรและอัฐบริขารสำหรับเดินธุดงค์ แก่พระมหาสิทธิชัย สิทฺธิญาโณ เจ้าหน้าที่ฝ่าย IT วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ประธานโครงการบรรพชาพุทธศากยบุตร




สำหรับโครงการบรรพชาพุทธศากยบุตร เป็นโครงการที่มุ่งให้สามเณรได้เรียนรู้เส้นทางมหาบุรุษผ่านการเดินธุดงค์รวมระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร







และเรียนรู้อุปนิสัยแห่งมหาบุรุษ ๑๐ ประการ จากหนังสือทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ฉบับ ญาณวชิระ เพื่อให้เหล่าสามเณรพุทธศากยบุตรได้เรียนรู้ว่า “เส้นทางชีวิตของบุคคลผู้หนึ่ง กว่าจะก้าวไปสู่ความเป็นหนึ่งในโลก ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านเส้นทางที่ประกอบไปด้วยความอดทนและเพียรพยายามนานาประการ”

โดยโครงการดังกล่าว จัดขึ้นเป็นปีที่ ๒ เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง“
ระหว่างวันที่ ๒๖ มีนาคม – ๒๐ เมษายน ๒๕๖๙ ณ พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอิสาน ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ



ท่านอาจารย์เจ้าคุณพระราชกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เมตตามอบคติธรรม เพื่อเป็นกำลังใจสามเณรพุทธศากยบุตรว่า
ไม่มีความสำเร็จใด
ที่ไม่ผ่านการพิสูจน์
ไม่มีการเสียสละใด
ที่ไม่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและหยดน้ำตา
ไม่มีชัยชนะใด
ที่ไม่ใช้ความเพียรพยายาม ฯ ”
“ญาณวชิระ”
พระราชกิจจาภรณ์
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ


เรามักได้ยินคนพูดกันจนคุ้นหูว่า “เกิดเป็นลูกผู้ชายชาวพุทธชาติหนึ่งต้องบวช” ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าทำไมเกิดเป็นลูกผู้ชายจึงต้องบวช คำพูดนี้เป็นคำพูดของชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนา ผ่านความเปลี่ยนแปลงของชีวิต จนเกิดประสบการณ์ รู้เห็นความเป็นไปของสังคม เข้าใจความเป็นจริงของชีวิต จึงต้องการทำสิ่งงดงามที่สุดให้แก่ชีวิต และให้แก่ผู้ที่ได้ชื่อว่า “พ่อกับแม่” แม้ลูกผู้ชายหลายคนจะให้เหตุผลของการบวชว่า ตั้งใจบวชให้พ่อแม่ก็ตาม

จาก หนังสือ “ลูกผู้ชายต้องบวช” เรียบเรียงโดย ญาณวชิระ พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) บรรพ์ที่ ๑ คุณมารดาบิดามีค่ายิ่ง : การบวช คือ การตอบแทนคุณบิดามารดา

แต่แท้ที่จริง การบวชในพระพุทธศาสนา ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ตัวผู้บวชนั่นเองเป็นเบื้องต้น
หลายคนบอกว่า
หากการบวช คือ การทำความดีเพื่อพ่อแม่ สำหรับลูกผู้ชายคนหนึ่ง ถ้าเราเป็นคนดีอยู่แล้ว เป็นคนมีระเบียบวินัย ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไม่เป็นอันธพาลสร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคม ไม่เที่ยวเตร่ดึกดื่นทำให้พ่อแม่เป็นห่วงเป็นกังวล จนกินไม่ได้นอนไม่หลับเช่นนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องบวช เพราะอย่างไรก็เป็นคนดีอยู่แล้ว

แต่ความดีของลูกตามที่กล่าวนั้น ไม่ใช่ความหวังสุดท้ายที่พ่อแม่ต้องการ พ่อแม่ทุกคนรักลูก ไม่อยากเห็นลูกลำบาก และล้วนหวังที่จะเห็นลูกเป็นคนดี มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต
การที่ลูกเจริญเติบโต…
โดยไม่เป็นอันธพาลสร้างความเดือดร้อนให้สังคม การเห็นลูกสำเร็จการศึกษา มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มีหลักฐานมั่นคง พออุ่นใจได้ว่าลูกจะไม่ลำบากเดือดร้อน สิ่งเหล่านี้เป็นความหวังของผู้ที่ได้ชื่อว่า “พ่อแม่” แต่ความหวังสูงสุด อันเป็นความหวังสุดท้าย คือ การที่จะได้เห็นผ้าเหลืองห่มกายลูกชาย ภายใต้ร่มเงาพระพุทธศาสนา
หากมีลูกชาย ชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนา จึงมักตั้งความหวังลึกๆ ไว้ในใจเสมอว่า วันหนึ่งจะได้ยินจากปากลูกชายว่า “ผมจะบวชให้พ่อกับแม่”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่า “แม่” มักมีความเชื่อว่า การบวชในพระพุทธศาสนานั้น เป็นการสร้างบุญครั้งยิ่งใหญ่ เป็นการสร้างบุญที่แม่ไม่สามารถสัมผัสได้ เมื่อรู้ว่าได้ลูกชาย จึงหวังที่จะให้ลูกได้บวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เพราะความรู้สึกที่ว่า ลูกชายบวชก็เหมือนแม่ได้บวชด้วย
ความหวังนี้ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ภายใต้จิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยศรัทธาที่มีต่อหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา และพลังแห่งความรักความเมตตาไร้ขอบเขต ไร้พรมแดน ตั้งแต่วันแรกที่ลูกชายลืมตาดูโลก
แม่บางคนอาจจะรอวันนี้จนแก่ชรา จึงได้เห็นผ้าเหลืองห่มตัวลูกชาย บางคนอาจรอมาทั้งชีวิตก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นชายผ้าเหลืองลูกชาย
ลูกชายบางคนปล่อยให้แม่รอจนแก่ชราจึงบวชให้แม่บางคนบวชเมื่อแม่จากไปโดยที่แม่ไม่มีโอกาสได้เห็นผ้าเหลืองของลูกชาย



๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ พิธีบรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร ตามรอย ทศชาติปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอีสาน บ้านโนนแดงโนนม่วง ตำบล ทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ




วันที่ ๒๗ เดือนมีนาคม พ.ศ ๒๕๖๙















เวลา ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียนนาคผู้เข้าร่วมโครงการ
เวลา ๐๙.๓๐ น. บรรยายบูชาบุพการี
เวลา ๑๐.๐๐ น. พิธีบายศรีสู่ขวัญนาค / พิธีขอขมากรรมบุพการี ให้โอวาทธรรม



















พิธีบรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร



เวลา ๑๒.๑๙ น. ประธานในพิธีถึงบริเวณพิธี เข้ากราบสักการะพระพุทธปุณณวชิรญาณมุนี (หลวงพ่อหินขาว) แล้วเข้านั่งที่รับรองในศาลาธรรม







– ผู้นำชุมชน คณะกรรมการมูลนิธิบุญพระศาสนาสงเคราะห์ และคณะกลุ่มสตรีฮ่องคำอิสาน ให้การต้อนรับ และผูกผ้าขาวม้าวิถีวัฒนธรรมฮ่องคำ เพื่อต้อนรับประธานในพิธีและคณะ
– ประธานในพิธี เข้านั่งประจำที่รับรอง
– พระครูปลัดธนาทิพย์ ธนวิชฺโช รองเจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัย เข้าถวายสักการะประธานฝ่ายสงฆ์
– พระมหาติ่ง มหิสฺสโร,ดร. เข้าถวายสักการะ ประธานฝ่ายสงฆ์
– พระมหาสิทธิชัย สิทธิญาโณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานครฯ
– ประธานในพิธี เข้ากราบถวายสักการะประธานสงฆ์
– ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
– ศาสนพิธีกร นำสมาทานศีล ๕ / ประธานสงฆ์ให้ศีล
– กลุ่มสตรีฮ่องคำอิสาน รำแสดงศิลปวัฒนธรรมฮ่องคำอิสาน เพื่อต้อนรับประธานในพิธีและคณะ
– พิธีกรเรียนเชิญ ประธานในพิธีประจำแท่นรับคำกล่าวรายงาน
– นายอำเภออุทุมพรพิสัยกล่าวต้อนรับประธานในพิธี
– นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งไชย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน
– ประธานในพิธีกล่าวพบปะชุมชนวิถีวัฒนธรรมฮ่องคำอิสาน
– พิธีกรเรียนเชิญพุทธศาสนิกชนทั้งหมดยืนขึ้น และเรียนเชิญประธานในพิธี ได้ถวายความเคารพและเปิดกรวยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๑๐ และเปิดกรวยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ประธานในพิธี นำพุทธศาสนิกชนกล่าวถวาย พระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และนำกล่าวถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายความเคารพ ประธานในพิธีนั่งที่รับรอง
ศาสนพิธีกรกราบอาราธนา…
พระครูจารุวรรณโสภณ เจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัย
พระครูปลัดธนาทิพย์ ธนวิชฺโช รองเจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัย
พระมหาติ่ง มหิสฺสโร,ดร. ประธานสงฆ์พุทธสถานฮ่องธรรม
พระมหาสิทธิชัย สิทธิญาโณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ประธานในพิธีและคณะ โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งไชยได้มอบผ้าไตรกับนาคที่เข้าร่วมโครงการ
– พระครูจารุวรรณโสภณ เจ้าคณะอำเภออุทุมพรพิสัยพระอุปัชฌาย์นำประกอบพิธีบรรพชา
– ศาสนพิธีกร อาราธนาประธานสงฆ์ ได้ให้โอวาทธรรม“ทศชาติ ปณิธาณมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง
– ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ / พระสงฆ์อนุโมทนา / กรวดน้ำ รับพร
– มอบของที่ระลึกแด่ประธานในพิธี
หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ผู้มาร่วมงานแต่งชุดสุภาพทุกท่าน
ติดต่อสอบถามได้ที่
พระมหาติ่ง มหิสฺสโร,ดร. , พระมหาสิทธิชัย สิทธิญาโณ ประธานโครงการฯ โทร. ๐๖๒ – ๓๔๖ – ๕๖๓๒

















(๑) “จากทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ถึงลูกผู้ชายต้องบวช” ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ พิธีบรรพชาสามเณรพุทธศากยบุตร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พุทธสถานฮ่องธรรม ฮ่องคำอีสาน จังหวัดศรีสะเกษ









