
ผ่านไปแล้ว… “มหาสงกรานต์ มหาสมัย ไทยเย็นฉ่ำ ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ภูเขาทอง ตั้งแต่วันที่ ๑๐ – ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา






คลิกชม พิธีบังสุกุลอุทิศบุญญาติพลี เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙
กราบขอบพระคุณ YouTube ช่อง Jariyatam Channel



ในวันที่ ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ น. ทางวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ได้จัดพิธีบังสุกุลอุทิศบุญญาติพลี เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ ศาลาบำเพ็ญกุศล ๒ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร











คณะสงฆ์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ประกอบพิธีบังสุกุลอุทิศบุญญาติพลี หรือการอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพชนผู้ล่วงลับ



โดยที่ผ่านมา ทางวัดสระเกศได้เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญก่อเจดีย์ข้าวสาร เพื่อความเป็นสิริมงคล สรงน้ำพระ ขอพรเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในเทศกาลปีใหม่ไทย และเขียนชื่อ-นามสกุลบรรพบุรุษ ทำพิธีบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแก่ญาติผู้ล่วงลับ




รวมถึงพุทธศาสนิกชนที่อยู่ทางไกล สามารถทำบุญออนไลน์ได้ โดยการเขียนชื่อ-นามสกุลบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ส่งมาทาง Google Form






ในการนี้ ได้รับเกียรติจากท่านพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นพระสงฆ์ประกอบพิธีตามลำดับ พร้อมกันนั้น ยังได้ร่วมกันประกอบพิธีเผากระดาษที่ได้เขียนชื่อ-นามสกุลบรรพบุรุษทั้งหมด








ความหมายและที่มาของพิธีบังสุกุลอุทิศบุญญาติพลี เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ วัดสระเกศฯ


ความหมายของ “บังสุกุล” ย้อนกลับไปถึงสมัยที่พระพุทธเจ้าทรงอาศัยผ้าบังสุกุลนำมาตัดเย็บเป็นจีวรนุ่งห่ม

บังสุกุล แปลว่า ฝั่งแห่งฝุ่น, กองฝุ่น, คลุกฝุ่น, เปื้อนฝุ่น เป็นคำใช้เรียกผ้าที่ภิกษุชักจากศพ หรือผ้าที่ทอดไว้หน้าศพ หรือผ้าที่ทอดไว้บนด้ายสายสิญจน์ หรือผ้าภูษาโยงที่ต่อมาจากศพด้วยการพิจารณากรรมฐานว่า ผ้าบังสุกุล โดยเรียกกริยาที่พระชักผ้าหรือพิจารณาผ้าเช่นนั้นว่า ชักผ้าบังสุกุล หรือ พิจารณาผ้าบังสุกุล

คำว่า “บังสุกุล” นั้น มาจากคำภาษาบาลีว่า ปํสุ (อ่านว่า ปัง-สุ) แปลว่า ฝุ่น และคำว่า กูล (อ่านว่า กู-ละ) แปลว่า เปื้อน, คลุก สมาสคำทั้งสองเข้าด้วยบทวิเคราะห์เป็น ปํสุกูล (อ่านว่า ปัง-สุ-กู-ละ) แปลว่า ผ้าที่เปื้อนฝุ่น เมื่อมาเป็นคำไทย เปลี่ยน “ปอ ปลา” เป็น “บอ ใบไม้” รัสสะ “สระ อู” ให้สั้นลง เป็น “อุ” และปรับเสียงเป็นรูปแบบภาษาไทยที่มีตัวสะกด เป็น บังสุกุล อ่านว่า บัง-สุ-กุน

ในสมัยพุทธกาลภิกษุต้องแสวงหาผ้าที่เขาทิ้งแล้วจากกองขยะหรือจากป่าช้ามาทำจีวรใช้ ผ้าเหล่านั้นส่วนใหญ่จะเปื้อนฝุ่นหรือสกปรก จึงเรียกว่าบังสุกุล โดยประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล

สมัยนั้น พระพุทธเจ้าไม่อนุญาตให้พระภิกษุรับผ้านุ่งห่มจากฆราวาส แต่ให้พระภิกษุเก็บผ้าบังสุกุลหรือผ้าที่เขาทิ้งไว้ตามร้านตลาดหรือผ้าห่อศพที่ไม่มีผู้ใดปรารถนา เพราะสกปรก มาซักล้างให้สะอาด แล้วเก็บไว้เพื่อนำมาตัดเย็บเป็นผ้าผืนใดผืนหนึ่งที่ชำรุดเช่น ผ้านุ่งหรืออันตรวาสกหรือผ้าสบง ผ้าห่มหรือผ้าจีวรหรือผ้าอุตตราสงค์ หรือผ้าห่มซ้อนหรือสังฆาฎิ ในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

ต่อมา จึงมีพระบรมพุทธานุญาตให้รับผ้าจากฆราวาสได้ เพื่อเจริญศรัทธาของอุบาสกอุบาสิกาผู้เลื่อมใส และบรรเทาความยากลำบากของพระภิกษุสงฆ์ในการแสวงหาผ้าอีกทางหนึ่งด้วย (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

สำหรับคำว่า “ญาติพลี” ใน “พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับ ประมวลศัพท์” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) อธิบายว่า ญาติพลี หมายถึง สงเคราะห์ญาติ, ช่วยเหลือเกื้อกูลญาติ, การจัดสรรสละรายได้หรือทรัพย์ส่วนหนึ่งเป็นทุนสำหรับการช่วยเหลือเกื้อกูลญาติพี่น้อง, การใช้รายได้หรือทรัพย์ส่วนหนึ่งเพื่อเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันในด้านการสงเคราะห์ญาติ (ข้อ ๑ ในพลี ๕ อย่างแห่งโภคอาทิยะ ๕ )

สำหรับคำว่า “พลี” พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับ ประมวลศัพท์” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) อธิบายว่า ทางพราหมณ์ หมายถึง บวงสรวง, ทางพุทธ คือ สละเพื่อช่วยหรือบูชา หมายถึงการจัดสรรสละรายได้หรือทรัพย์บางส่วน เป็นค่าใช้จ่ายประจำสำหรับการทำหน้าที่เกื้อกูลต่อผู้อื่นและการสงเคราะห์ช่วยเหลือกันในด้านต่างๆ, การทำหน้าที่เกื้อกูลต่อผู้อื่นและการสงเคราะห์ช่วยเหลือกัน ที่พึงปฏิบัติยามปกติเป็นประจำ โดยใช้รายได้หรือทรัพย์ที่จัดสรรสละเตรียมไว้สำหรับด้านนั้นๆ มี ๕ คือ
๑. ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ
๒. อติถิพลี ต้อนรับแขก
๓. ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย
๔. ราชพลี ถวายเป็นหลวง หรือบำรุงราชการ เช่น เสียภาษีอากร
๕. เทวตาพลี ทำบุญอุทิศให้เทวดา

และ สำหรับ โภคอาทิยะ ๕ ใน “พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับ ประมวลศัพท์” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) อธิบายต่อมาว่า โภคอาทิยะ, โภคาทิยะ ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์มี ๕ คือ
๑. เลี้ยงตัว มารดา บิดา บุตร ภรรยา บ่าวไพร่ ให้เป็นสุข
๒. เลี้ยงเพื่อนฝูงผู้ร่วมงานร่วมกิจการให้เป็นสุข
๓. บำบัดป้องกันภยันตราย
๔. ทำ พลี ๕ อย่าง
๕. ทำทานในสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติชอบ

ดังนั้น ความหมายและที่มาของพิธีบังสุกุลอุทิศบุญญาติพลีจึงลึกซึ้งยิ่ง ด้วยเป็นการกตัญญูกตเวทิตาต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วอย่างยิ่ง ด้วยการทำบุญและอุทิศกุศลทุกด้านอย่างครบถ้วน













ความหมาย และที่มาของพิธีบังสุกุลอุทิศบุญญาติพลี เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ วัดสระเกศฯ









