
วัดสำเร็จ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แรงบันดาลใจเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ)
ในการเรียนภาษาบาลี ตั้งแต่เป็นสามเณร

เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. คณะผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ประกอบด้วย พระปัญญาวชิราภรณ์ พระราชอุปเสณาภรณ์ พระราชกิจจาภรณ์ พระศรีคุณาภรณ์ และ พระครูสิริวิหารการ เดินทางไปกราบสักการะบัวบรรจุอัฐิขรัวพุดสอน ณ วัดสำเร็จ เกาะสมุย ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งโบราณสถานที่สำคัญเชิงประวัติศาสตร์ ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเกาะสมุย ๗๔ องค์ อายุหลายร้อยปี ที่ชาวสมุยให้ความเคารพศรัทธา


เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) เคยเล่าว่า เมื่อยังเป็นสามเณรอยู่สมุยกับหลวงพ่อพริ้ง วัดสำเร็จ เป็นแรงบันดาลใจให้เจ้าประคุณสมเด็จฯ อยากไปเรียนภาษาบาลีที่เกาะลังกา ตามแบบอย่างบูรพาจารย์ของเกาะสมุย

เนื่องจากในอดีตมีพระเถระชาวสมุยเดินทางไปเรียนภาษาบาลีที่เกาะลังกามาโดยลำดับ โดยเฉพาะพระเถระจากวัดสำเร็จ เมื่อกลับจากลังกาท่านได้สร้างกุฎิทรงลังกาผสมศิลปะของชาวจีนไหหลำเอาไว้ ที่วัดสำเร็จ ซึ่งกุฏิดังกล่าวยังมีอยู่สืบมาจนถึงปัจจุบันนี้

ประวัติวัดสำเร็จ โดยสังเขป
วัดสำเร็จ ตั้งอยู่ที่ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของเกาะสมุย มีอายุมากกว่า ๒๐๐ ปี จากลักษณะศิลปกรรมสันนิษฐานว่า วัดนี้น่าจะสร้างในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาถึงกรุงธนบุรีตอนต้น (ราวพุทธศักราช ๒๓๑๐ – ๒๓๑๓)

ตามประวัติระบุว่า ตั้งเมื่อ พุทธศักราช ๒๔๔๐ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พุทธศักราช ๒๔๒๓ พระนิพนธ์ในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงรายงานการเสด็จตรวจราชการหัวเมืองปักษ์ใต้ ทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๒๗ ทรงกล่าวถึงวัดมะเร็ต หรือวัดสำเร็จเอาไว้ว่า

” …เดินข้ามท้องนาไปถึงวัดมะเรศอยู่บนโคกสูงกลางทุ่ง ข้างวัดด้านใต้มีทุ่งนาใหญ่กว้างเหลือประมาณ เรียกว่าทุ่งใหญ่ วัดมะเรศนี้ มีโบสถ์ร้างมุงหลังคาจากโบสถ์หนึ่ง มีวิหารมุงหลังคากระเบื้อง ฝาผนังก่อด้วยอิฐบุราณชำรุด มีพระประธานหน้าตักกว้าง ๗ ศอก และมีพระพุทธรูปใหญ่น้อยตั้งเต็มวิหารประมาณ ๕๐ รูป มีกุฎีมุงจากเครื่องผูกฝาขัดแตะ ๔ หลัง มีหอฉัน ๑ หลัง มีพระเจดีย์บุราณอย่างเก่า ๑ องค์ ในวัดนั้นมีต้นไม้ใหญ่ ๆ ร่มรื่นเย็นสบาย
… วัดมะเรศนี้ได้ความว่า ท่านขรัวพุดษรเป็นพระแต่ครั้งแผ่นดินขุนหลวงตากสร้างไว้ … “

สืบจากปากคำชาวบ้าน ได้ความว่า เมื่อครั้งขุนหลวงตากกำลังรวบรวมแผ่นดิน ได้นำเหล่าทหารกล้ามาตั้งค่ายอยู่ที่วัดแห่งนี้ โดยนิมนต์ขรัวพุทธสรมาเป็นขวัญกำลังใจให้กับเหล่าทหาร

สำหรับวัดสำเร็จ ชื่อที่คุ้นเคยในท้องถิ่นและเรียกขานกันมาแต่เดิม ว่า “วัดมะเร็ต” และมีชื่ออย่างเป็นทางการตามทำเนียบวัดในพระราชอาณาจักร ว่า ”วัดคงคาคีรี“ ซึ่งมีหลักฐานปรากฏตามบันทึกในหนังสือจดหมายเหตุพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสแหลมมลายู คราว ร.ศ. ๑๐๗ และ ๑๐๘ ในการเสด็จพระราชดำเนินประพาสเกาะสมุย เมื่อวันเสาร์ เดือน ๙ แรม ๑“ ค่ำ ร.ศ. ๑๐๗ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๑

ในปี พุทธศักราช ๒๔๕๕ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เสด็จมาเกาะสมุยและเยี่ยมชมวัดต่าง ๆ รวมทั้งวัดสำเร็จด้วย

พระองค์ได้ชื่นชมผลการทำงานของเจ้าอาวาส มี อินทสุวัณโณ เป็นอย่างมาก สมเด็จฯ จึงได้ทรงเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดมะเร็ต เป็นวัดสัมฤทธิ์ แต่หลังจากกลับกรุงเทพไปแล้วประมาณ ๓ เดือนได้ทรงมีหนังสือแจ้งเปลี่ยนชื่อวัดสัมฤทธิ์ เป็น “วัดสำเร็จ” จนถึงปัจจุบัน

สิ่งก่อสร้างสำคัญภายในวัด มีดังนี้
วิหารพระสำคัญตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัดติดกับอุโบสถ แม้ว่าในปัจจุบันวิหารหลังนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมากก็ตาม แต่ก็ยังคงเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปใหญ่น้อยสกุลช่างท้องถิ่น เกาะสมุย ซึ่งคาดว่า เริ่มสร้างมาตั้งแต่ครั้งกรุงธนบุรี และพบร่องรอยการสร้างใหม่เพิ่มเติมในภายหลัง รวมทั้งการซ่อมแซมองค์เก่าเรื่อยมาจนกระทั่งปี พุทธศักราช ๒๔๗๒

ภายในวิหารสำรวจพบบัวบรรจุอัฐิ ๑ องค์ มีรูปคนปรากฏอยู่สันนิษฐานว่า เป็นของขรัวพุดสอน มีพระพุทธรูปใหญ่น้อย จำนวน ๗๔ องค์ เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ จำนวน ๑ องค์ พระพุทธรูปปางมารวิชัย จำนวน ๕๘ องค์ พระพุทธรูปปางสมาธิ จำนวน ๑๓ องค์ พระพุทธรูปปางประทับยืน จำนวน ๒ องค์ (สร้างด้วยไม้ลงรักปิดทองล่องชาด)

นอกจากนั้น ทั้งบัวบรรจุอัฐิฐานและรูปปั้นบุคคล พระพุทธรูปใหญ่น้อยล้วนสร้างด้วยหินปะการังหรือศิลาการัง โดยนำหินปะการังมาแกะสลักเป็นองค์พระพุทธรูป ฉาบปูน ลงรักปิดทองล่องชาด เม็ดพระศกทำด้วยหอยเกลียวเล็ก ๆ ซึ่งพบได้ทั่วไปตามชายหาดนาเทียนไม่ไกลจากวัดมะเร็ต

สถูปหรือบัวบรรจุอัฐิขรัวพุดสอน
สร้างขึ้นเพื่อบรรจุโถแก้วใส่อัฐิขรัวพุดสอน ตั้งอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของวัด ถัดออกไปจากวิหารพระ
สำหรับขรัวพุดสอนสันนิษฐานว่า เป็นพระแต่ครั้งแผ่นดินขุนหลวงตาก เมื่อขรัวพุดสอนมรณภาพแล้ว ราษฎรปลงศพเก็บอัฐิใส่โถแก้วตั้งไว้พร้อมด้วยเครื่องสักการะบูชายังมีอยู่จนบัดนี้
ในปัจจุบันสถูปบรรจุอัฐิของขรัวพุดสอนได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์สร้างมณฑปครอบ

เจดีย์พ่อเฒ่าขรัวพุดสอน
เจดีย์บุราณหรือเจดีย์พ่อเฒ่าขรัวพุดสอนองค์ที่ ๑ ตั้งอยู่บริเวณระหว่างอุโบสถและกุฏิสงฆ์อาคันตุกะมีลักษณะเป็นพระเจดีย์เก่า ก่ออิฐฉาบปูน ทรงปราสาทย่อมุมไม้สิบสอง ตามขนบนิยมของรูปแบบศิลปกรรมช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนฐานและบัลลังก์ตกแต่งด้วยลายปูนปั้นรูปทรงกลีบบัว เครื่องถ้วยจีน ส่วนยอดประดับสถูปจำลองทำนองเดียวกับเจดีย์พระบรมธาตุไชยา มีเจดีย์บริวารเป็นเจดีย์ประจำทิศและเจดีย์ประจำมุม เจดีย์ประจำทิศส่วนเรือนธาตุทำเป็นช่องคูหาสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป
เจดีย์องค์นี้ เป็นเจดีย์หนึ่งในจำนวน ๓ องค์ที่สร้างขึ้น โดยขรัวพุดสอน องค์ที่หนึ่งอยู่วัดแหลมดิน องค์ที่สองอยู่วัดหน้าพลาญ และองค์ที่อยู่สามอยู่วัดสำเร็จนี้ ดังที่สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุขเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงกล่าวไว้ว่า
” … อนึ่ง ท่านขรัวพุดษรองค์นี้ ได้ทำพระเจดีย์อย่างเก่าที่ระลึกไว้ในเกาะสมุยนี้ ๓ แห่ง คือ วัดมะเรศแห่งหนึ่ง ที่หน้าพระลานด้านเหนือ แห่งหนึ่ง ที่แหลมดินเกาะสมุยด้านใต้แห่งหนึ่ง … ”

สำนักงานเลขานุการวัดสระเกศ
๐๖๒-๓๔๖๕-๖๓๒
๐๘๔-๖๓๕-๑๔๕๒
๐๘๒-๙๕๙-๙๓๕๙










