
๑๐ เกิดความสงบ คือ สงบจากนิวรณ์
ที่ว่าเกิดความสงบ คือ สงบจากนิวรณ์ ไม่ขุ่นมัว ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่เบื่อหน่าย ไม่มีความหงุดหงิด ไม่มีความอาฆาตพยาบาทขัดเคืองใจคอยรบกวน ที่เกิดความสงบได้ก็เพราะนิวรณ์ ๕ สงบระงับลงไป ในขณะนั้น ปีติและสุขเด่นดวงขึ้นมาแทนที่ จึงชื่อว่า “กายก็วิเวก จิตก็วิเวก” เพราะความที่จิตสงัดจากนิวรณ์จึงทำให้ปีติและสุขเกิดขึ้นตามมา
กายก็วิเวกจากความเจ็บปวดทุกขเวทนาทางกาย
จิตก็วิเวกจากความร้อนรนทุรนทุรายทางใจ
จึงชื่อว่า “กายวิเวก จิตวิเวก”
บางขณะเหมือนตัวลอยขึ้นแล้วแกว่งเบาๆ เพราะถูกปีติกระทบจิตจึงแกว่งตามปีติ ส่วนจะแกว่งแรงแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าจิตถูกปีติกระทบแรงมากน้อยแค่ไหน เหมือนลูกโป่งที่ถูกอัดแก๊สเข้าไป แล้วผูกเชือกโยงไว้ให้ลอยอยู่ในอากาศ เมื่อมีลมพัดก็จะแกว่งสะบัดไปตามทิศทางที่ลมพัด แต่หลุดลอยออกไปไม่ได้เพราะถูกเชือกผูกไว้ ลูกโปร่งจะแกว่งแรงแค่ไหน หมุนไปทิศทางใดก็ขึ้นอยู่กับความแรงและทิศทางของลม

อาการที่นิวรณ์สงบระงับไปทำให้จิตเกิดปีติก็พอจะอธิบายให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ดังกล่าวมานี้










