
สุดทางจงกรม :
สมาธิเบื้องต้นสำหรับลงมือปฏิบัติ (มหาสติปัฏฐาน ๔)
บทที่ ๒๖ ความอยาก ก่อกระแสวิญญาณ
ประพันธ์โดย พระราชกิจจาภรณ์ (พระมหาเทอด ญาณวชิโร) “ญาณวชิระ”

บทที่ ๒๖ ความอยาก ก่อกระแสวิญญาณ
ตัณหา คือ ความอยาก เป็นตัวก่อกระแสวิญญาณ การทำงานของสังขารในขันธ์ ๕ เชื่อมอยู่กับตัณหา
ตัณหามีการก่ออารมณ์อยากอย่างใหม่ขึ้นมาอยู่ร่ำไป เรียกว่า “กามตัณหา”
เมื่อก่อความอยากในสิ่งใหม่ขึ้นมา ได้สิ่งใดก็ยึดสิ่งนั้นไว้ ไม่อยากปล่อย ไม่อยากสูญเสียสิ่งนั้นไป เรียกว่า “ภวตัณหา”
ส่วนสิ่งใดที่ไม่ชอบใจก็อยากให้สิ่งนั้นพ้นไปเสีย อยากให้สิ่งนั้นหมดสิ้นไปเสีย เรียกว่า “วิภวตัณหา”
ภาวะใดชอบก็ยึดไว้ ภาวะใดไม่ชอบก็ผลักใสออกไป ที่ชอบใจก็อยากยึดไว้ แต่ก็ยึดได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จึงเป็นทุกข์
ที่ไม่ชอบใจ อยากผลักใสออกไปก็ผลักออกไปได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เมื่อไม่ได้ตามใจอยาก จึงเป็นทุกข์อยู่ร่ำไป
ทั้งสิ่งชอบและไม่ชอบก็ล้วนแต่มีรากมาจากความอยากอันเป็นตัณหา คือ อยากยึดไว้กับอยากผลักใสออกไป
กระแสความคิดวนเวียนซ้ำๆ อยู่กับเรื่องที่อยากเหนี่ยวรั้งเอาไว้ และเรื่องที่อยากผลักใสออกไป ซึ่งเป็นกระแสความคิดที่ชอบ (โลภะ) และชัง (โทสะ) ตกตะกอนกลายเป็นกระแสวิญญาณไหลเวียนเป็นกระแสชีวิต เป็นเชื้อวิญญาณให้ก่อภพขึ้นมาใหม่
ความอยากสิ่งใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ของตัณหา จึงเป็นการก่อภพอยู่เรื่อยๆ จากภพน้อยกลายเป็นภพใหญ่ซ้อนทับกันขึ้นมาเป็นวัฏฏะแห่งชีวิต
การก่อภพใหม่ก็คือการยึดภาวะนั้นไว้ ไม่อยากให้ภาวะนั้นเปลี่ยนไป
การอยากสิ่งใหม่เป็นการก่อภพใหม่อยู่เรื่อยๆ เป็นการสร้างภพใหม่ขึ้นมาจึงเป็นปกติของตัณหา ได้สิ่งใดก็ยึดสิ่งนั้นไว้ เมื่อเบื่อหน่ายสิ่งนั้นก็ไขว่คว้าหาสิ่งใหม่อีก ครั้นได้สิ่งนั้นมาก็ยึดไว้ และเบื่อหน่ายสิ่งนั้น แล้วไขว่คว้าหาสิ่งใหม่อีกต่อไป
ภาวะความอยากนี้เกิดขึ้น สืบเนื่องกันไปเป็นกระแสชีวิต ไม่สิ้นสุด จึงเรียกว่า “กระแสวิญญาณ”












