
สุดทางจงกรม :
สมาธิเบื้องต้นสำหรับลงมือปฏิบัติ (มหาสติปัฏฐาน ๔)
บทที่ ๒๔ เวทนา
ประพันธ์โดย พระราชกิจจาภรณ์ (พระมหาเทอด ญาณวชิโร) “ญาณวชิระ”

บทที่ ๒๔ เวทนา
โดยมากเมื่อแรกปฏิบัติสมาธิ ขณะนั่งกำหนดอารมณ์พระกรรมฐาน ผู้ปฏิบัติจะเกิดทุกขเวทนาอย่างรุนแรง เช่น ปวดเข่า ปวดขา ปวดแข้ง ปวดข้อเท้า ปวดก้นกบอย่างรุนแรง หากหยุดเสียในระหว่าง ไม่เพียรพยายามอดทนกัดฟันกำหนดจนความเจ็บปวดแตกดับไป พอกลับมานั่งใหม่ในบัลลังก์ต่อๆ ไป ก็จะเกิดความเจ็บปวดทุกขเวทนาอย่างรุนแรงอีกเหมือนเดิม แต่ถ้ายอมอดทนซ้ำๆ ต่อสู้ทุกขเวทนานั้นหลายๆ บัลลังก์

อดทนนั่งกำหนดเพ่งความเจ็บปวดจนทุกขเวทนานั้นแตกดับไป ถ้าสามารถอดทนจนผ่านพ้นไปได้ครั้งหนึ่ง หรือสองครั้ง เมื่อนั่งครั้งต่อๆ ไปก็จะค่อยๆ ดีขึ้น จนอาการเจ็บปวดไม่เกิดขึ้นอีก หรือถึงจะเกิดขึ้นก็ปวดน้อยลง และผ่านพ้นไปได้ง่ายขึ้น เพราะอาการเจ็บปวดจะไม่รุนแรงเหมือนเดิม
ถึงแม้จะมีความเจ็บปวดทุกเวทนาทางกายตามธรรมดาของร่างกาย แต่ความเจ็บปวดก็ถูกกำลังสมาธิกดข่มเอาไว้

วิธีฝึกปฏิบัติเพื่อก้าวข้ามทุกขเวทนาขณะนั่งสมาธิ เมื่ออาการเจ็บปวดทุกขเวทนาเกิดขึ้น จิตจะถูกความเจ็บปวดดึงให้หลุดออกมาจากลมหายใจไปเองตามธรรมชาติ หรือจะกำหนดจิตหยุดดูลมหายใจ แล้วย้ายจิตเพ่งไปยังตำแหน่งที่มีอาการเจ็บปวดก็ได้

ให้เฝ้าสังเกตอาการเจ็บปวดที่ค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ให้เห็นการเติบโตขึ้นของความเจ็บปวด อาการเจ็บปวดจะเหมือนบีบคั้นร้าวไปจนถึงกระดูกแล้วคลายตัวออก จากนั้นก็จะกลับมาบีบคั้นเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นอีก วนกลับไปกลับมาซ้ำๆ อยู่อย่างนี้
ผู้ปฏิบัติต้องเฝ้าสังเกตอาการเจ็บปวดทุกขเวทนาที่เพิ่มขึ้นและลดลงด้วยความทนอดทนอย่างยิ่งยวด ถึงแม้จะเจ็บปวดจนน้ำหูน้ำตาเล็ดก็ต้องกัดฟันฝืนทนต่อความเจ็บปวด จนกว่าจะผ่านไปให้ได้

ถ้ายังไม่ผ่านในครั้งแรก เนื่องจากทุกขเวทนาแรงกล้ามากก็เปลี่ยนอิริยาบถไปเดิน เพื่อให้กายและจิตเกิดความผ่อนคลาย ให้จิตได้เรียนรู้ความเจ็บปวดจนจิตเริ่มคุ้นชิน เมื่อกลับมาปฏิบัติในบัลลังก์ต่อไป ถึงแม้ทุกขเวทนาเช่นนั้นยังเกิดอีกก็ให้เฝ้าสังเกตเหมือนเดิม และอดทนจนกว่าจะผ่านไปได้ หากยังมีความเพียรไม่ย่อท้อ สุดท้ายก็จะก้าวข้ามเวทนาทางกายไปได้

ทำบ่อยๆ ให้จิตคุ้นชินกับความเจ็บปวดทุกขเวทนา
หากไม่เลิกล้มเสียในระหว่าง มีความเพียรไม่ย่อท้อ สุดท้ายก็จะปลดล็อกก้าวข้ามทุกขเวทนาไปได้ แต่ละคนจะมีล็อกของตัวเองไม่เหมือนกัน
เวทนาเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างกายและจิตมาบรรจบกัน

การเฝ้าสังเกตดูเวทนา คือ ความรู้สึกเจ็บปวดทางกายก็เป็นการเฝ้าสังเกตจิต เพราะความรู้สึกเจ็บปวดเป็นความรู้สึกของจิต เป็นอาการของจิต
การเห็นความรู้สึกเจ็บปวดทางกายเป็นการเห็นเวทนา จึงเป็นการเห็นจิตไปในตัวด้วย












