
บทที่ ๑๓ ปีติ-สุข
เมื่อปฏิบัติไปเรื่อยๆ พอจับอารมณ์พระกรรมฐานได้จะเกิดความลิงโลดใจ คือ เกิดปีติ พอเสวยอารมณ์พระกรรมฐานก็เกิดความสุขใจ ดีใจ เอิบอิ่มใจเหมือนคนเดินทางไกลมาเหนื่อย พอมองเห็นร่มไม้กลางเปลวแดดก็เกิดปีติ ดีใจที่ได้เห็นว่ามีต้นไม้อยู่กลางเปลวแดดจะได้นั่งพัก พอเดินเข้าไปพักใต้ร่มไม้ ได้ดื่มน้ำ ได้นอนพักก็มีความสุข เอิบอิ่มใจ
คนเดินทางผ่านทุกข์ในสังสารวัฏมาก็เช่นเดียวกัน
พอพบปีติจากความสงบเข้าก็ลิงโลดใจ ดีใจ สุขใจ

การปฏิบัติกรรมฐานก็เหมือนคนเดินทางไกลฝ่าเปลวแดด ต้องอดต้องทนมาก ต้องใช้อาตาปีเพียรพยายามมาก เพื่อแผดเผาความเกียจคร้านให้มอดไหม้

ต้องทนหนาว ทนร้อน ทนนั่ง ทนเดิน ทนเจ็บ ทนปวด ทนกดข่มใจ ต้องเพียรพยายามอยู่กับลมหายใจ อยู่กับการกำหนดอารมณ์พระกรรมฐาน ครั้งแล้วครั้งเล่า วันแล้ววันเล่า กว่าจะเอาจิตอยู่ กว่าจิตจะสงบระงับอยู่กับลมหายใจ พอจิตสงบเท่านั้น มันเกิดปีติทันที มันลิงโลดใจ มันดีใจ จนน้ำตาไหล บางคนถึงกับปล่อยโฮร้องไห้ออกมาดังๆ
พอความปีติลิงโลดใจสงบลง
จิตก็เสวยความเอิบอิ่มใจเป็นสุขอยู่










