“พระลูกชายโชคดีที่ได้ทำหน้าที่ของลูก” โดย พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย

0
1405

วันนี้วันพระ วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๒ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๕

“พระลูกชายโชคดีที่ได้ทำหน้าที่ของลูก”

โดย พระครูสมุห์สุพัฒน์  อนาลโย เรื่อง และ ภาพ

คุณเคยภูมิใจในตนเองบ้างไหม…

แน่นอนบางคนก็พูดอยู่ในใจว่า​ เคย​และไม่เคย​   ส่วนอาตมามีความภาคภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิตล่าสุดนี้เอง

หลังจากที่แม่ได้เสียชีวิตไปแล้ว จากฝันร้ายมาเยือนมันผ่านไป ความสุขย่างก้าวเข้ามาแทนที่ ในร้ายยังมีดีอยู่

เมื่อแม่จากลูกไปอย่างไม่มีวันหันกลับมาอีก ในวินาทีที่แม่ป่วยอาตมาได้ไปดูแลท่านเดือนหนึ่งกับน้องสาวและหลานช่วงสุดท้ายของชีวิตท่าน   เป็นครั้งแรกที่ตนได้ใกล้ชิดกับความตายมากที่สุด​ แต่ก่อนก็เคยเห็นครอบครัวคนอื่นที่มีญาติเสียชีวิตจากเขาไป

พอเวลานั้นมาถึงเราจริงๆ​ ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความตายรู้สึกเสียใจ​  รู้สึกอ้างว้าง​ โดดเดี่ยว​ ทุกข์ใจ ไม่อยากให้ท่านจากเราไปเลย แต่ก็ฝืนกฎของธรรมชาติไม่ได้​  ต้องจำใจ ทำใจ​ ปล่อยวาง​ แต่ไม่ปล่อยทิ้ง​ ความรัก​ ความทรงจำของแม่ยังอยู่ในใจลูกๆ เสมอตลอดไป

นั่นจึงเป็นเหตุให้อาตมาไปปฏิบัติธรรม พร้อมจำพรรษากับองค์หลวงตาสุริยา​ มหาปัญโญ​ ที่วัดป่าโสมพนัส​  จังหวัดสกลนคร​  ด้วยความเมตตาที่มีต่อลูกศิษย์ ท่านสอนให้เจริญสติแบบการเคลื่อนไหวตามแนวทางหลวงพ่อเทียน​ จิตตสุโภ ปรมาจารย์แห่งการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวรูปแรกในเมืองไทย

หลวงตาถามว่า รู้จักคำว่ารู้สึกตัวไหม?

 ก็ตอบท่านว่า ไม่รู้ครับ

ท่านบอกว่า ให้รู้สึกตัว​ รู้ซื่อๆ​ แค่นี้หละ

อาตมาได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมสัปดาห์แรก ทั้งเดินจงกรม และ นั่งสร้างจังหวะ​๑๔​ จังหวะ ระหว่างนั้นก็ได้ฝึกฝืนต่อสู้กับความง่วง​ ความคิด​  ผ่านความคิดก็คิดสั้นลง ​มี “สติ” หรือ “ความรู้สึกตัว รู้เนื้อรู้ตัว ”มากขึ้น

ครั้งหนึ่งที่หลวงตาเทศน์เรื่อง “ความทุกข์” และ “ความรัก”​ ก็เก็บนำไปคิดพิจารณาต่อยอด คืนนั้นก็นอนสร้างจังหวะจนหลับไป​  ตื่นเช้าขึ้นมา เรื่องความทุกข์กับความรักผุดขึ้นมาให้เราได้ย้อนรอยความทุกข์ใจ​  ได้เห็นอาการดีใจ​ การรอคอย​ รอยยิ้มเสียงหัวเราะ​ ความพอใจไม่พอใจ​ สมหวังผิดหวัง​ ร้องไห้​ และการทรมานใจ​

เห็นการเปลี่ยนแปลงของคนที่เรารักไม่สามารถบังคับบัญชาได้ (ใจเราใจเขา) ​ก็ทำให้เราหลงจมปักกับเรื่องราวต่างๆ ของความรัก อดีตที่ผ่านมา​ ๒๐​ ปี​ เหมือนดูหนังเป็นเรื่องๆ ไปจนจบตอน ทำให้เข้าใจคำว่า​ “ทุกข์”​  ตัวนี้เองที่ขังเราอยู่กับอดีตมามากกว่า​๒๐​ ปี​

 ความรักกับความหลง​ การยึดมั่นถือมั่นในความรักนั้นก็ทำให้เกิดความหึงหวงใจขาดความอิสระก็เป็นทุกข์

จากนั้นก็ทำให้เข้าใจ​ ใจก็เบา​ ใจรู้สึกเป็นอิสระที่ออกจากเรื่องทุกขังนั้นได้​ เหมือนเรายกของหนักออกจากอกได้​​  ใจเบาสบายโล่ง​ ทำงานก็ยังมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง​ ภูมิใจที่ผ่านมันไปได้ เหมือนเราชนะอะไรสักอย่างหนึ่ง​  เราก็ดีใจ​ นี่เป็นผลของการฝึกเจริญสติแบบเคลื่อนไหวนั่นเอง

ตั้งแต่อาตมาบวชมาในร่มโพธิ์ธรรมของพระพุทธศาสนา เมื่อโยมแม่ คุณแม่ปน พลรักษา สิ้นไปแล้วเสียดายที่ไม่มีโอกาสพาท่านไปปฏิบัติธรรมเลย  ตอนนี้คงเหลือแต่โยมพ่อ คุณพ่อเคน พลรักษา ความคิดเกิดขึ้นในใจอยากให้พ่อไปปฏิบัติธรรม​ เป็นช่วงเวลาที่โยมพ่อไปเข้าวัดถือศีลกินเจและฟังเทศน์เกิดความซาบซึ้งในพระธรรมจึงน้ำตาไหล

เมื่อทราบว่าโยมพ่อซาบซึ้งในพระธรรมให้ทานรักษาศีลแล้วยังขาดการปฏิบัติเปรียบเสมือนโยมพ่อได้อ่านแค่ฉลากของธรรมะ​ แต่ยังไม่ได้ดื่มล้ำรสของพระธรรมอย่างแท้จริง​ จึงได้พูดกับโยมพ่อว่า ขอให้พระลูกชายได้ทำหน้าที่ของลูกที่ได้บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนาแล้ว​ ให้โยมพ่อไปปฏิบัติธรรมด้วยสัก ๗ วันก่อนได้ไหม​ หลังจากนั้น​ ก็แล้วแต่โยมพ่อจะไปก็ได้ไม่ไปก็ได้

ผลปรากฏว่าท่านรับปากว่า​ ไป 

เมื่อได้ยินเพียงแค่นี้ก็ดีใจมากจนขนลุกเลยโดยทีเดียว​  ให้โยมพ่อไปชักชวนเพื่อนไปด้วย ถ้าได้คนเยอะจะเหมารถให้ อนิจจังไม่มีใครว่างเลย​ โยมพ่อได้มาปฏิบัติคนเดียว​

พอมาปฏิบัติ ๓ วันแรกก็รู้สึกมีความเจ็บปวดขา​ ความคิด​ ความง่วงเกิดขึ้น​ ก็ไม่สู้ความพยายามความอดทนของคนได้ ในที่สุดผ่านไปด้วยดี

โยมพ่อเล่าว่า วันที่ ๔ – ๕ ก็มีอาการปวดขา ปวดหัวก็หาย รู้สึกเบาสบายหัว​ ความคิดน้อยลง​  เดินได้สบาย ไม่ปวดขาเบากายสบายใจ​ มีความสุข​ วันที่ ๗ ​ยิ่งเดินยิ่งเบาตัว​ความรู้สึกตัวมีสติเพิ่มขึ้น

พระลูกชายดีใจ ภูมิใจแล้ว ที่ได้ทำหน้าที่ของความเป็นลูกได้สมบูรณ์แบบสำหรับอาตมานะ​ที่สามารถชักชวนนำโยมพ่อเข้ามาปฏิบัติธรรมสัมผัสธรรมด้วยตนเอง

“โยมพ่อไม่ได้เป็นแค่ผู้อ่านฉลากธรรมะเฉยๆ แล้ว แต่ท่านได้รู้จักวิธีการฝึกสติให้อยู่กับตัวและวิธีการดื่มลิ้มรสของพระธรรมอย่างแท้จริงด้วยตนเอง”

ชีวิตนี้ก็เพียงพอแล้วที่เราได้เข้ามาสู่ร่มโพธิ์ของพระพุทธศาสนาพร้อมเป็นสะพานบุญให้โยมพ่อมาปฏิบัติธรรมสัมผัสธรรมะอย่างแท้จริง​  ขอบุญกุศลที่อาตมาได้ทำนี้และที่โยมพ่อได้สะสมมาส่งผลไปถึงโยมแม่โยมพี่ชายด้วยเทอญฯ

บันทึกเมื่อ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๒

พอ.จ๊อดส์

พระลูกชายโชคดีที่ได้ทำหน้าที่ของลูก” โดย พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย

พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย กับตุณพ่อเคน พลรักษา


พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย ผู้เขียน ณ สวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here