
วันที่ ๑๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๕.๐๐ น.
พระเทพวัชรสารบัณฑิต รศ.ดร.(เจ้าคุณประสาร จนฺทสาโร) รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระศรีวัชรวิสุทธิ์ ดร. (โกวิท อภิปุญฺโญ) รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา วัดด่านใน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา และ พระครูปริยัติวิสุทธิบัณฑิต ดร. เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เจ้าคณะตำบลด่านใน วัดโนนสมบูรณ์ เดินทางเยี่ยมและให้กำลังใจ พระราชอุปเสณาภรณ์ และ พระราชกิจจาภรณ์ ณ คณะ ๕ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร






ในการนี้ พระราชกิจจาภรณ์ ได้ถวายหนังสือ ชรัง อนตีโต “เมื่อความชรามาเยือน” ๕๕ ความเรียงว่าด้วยบทสนทนาของพระลูกชายกับโยมพ่อผู้ชรา ของ ญาณวชิระ พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร, วงศ์ชะอุ่ม)

“เมื่อความชรามาเยือน ก็แทบไม่มีส่วนไหนของสังขารร่างกายที่พอจะใช้งานได้ แม้ฟันของแม่จะยังอยู่เกือบครบทุกซี่ แต่ผมก็ขาวเต็มหัว ส่วนพ่อเองแม้เส้นผมจะยังดำ แต่ฟันก็ร่วงไปเกือบหมดปาก หลังที่เคยเหยียดตรงก็โก่งงอค่อมลงมองเห็นได้ชัด เวลาเดินทั้งสองคนต่างก็กระย่องกระแย่ง โซซัดโซเซพอ ๆ กัน” ญาณวชิระ

ส่วนหนึ่งจากคำนำ
เมื่อพ่อใหญ่แม่ใหญ่* อายุใกล้ ๘๐ ปี (*ปู่กับย่า คือ พ่อใหญ่โทน-แม่ใหญ่จูม วงศ์ชะอุ่ม)
คิดว่า ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอันสามัญของชีวิต คงใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้า ต้องทำอะไรที่จะเป็นการวางจิตของโยมทั้งสอง ลงสู่ฐานะอันควร จึงเริ่มเขียนเล่าเรื่องธรรมะสิ่งละอันพันละน้อย ถึงพ่อใหญ่แม่ใหญ่ผ่านจดหมายขนาดยาว ๔ ฉบับ (พุทธศักราช ๒๕๔๒ – ๒๕๔๖ ) เหมือนการพูดคุยผ่านตัวหนังสือ
อีกไม่กี่ปีถัดมา พ่อใหญ่แม่ใหญ่ก็ทยอยจากไปทีละคน นั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อกว่า ๒๐ ปีมาแล้ว

ต่อมา จดหมายถึงพ่อใหญ่แม่ใหญ่ทั้ง ๔ ฉบับ ได้ถูกนำมาปรับปรุงให้มีเนื้อหาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือในชื่อ “หลักการทำบุญและปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน” (พุทธศักราช ๒๕๔๗ ) 

ในช่วงที่ต้องเผชิญกับวิบากกรรมจากโทษของวัฏฏะอย่างหนักหน่วง กินระยะเวลายาวนานหลายปี (พุทธศักราช ๒๕๖๑ – ๒๕๖๗ : ขณะเขียนคำนำ)
บางช่วงบางเวลา มีโอกาสได้นั่งทบทวนอะไรบางอย่าง วันคืนก็ล่วงไป ล่วงไป ไม่ได้ล่วงไปเปล่า แต่กำลังได้ถดถอยลงไปด้วย อายุมากขึ้น ชีวิตก็เหลือน้อยลงทุกขณะ อะไรที่ทำแล้ว และอะไรที่เคยตั้งใจเอาไว้ แต่ยังไม่ได้ทำ ก็ควรลงมือทำเสียตั้งแต่วันนี้ ไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาท

“ควรทำความเพียรเสียตั้งแต่วันนี้ ใครจะรู้ว่าวันพรุ่งนี้จะตายหรือไม่ ฯ” (พระพุทธพจน์)
การมาของวัยชราทำให้ร่างกายของโยมพ่อและโยมแม่กลายเป็นที่ประชุมแห่งโรค ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอันสามัญของชีวิต คงใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้า การทำอะไรไว้เป็นเครื่องอนุสรณ์ถึง ในขณะที่โยมทั้งสองยังรับรู้ได้ ชื่อว่าเป็นการสนองพระคุณในความกตัญญูอย่างหนึ่ง

สถานการณ์ชีวิตพลิกผันไปตามความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ในแต่ละวัน แต่เมื่อคำนึงถึงพระพุทธพจน์ข้างต้น ก็ทำให้ไม่อาจวางใจลงในความประมาทได้ จึงหาเวลาสนทนากับโยมพ่อด้วยเรื่องสัพเพเหระ ตามโอกาสอันควร อันจะเป็นการเติมเต็มความปรารถนาในใจให้ถึงความบริบูรณ์

บางแง่มุมในการสนทนา ก็เป็นเรื่องของการหาเลี้ยงปากท้อง ตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงวัยชราของโยมพ่อ ตามวิถีชีวิตชาวบ้านอันธรรมดาแต่ก็แฝงไว้ด้วยปูมหลัง พื้นประวัติ ภูมิปัญญา คติชน และความเชื่อ อันเป็นรากฐานของชุมชน บางแง่มุมในการสนทนาของบางวัน กลับดิ่งลึกลงไป ในความคิดอันแหลมคม ทำให้เห็นชีวิตในความหมายของคำว่า “พ่อ” ยิ่งกว่าบทเทศนาว่าด้วยความกตัญญูใด ๆ
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา (พุทธศักราช ๒๕๖๔ ) หลังการสนทนาจบลงในแต่ละครั้ง จึงหาข้อมูลเพิ่มเติม และเริ่มเรียบเรียงถ้อยคำของโยมพ่อ ออกเป็นตัวหนังสือ เป็นที่มาของ ๕๕ ความเรียงจากบทสนทนา ระหว่างพระลูกชายกับโยมพ่อผู้ชรา

นับตั้งแต่วันที่โยมพ่อโยมแม่ยอมอนุญาตให้ลูกชายบรรพชาเป็นสามเณร (พุทธศักราช ๒๕๒๗) จนถึงวันเข้าสู่มณฑลแห่งการอุปสมบท เป็นพระภิกษุ (พุทธศักราช ๒๕๓๕ ถึงแม้โยมทั้งสองจะลำบาก จะขัดสน จะประสบกับความยุ่งยาก ในการประกอบอาชีพเพียงใด ก็ตาม แต่โยมทั้งสอง ก็ไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดจากพระลูกชาย ในฐานะของลูก เกินไปจากสมณวิสัย ที่พระสงฆ์จะพึงแสดงความกตัญญูต่อโยมพ่อโยมแม่ได้ จึงไม่ต้องคอยกังวลกับฐานะและความเป็นอยู่ของโยมทั้งสอง ทำให้มีจิตมุ่งตรงต่อการทำงานพระศาสนา สนองงานพระอุปัชฌาย์ เท่ากับโยมทั้งสองให้โอกาสลูกชาย ได้ทำห้าที่พระสงฆ์ อย่างเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ ทั้งนี้ เพราะโยมทั้งสองเคารพในความเป็นพระของลูกชาย ทั้งยังรู้แจ้งชัดว่า พระสงฆ์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนอย่างไร

เมื่อความชรามาเยือน ในวันที่วัยและสังขารของโยมทั้งสองเริ่มโรยราลง เพื่อแสดงความขอบคุณโยมทั้งสอง ที่ยอมสละลูกชายถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อแสดงคุณของโยมทั้งสองให้ปรากฏ จึงได้เรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ขึ้น

บัดนี้ มโนรสในใจได้ถึงความบริบูรณ์แล้ว ขอท่านผู้มีส่วนอุปถัมภ์การทำหน้าที่พระสงฆ์ของอาตมภาพ จงเป็นผู้มีความไพบูลย์ในธรรม และร่วมอนุโมทนาในโอกาสนี้ด้วย
ญาณวชิระ พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร,วงศ์ชะอุ่ม)
วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร, มกราคม ๒๕๖๗

๕๕ ความเรียงว่าด้วยบทสนทนาของพระลูกชายกับโยมพ่อผู้ชรา
เขียนโดย ญาณวชิระ พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร, วงศ์ชะอุ่ม)
ได้ที่https://anyflip.com/oqiew/djth/
ท่านสามารถ สแกนโหลดหนังสือ ชรัง อนตีโต “เมื่อความชรามาเยือน” ๕๕ ความเรียงว่าด้วยบทสนทนาของพระลูกชายกับโยมพ่อผู้ชรา ของ ญาณวชิระ พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร, วงศ์ชะอุ่ม) ได้ที่ 👉https://anyflip.com/oqiew/djth/
เนื่องในโอกาสพิธีอัญเชิญสัญญาบัตร พัดยศถวายแด่ พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน) และพระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) วันศุกร์ที่ ๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๕.๐๐ น.
ณ พระอุโบสถวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร



สำนักงานเลขานุการวัดสระเกศ
๐๖๒-๓๔๖๕-๖๓๒
๐๘๔-๖๓๕-๑๔๕๒
๐๘๒-๙๕๙-๙๓๕๙
ช่องทางติดตามข่าวสาร
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ https://www.facebook.com/watsraket/
โครงการบูรณปฏิสังขรณ์ องค์พระเจดีย์พระบรมบรรพต ภูเขาทอง https://xn--www-hklza9g2gnb2i.facebook.com/Phukhaothong344?mibextid=LQQJ4d
Official line (ไลน์วัดสระเกศ) https://lin.ee/jtx1XqS

การเดินทางของ “ชรัง อนตีโต : เมื่อความชรามาเยือน” เมื่อพระเทพวัชรสารบัณฑิต รศ.ดร.(เจ้าคุณประสาร) เดินทางเยี่ยมและให้กำลังใจ พระราชอุปเสณาภรณ์ และ พระราชกิจจาภรณ์ ณ คณะ ๕ วัดสระเกศฯ














