
สุดทางจงกรม : สมาธิเบื้องต้นสำหรับลงมือปฏิบัติ (มหาสติปัฏฐาน ๔) บทที่ ๔๖ สังเกตการเชื่อมต่อระหว่างอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก ประพันธ์โดย พระราชกิจจาภรณ์ (พระมหาเทอด ญาณวชิโร) “ญาณวชิระ”

บทที่ ๔๖ สังเกตการเชื่อมต่อ
ระหว่างอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก

ขณะที่นั่งสมาธิอยู่ก็ให้คอยสังเกตการเชื่อมต่อระหว่างอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก เฝ้าสังเกตการเชื่อมต่อซึ่งจะมีอยู่ตลอดเวลา หูเชื่อมต่อเสียง จมูกเชื่อมต่อกลิ่น สัมผัสกายเชื่อมต่ออากาศหนาว ร้อน เย็น และหากลืมตาขึ้น ตาก็จะเชื่อมต่อรูป เป็นต้น
ให้รู้จักตาและรูปที่จะเข้ามาทางตา
ให้รู้จักหูและเสียงที่จะเข้ามาทางหู
ให้รู้จักจมูกและกลิ่นจะเข้ามาทางจมูก
ให้รู้จักลิ้นและรสจะเข้ามาทางลิ้น
ให้รู้จักสัมผัส และความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นจากสัมผัส
ให้รู้จักความรู้สึกทางใจ และความคิดที่จะเกิดขึ้นทางใจ

การแผ่สติออกไปรับรู้ทุกอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการรู้ของอายตนะก็เหมือนแมงมุมชักใยทำข่ายไว้ดักเหยื่อ เมื่อแมงมุมชักใยไว้ดักเหยื่อเสร็จแล้ว ก็มานอนนิ่งรอเหยื่ออยู่ตรงกลางหรือมุมใดมุมหนึ่ง สิ่งที่จะทำให้แมงมุมวิ่งออกจากใจกลางใยแมงมุมได้ก็คือเครื่องล่อ ได้แก่ เหยื่อที่หลงมาติดใยแมงมุม เหมือนจิตที่ถูกฝึกฝนจนชักใยคือสติไว้ละเอียดรอบด้าน เพื่อเป็นตาข่ายดักอารมณ์ก็จะสามารถดักจับอารมณ์ได้ทุกชนิดที่จะผ่านเข้ามาทางอายตนะ

วิญญาณทำหน้าที่ในการรู้ ทำให้ดวงตาเกิดการมองเห็นรูป เมื่อเห็นรูปแล้ว เกิดความรู้สึกว่า ชอบชังเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ หรือเฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ เรียกว่า “เวทนา”
จากนั้น สัญญาจะทำหน้าที่จดจำไว้ ว่าสิ่งที่ตาเห็น หูได้ยินนั้นเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ ชอบหรือชัง แล้วสังขารก็จะทำหน้าที่ปรุงแต่งต่อไปว่า ถ้าชอบจะดำเนินการอย่างไรต่อ ถ้าชังจะดำเนินการอย่างไรต่อ จากนั้นก็จะเก็บข้อมูลบันทึกไว้ที่วิญญาณหรือใจ สะสมทวีคูณขึ้นทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี และทุกภพชาติ กลายเป็น “อุปาทาน” การยึดมั่นว่าสิ่งที่สั่งสมพอกพูนขึ้นมานั้นเป็นตัวเราของเรา
เมื่อประสบอารมณ์ใดที่ตรงกันก็จะผุดขึ้นมาปรุงแต่งเป็นสุข-ทุกข์ อีกครั้ง เมื่อตรงกับอารมณ์ใดก็จะดึงอารมณ์นั้นกลับมาซ้ำๆ เร็วขึ้น และรุนแรงขึ้นตามลำดับ










