
สุดทางจงกรม : สมาธิเบื้องต้นสำหรับลงมือปฏิบัติ (มหาสติปัฏฐาน ๔) บทที่ ๒๓ จะว่ามีสัญญาก็ไม่ใช่จะว่าไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ ประพันธ์โดย พระราชกิจจาภรณ์ (พระมหาเทอด ญาณวชิโร) “ญาณวชิระ”

บทที่ ๒๓ จะว่ามีสัญญาก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่
เมื่อจิตเป็นสมาธิระดับลึกแล้วจะรู้สึกเหมือนกับว่าสัญญา คือความจำได้หมายรู้หายไป จนปรากฏเหมือนว่า “จะมีสัญญาก็ไม่ใช่ จะไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่” หมายความว่า แม้ยังมีสัญญา คือ ความจำได้หมายรู้อยู่ แต่สัญญาก็มีระดับต่ำมาก จนนับเนื่องได้ว่าแทบจะไม่มี ถึงแม้ในขณะนั้นจะมีสัญญาอยู่ แต่สัญญาก็ไม่มีกำลังพอที่จะทำหน้าที่ของตนได้อย่างเต็มที่ในการจำได้หมายรู้ว่า สิ่งใดเป็นสิ่งใด หมายรู้ว่าเป็นเสียง แต่ไม่มีกำลังพอที่จะหมายรู้ต่อไปว่า เป็นเสียงอะไร เสียงใคร ดังมาจากไหน เป็นเสียงที่ชอบหรือไม่ชอบ

ยกตัวอย่าง
ในขณะนั้น สัญญาเหมือนความร้อนในกาต้มน้ำเดือด แม้น้ำร้อนมีความร้อน แต่ก็ไม่ร้อนเพียงพอที่จะจุดไฟติดได้

สัญญาเหมือนน้ำติดก้นแก้ว แม้มีน้ำติดอยู่ก้นแก้ว แต่ก็ไม่มีเพียงพอที่จะใช้ดื่มกินแก้กระหายได้
เหมือนเมื่อหูกระทบเสียง แม้สัญญาจำได้หมายรู้ว่า เป็นเสียง แต่ไม่มีกำลังเพียงพอที่จะไปคิดปรุงแต่งต่อไปว่า เป็นเสียงอะไร เป็นเสียงของใคร เป็นเสียงที่ชอบหรือไม่ชอบ เสียงจึงเป็นเพียงสักแต่ว่าเสียงที่เกิดขึ้นและดับไปในที่ที่มันเกิด เสียงเกิดที่ไหนก็ดับไปที่นั่น

เหมือนขนนกหรือนุ่นแม้มีน้ำหนัก แต่ก็ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะจมดิ่งลงไปแน่นิ่งอยู่ใต้บึงเช่นเดียวกับก้อนหินได้
สัญญาของผู้เข้าสมาธิก็เช่นเดียวกัน ขณะเข้าสมาธิระดับลึก แม้สัญญามีอยู่แต่ก็ไม่มีกำลังเพียงพอที่จะไปปรุงแต่งอารมณ์ต่อไป เพราะความสงบดิ่งลึกจึงทำให้สัญญามีกำลังอ่อน ไม่เพียงพอที่จะจำได้หมายรู้เรื่องใดๆ สัญญาจึงเหมือนสงบนิ่งอยู่ ไม่ทำหน้าที่หมายรู้เวทนา คือ ความรู้สึกสุขทุกข์ ชอบ ชัง

ท่านจึงว่า “สัญญาจะว่ามีอยู่ก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีก็ไม่ใช่” เพราะไม่รู้สึกสุขทุกข์ ก็คือ ไม่รู้ความไม่เที่ยง จิตหยุดการปรุงแต่ง หยุดจินตนาการ หยุดคิด หยุดใคร่ครวญพินิจพิจารณาตรึกตรองธรรม หรือหยุดสังขารชั่วขณะหนึ่ง ปัญญาก็หยุดทำหน้าที่ไปโดยปริยายด้วย
เมื่อสัญญาเครื่องหมายรู้มีระดับต่ำ ปัญญาในวิปัสสนาที่จะนำมาเป็น ธรรมวิจัย (ธัมมานัง วิจะโย) ให้เห็นความไม่เที่ยงของสังขารทั้งปวง ก็มีระดับต่ำไปด้วย

การที่จิตเข้าถึงความสงบระดับลึกได้ก็ด้วยในขณะนั้น สัญญามีกำลังอ่อน ไม่ทำหน้าที่จดจำความชอบ (โลภะ) ความชัง (โทสะ) และความหลง (โมหะ) ไม่เก็บเอามาปรุงแต่งจินตนาการต่อ ไม่มีแม้แต่กำลังพอที่จะยกจิตขึ้นสู่วิปัสสนา พิจารณาความไม่เที่ยง คือ การเกิดดับของจิต

สุดทางจงกรม :
สมาธิเบื้องต้นสำหรับลงมือปฏิบัติ (มหาสติปัฏฐาน ๔)
บทที่ ๒๓ จะว่ามีสัญญาก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่
ประพันธ์โดย พระราชกิจจาภรณ์ (พระมหาเทอด ญาณวชิโร) “ญาณวชิระ”










