จิรํ ติฏฺฐตุ พุทธสาสนํ ฯ

ขอพระพุทธศาสนาจงดำรงอยู่ตลอดกาลนาน

ญาณวชิระ

หนังสือ “ลูกผู้ชายต้องบวช” โดย ญาณวชิระ จัดพิมพ์เป็นธรรมทานโดย สถาบันพัฒนาพระวิทยากร วัดสระเกศ / ที่ปรึกษา : พระเทพรัตนมุนี , พระครูอมรโฆสิต (ปรีชา สาเส็ง) และพระมหาธีระศักดิ์ ธีรปญฺโญ /บรรณาธิการ โดย พระมหาขวัญชัย กิตติเมธี และ มนสิกุล โอวาทเภสัชช์ / ภาพถ่ายโดย พระมหาปฐมพงษ์ ญาณวํโส ภาพวาดประกอบโดย หมอนไม้ / แบบปก – รูปเล่ม โดย พระมหาเดชา ปญฺญาคโม และ พระมหาสมบัติ ภูริปญฺโญ / ภาพปกโดย ศิลปิน พีร์ ขุนจิตกร/ ผู้อุปถัมภ์การจัดพิมพ์ บริษัท โตโยต้าบัสส์ จำกัด / ขอรับหนังสือได้ฟรีที่ศาลาหลวงพ่อดวงดี วัดสระเกศ จนกว่าหนังสือจะหมด
หนังสือ “ลูกผู้ชายต้องบวช” โดย ญาณวชิระ จัดพิมพ์เป็นธรรมทานโดย สถาบันพัฒนาพระวิทยากร วัดสระเกศ / ที่ปรึกษา : พระเทพรัตนมุนี , พระครูอมรโฆสิต (ปรีชา สาเส็ง) และพระมหาธีระศักดิ์ ธีรปญฺโญ /บรรณาธิการ โดย พระมหาขวัญชัย กิตติเมธี และ มนสิกุล โอวาทเภสัชช์ / ภาพถ่ายโดย พระมหาปฐมพงษ์ ญาณวํโส ภาพวาดประกอบโดย หมอนไม้ / แบบปก – รูปเล่ม โดย พระมหาเดชา ปญฺญาคโม และ พระมหาสมบัติ ภูริปญฺโญ / ภาพปกโดย ศิลปิน พีร์ ขุนจิตกร/ ผู้อุปถัมภ์การจัดพิมพ์ บริษัท โตโยต้าบัสส์ จำกัด / ขอรับหนังสือได้ฟรีที่ศาลาหลวงพ่อดวงดี วัดสระเกศ จนกว่าหนังสือจะหมด

ทำไม…ลูกผู้ชายต้องบวช (ตอนที่ ๑๗ )

คุณสมบัติประชุมสงฆ์ที่เข้าร่วมในพิธีบวช

และ คุณสมบัติของสีมาที่ใช้ประกอบพิธีบวช  

โดย ญาณวชิระ

โครงการอุปสมบทหมู่นวกะโพธิ รุ่น ๗ “รวมใจภักดิ์รักแผ่นดิน” ๖๕ ท่าน ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม – ๒ เมษายน ๒๕๖๐ โดยเริ่มต้นพิธีขลิบผมที่วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร และเดินทางไปบรรพชาอุปสมบท ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สาธารณรัฐอินเดีย จัดโดย สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ วัดสระเกศ ในขณะนั้น ร่วมกับ คณะพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย- เนปาล วัดไทยพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย ขอขอบคุณ ภาพถ่ายโดย พระมหาปฐมพงษ์ ญาณวํโส จริยธรรมแชนแนล สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ
โครงการอุปสมบทหมู่นวกะโพธิ รุ่น ๗ “รวมใจภักดิ์รักแผ่นดิน” ๖๕ ท่าน ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม – ๒ เมษายน ๒๕๖๐ โดยเริ่มต้นพิธีขลิบผมที่วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร และเดินทางไปบรรพชาอุปสมบท ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สาธารณรัฐอินเดีย จัดโดย สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ วัดสระเกศ ในขณะนั้น ร่วมกับ คณะพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย- เนปาล วัดไทยพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย ขอขอบคุณ ภาพถ่ายโดย พระมหาปฐมพงษ์ ญาณวํโส จริยธรรมแชนแนล สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ

คุณสมบัติประชุมสงฆ์ที่เข้าร่วมในพิธีบวช

สงฆ์ที่เข้าร่วมในพิธีบวชให้ผู้ขอบวชนั้น จะต้องครบจำนวนสงฆ์ตามวินัย หากไม่ครบองค์สงฆ์ก็ไม่สามารถบวชได้   สงฆ์ที่จะเข้าร่วมในพิธีบวช   ดังนี้

            (๑)   ปัจจันตชนบท    ในต่างจังหวัดเป็นท้องถิ่นที่หาพระภิกษุได้ยากใช้สงฆ์จำนวน   ๕  รูปขึ้นไป

           (๒)  มัธยมประเทศ   ในภาคกลางเป็นท้องถิ่นที่หาพระภิกษุได้ง่ายใช้สงฆ์ จำนวน ๑๐ รูปขึ้นไป

สีมา และคุณสมบัติของสีมาที่ใช้ประกอบพิธีบวช  

สถานที่สงฆ์กำหนดเขตแดนที่จะประกอบพิธีอุปสมบท  เรียกว่า  “สีมา   แปลว่า   เขตแดนสำหรับทำกิจสงฆ์ตามพุทธบัญญัติ  สีมา มี ๒ ประเภท  คือ

(๑) พัทธสีมา  สีมาที่พระภิกษุกำหนดเขตโดยการยินยอมจากทางบ้านเมืองแล้วสวดผูกเป็นสีมา และมีนิมิตเป็นสัญลักษณ์  มี ๓ ชนิด ได้แก่  สีมาที่สวดผูกเฉพาะโรงอุโบสถ เรียกว่า ขันธสีมา  สีมาที่ผูกทั้งวัด เรียกว่า มหาสีมา  และสีมาที่สวดผูกสองชั้น 

(๒) อพัทธสีมา  สีมาที่กำหนดเอาอาณาเขตตามหมู่บ้าน ที่พระภิกษุอยู่อาศัยเป็นเขตสีมา   เรียกว่า  คามสีมา

การอุปสมบทต้องประกอบพิธีในเขตสีมาเท่านั้น   หากทำนอกเขต  ไม่สำเร็จเป็นพระภิกษุ 

สงฆ์ที่จะเข้าร่วมในพิธีอุปสมบท  จะต้องประชุมพร้อมกันในสีมาอันเดียวกันเท่านั้น   ถ้ามีพระภิกษุมาไม่ได้ต้องมอบฉันทะ (๑)ให้พระภิกษุรูปอื่นมาบอกสงฆ์

สีมาที่ใช้ในการทำสังฆกรรมนั้น  สงฆ์เป็นผู้กำหนดเขตขึ้นมาแล้วสวดผูกตามวินัย จะกำหนดบนบกก็ได้  ในน้ำก็ได้  ถ้ากำหนดในน้ำต้องต่อเรือหรือแพตรึงให้มั่นคงอยู่กับที่

ขนาดของสีมาต้องพอเหมาะพอดี  ไม่เล็กเกินไปไม่ใหญ่เกินไป สีมาขนาดเล็กต้องให้พระภิกษุนั่งได้ ๒๑ รูปเป็นอย่างต่ำ เพราะสังกรรมบางอย่างต้องอาศัยพระภิกษุ ๒๑ รูปร่วมสังฆกรรม  เช่น การออกจากอาบัติสังฆาทิเสส ต้องอาศัยสงฆ์ ๒๑ รูป หากเล็กเกินไปก็ไม่พอที่พระภิกษุจะนั่งทำสังฆกรรมได้  สีมาขนาดใหญ่ไม่ให้เกิน ๓ โยชน์ (๒) เพราะใหญ่เกินไปทำให้ยุ่งยากในการทำสังฆกรรม  สีมาที่เล็กเกินไปและใหญ่เกินกว่าที่กำหนด เป็นสีมาวิบัติ คือ เป็นสีมาที่ทำสังกรรมไม่ได้  

สีมานั้นต้องมีนิมิต คือ เครื่องหมายกำหนดเขตสีมาที่เรียกว่า นิมิต ในสมัยพุทธกาลนั้นภิกษุกำหนดเอาภูเขา ศิลา ป่าไม้ ต้นไม้ จอมปลวก หนทาง แม่น้ำ และน้ำเป็นนิมิตกำหนดเขตสีมา  เนื่องจากพระภิกษุอยู่กับธรรมชาติ

เครื่องหมายกำหนดเขตสีมา ที่เรียกว่า นิมิตนั้น จะกำหนดเป็น ๔ ทิศ หรือ ๘ ทิศก็ได้  ส่วนมากสีมาขนาดเล็กมีนิมิต ๔ ทิศ สีมาขนาดใหญ่มีนิมิต ๘ ทิศ  แต่ในประเทศไทยนิยมกำหนดสีมาเป็น ๘ ทิศ ในปัจจุบัน  สีมาตามประเพณีนิยมในประเทศไทย กำหนดนิมิตเพิ่มเข้ามาอีกเป็น ๙ เรียกว่า นิมิตเอก  อยู่กลางสีมา

เครื่องหมายกำหนดเขตสีมา ตามประเพณีในประเทศไทยนั้น  นิยมทำจากศิลามีลักษณะกลมเหมือนผลส้ม  หรือศิลาเป็นรูปใบเสมา  และเขตสีมานั้นจะต้องได้รับอนุญาตจากทางบ้านเมืองก่อน  จึงจะกำหนดสวดผูกเขตสีมาได้   ข้อที่ควรทราบอีกอย่าง คือ ก่อนจะสวดผูกสีมาสถานที่แห่งใด  ต้องสวดถอนสถานที่แห่งนั้นก่อน  เพราะเราไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนั้นอาจเคยถูกสวดผูกเป็นสีมามาแล้ว  หากสวดผูกลงไปอีก  ก็จะเป็นการผูกสีมาซ้ำ ทำให้เป็นสีมาเสียหรือสีมาวิบัติ และทำสังฆกรรมไม่ได้


หมายเหตุ * (๑) มอบฉันทะ คือ ยอมรับและเห็นชอบตามมติสงฆ์ทุกประการ  เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกลับมารื้อฟื้นอธิกรณ์ใหม่อีกครั้ง (๒) มาตราวัดสมัยพุทธกาล  โยชน์ ๑ ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร

กิจที่จะต้องตระเตรียมให้เสร็จก่อนบวช

(๑)  ต้องนิมนต์พระอุปัชฌาย์เป็นประธานสงฆ์บวชให้

(๒) ต้องเตรียมอัฐบริขารทั้ง ๘ อย่างให้พร้อม (จีวร สังฆาฏิ สบง บาตร มีดโกน เครื่องกรองน้ำ ด้ายเย็บผ้า และเข็ม)

(๓)  ต้องปลงผมและหนวดให้เรียบร้อย ธรรมเนียมพระภิกษุในประเทศไทยนิยมโกนคิ้วด้วย   

(๔) ต้องกล่าวคำขอบวชด้วยตนเอง พระพุทธองค์ห้ามไม่ให้บวชแก่ผู้ไม่ขอบวช เพื่อป้องกันมิให้ผู้บวชที่เกิดความไม่พอใจในภายหลังแล้วอ้างได้ว่า “ผมไม่ได้ขอบวชเองอย่ามาสอนผม” จึงต้องให้ผู้บวชเปล่งวาจาขอบวชด้วยตนเอง   ในปัจจุบันจึงต้องมีการซ้อมขานนาค

การสวดประกาศกรรมวาจาท่ามกลางสงฆ์

การสวดประกาศกรรมวาจาท่ามกลางสงฆ์คือ การสวดบอกสงฆ์ให้ทราบเพื่อขอมติสงฆ์ว่า จะรับผู้ที่มาขอบวชนี้เข้าเป็นสงฆ์หรือไม่ การสวดประกาศกรรมวาจา ก็เพื่อให้สงฆ์ที่ประชุมกันในสีมานั้นได้รับทราบ  และร่วมกันทำการอุปสมบท   โดยการตั้งญัตติ หรือสวดปรึกษาสงฆ์ ๑  ครั้ง  และสวดขอมติสงฆ์  ๓ ครั้ง (อนุสาวนา) รวมเป็น ๔ ครั้ง  เรียกว่า “ญัตติจตุตถกรรมวาจา” 

ในขณะสวดขอมติทั้ง ๓ ครั้ง หากมีภิกษุที่นั่งเป็นพระอันดับรูปใดรูปหนึ่งคัดค้านขึ้นมาท่ามกลางสงฆ์ ญัตตินั้นเป็นอันตกไป  และการบวชนั้นเป็นอันใช้ไม่ได้

อนึ่ง ในขณะสวดญัตติ (๑)ห้ามบุคคลที่ไม่ใช่สงฆ์เข้ามาใกล้หัตถบาส เพราะจะทำให้สังฆกรรมวิบัติ  ชาวบ้านเรียกว่าบวชไม่ขึ้น  โดยให้ห่างจากประชุมสงฆ์ประมาณ ๑ วา บางวัดไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ใช่พระภิกษุเข้าโบสถ์  ขณะประกอบพิธีอุปสมบท

นอกจากนั้น พระภิกษุที่ไม่ได้เข้าร่วมสังฆกรรมจะเข้ามาในเขตสีมาไม่ได้  หากเข้ามาในเขตสีมาจะต้องเข้ารวมหัตถบาส

การบวชที่ทำให้ไม่สำเร็จเป็นพระภิกษุ 

การบวชที่ทำให้ไม่สำเร็จเป็นพระภิกษุ  เรียกว่า สังฆกรรม-วิบัติ   แม้จะผ่านพิธีบวชแล้วก็ไม่สำเร็จเป็นพระภิกษุ  มี  ๕ ประการ  

(๑) ผู้บวชมิใช่มนุษย์เพศชาย มีอายุไม่ครบ  ๒๐ ปีบริบูรณ์  เป็นคนมีเพศบกพร่อง คือ ถูกตอน หรือผ่าตัดแปลงเพศ เคยฆ่ามารดาหรือบิดาของตน เคยทำผิดร้ายแรงต่อพระศาสนา  เช่น ฆ่าพระอรหันต์ เคยต้องอาบัติปาราชิกมาแล้วตั้งแต่บวชครั้งก่อน    และขณะที่ยังบวชเป็นพระภิกษุได้ไปบวชในลัทธิศาสนาอื่น ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ลาสิกขา

 (๒) สงฆ์ที่เข้าร่วมประชุมไม่ครบจำนวนตามวินัยระบุไว้ คือ ในชนบทห่างไกล  หาพระสงฆ์ได้ยาก ใช้สงฆ์จำนวน  ๕ รูป  ในเมืองที่หาพระสงฆ์ได้ง่าย  ใช้สงฆ์จำนวน  ๑๐  รูป ต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด ประกอบพิธีบวชไม่ได้          

(๓)การประกอบพิธีบวชไม่ได้ทำในเขตสีมา ญัตติที่ประกาศในที่ประชุมสงฆ์นั้น   ถือว่าเป็นโมฆะ

(๔) ไม่มีพระอุปัชฌาย์ ไม่มีอัฐบริขารทั้ง ๘ อย่าง

 (๕) มีพระภิกษุคัดค้านขึ้นมาท่ามกลางสงฆ์


หมายหตุ * (๑) ค่านิยมอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นสำหรับชาวไทยเกี่ยวกับการสวดญัตติ  คือ ชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนา นิยมนำพระเครื่อง หรือวัตถุมงคลอื่นๆ เข้าพิธีอุปสมบท โดยนิยมใส่ลงไปในบาตร เพราะเชื่อว่าจะได้ขลังและศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากพิธีสวด “ญัตติ”  เป็นพิธีสวดยกคนธรรมดาขึ้นเป็นพระภิกษุ ซึ่งตรงกับคำว่า “ยัด” หมายถึง ยัดความขลังและศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในวัตถุมงคล  ความเชื่อดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล  ไม่มีข้อยืนยันตามหลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนา

(โปรดติดตามตอนต่อไป…)

อธิบายภาพถ่าย : พิธีบรรพชาอุปสมบท พระนวกะโพธิ รุ่นที่ ๗ จำนวน ๖๕ รูป ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สาธารณรัฐอินเดีย โดยเริ่มพิธีขลิบผมที่วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพ โดย สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ วัดสระเกศ ร่วมกับ คณะพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย- เนปาล วัดไทยพุทธคยา สาธารณะรัฐอินเดีย ได้จัดโครงการอุปสมบทหมู่ ด้วยเห็นความสำคัญของการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั้งหลายพึงกระทำร่วมกัน เพื่อความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา อันจะนำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่มหาชน จึงได้จัดการอุปสมบทหมู่ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ในโอกาสสำคัญต่างๆ ที่เนื่องด้วยสถาบันหลักของชาติ

วัตถุประสงค์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช , เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศล ถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวราลกูร, เพื่อเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ พระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพอย่างสูงสุด ของประชาชนชาวไทย, เพื่อส่งเสริมให้กุลบุตร ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม ถวายเป็นพุทธบูชา ดินแดนถิ่นกำเนิดพระพุทธศาสนา และได้ทดแทนพระคุณบิดา มารดา ตลอดจนผู้มีพระคุณทั้งหลาย


โครงการอุปสมบทหมู่นวกะโพธิ รุ่น ๗ “รวมใจภักดิ์รักแผ่นดิน” มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน ๖๕ ท่าน ระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม – ๒ เมษายน ๒๕๖๐ โดยวันที่ ๒๕ มีนาคม เวลา ๑๕.๐๐ น. ได้จัดพิธีขลิบผมนาค และมอบผ้าไตร ณ ลานโพธิ์ลังกา วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร และ วันอาทิตย์ ที่ ๒๗ มีนาคม ประกอบพิธีบรรพชาสามเณร ณ มณฑลพิธีใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา และพิธีอุปสมบท ณ วัดไทยพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย

โดยมีคณะพระธรรมทูตสายประเทศ อินเดีย- เนปาล และพระวิทยากรกลุ่มใต้ร่มพุทธธรรม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคง แห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นพระวิทยากรดูแลรับผิดชอบ ให้การฝึกอบรม นำพระภิกษุนวกะ ปฏิบัติธรรม ถวายเป็นพุทธบูชา ณ สังเวชนียสถาน ทั้ง ๔ แห่งจนจบโครงการ

พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ในขณะนั้น
พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ในขณะนั้น

ญาณวชิระ เป็นนามปากกาของ ท่านอาจารย์เจ้าคุณพระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ในขณะนั้น ท่านเขียนหนังสือธรรมะมากมาย แต่ละเล่มล้วนเต็มไปด้วยสารัตถะแห่งธรรมที่เข้าใจง่าย และนำมาปฏิบัติแก้ทุกข์ได้ในชีวิตประจำวัน อาทิ หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล ฉบับ คณะสงฆ์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร , หลักแห่งการทำบุญและปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน , พุทธานุภาพ อานุภาพของพระพุทธองค์ , มหาสมัยสูตร ,การ์ตูนแอนนิเมชั่น เรื่อง ปาฏิหาริย์พระบรมสารีริกธาตุ ,ทฤษฎีเบื้องต้นแห่งปรัชญาไทย, ประทีปแห่งแม่น้ำมูล , ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ,ตำนานภูเขาทอง , ลูกผู้ชายต้องบวช , สมาธิเบื้องต้นสำหรับชาวบ้าน ,หนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ,บามิยัน ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์อันรุ่งเรือง และมืดมนยาวนานแห่งพระพุทธศาสนา, สุวรรณบรรพต สยามพุทธศิลป์ , พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และ ความเป็นมาของพระอภิธรรม เป็นต้น

หนังสือ “ลูกผู้ชายต้องบวช” โดย ญาณวชิระ จัดพิมพ์เป็นธรรมทานโดย สถาบันพัฒนาพระวิทยากร วัดสระเกศ / ที่ปรึกษา : พระเทพรัตนมุนี , พระครูอมรโฆสิต (ปรีชา สาเส็ง) และพระมหาธีระศักดิ์ ธีรปญฺโญ /บรรณาธิการ โดย พระมหาขวัญชัย กิตติเมธี และ มนสิกุล โอวาทเภสัชช์ / ภาพถ่ายโดย พระมหาปฐมพงษ์ ญาณวํโส ภาพวาดประกอบโดย หมอนไม้ / แบบปก – รูปเล่ม โดย พระมหาเดชา ปญฺญาคโม และ พระมหาสมบัติ ภูริปญฺโญ / ภาพปกโดย ศิลปิน พีร์ ขุนจิตกร/ ผู้อุปถัมภ์การจัดพิมพ์ บริษัท โตโยต้าบัสส์ จำกัด / ขอรับหนังสือได้ฟรีที่ศาลาหลวงพ่อดวงดี วัดสระเกศ จนกว่าหนังสือจะหมด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here