


เมื่อวันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นำรถยนต์หลวงส่งพระภิกษุ-สามเณรเปรียญธรรม ๙ ประโยค กลับสู่พระอารามตามธรรมเนียมที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงริเริ่มไว้

โดย วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ในปีนี้ มีพระภิกษุ-สามเณร สอบได้เปรียญ ๙ ประโยค ๒ รูป ดังนี้




พระมหาธีรภัทร์ ญาณธีโร (มุสิกสงค์) อายุ ๒๗ ปี พรรษา ๖ สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค
และ สามเณรคมสันต์ เลาเลิศ อายุ ๒๒ ปี สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค









พระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เจ้าสำนักเรียนวัดสระเกศ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดสระเกศ ขอแสดงความยินดีแก่พระภิกษุสามเณรผู้สอบได้ประโยคบาลีสนามหลวง (ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒) ในสำนักเรียนวัดสระเกศ ประจำพุทธศักราช ๒๕๖๙ ดังนี้

๑. พระมหาธีรภัทร์ ญาณธีโร (มุสิกสงค์)
อายุ ๒๗ ปี พรรษา ๖ สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค

๒. สามเณรคมสันต์ เลาเลิศ
อายุ ๒๒ ปี สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค


สำหรับปีนี้ พระภิกษุสามเณรผู้สอบได้ประโยคบาลีสนามหลวง (ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒) ในสำนักเรียนวัดสระเกศ ประจำพุทธศักราช ๒๕๖๙ ดังนี้


๑. พระมหาธีรภัทร์ ญาณธีโร (มุสิกสงค์)
อายุ ๒๗ ปี พรรษา ๖ สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค
๒. สามเณรคมสันต์ เลาเลิศ
อายุ ๒๒ ปี สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค
๓. สามเณรปรัชญา มุ่งเครือ
อายุ ๑๙ ปี สอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค
๔. สามเณรสิทธิพร เหมียดไธสง
อายุ ๑๗ ปี สอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค
๕. สามเณรคณากร ขุนค้า
อายุ ๑๖ ปี สอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค
๖. สามเณรธนากร ขุนค้า
อายุ ๑๘ ปี สอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค
ขออนุโมทนาในความเพียรพยายาม และขออำนวยพรให้เจริญงอกงามในพระธรรมวินัยสืบไป

อนึ่ง ในหนังสือ “วิถีแห่งผู้นำ” สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) เรียบเรียงโดย พระครูอมรโฆสิต (ปรีชา สาเส็ง)

บทที่ ๒๓. สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บันทึกไว้ตอนหนึ่ง เกี่ยวกับที่มาของธรรมเนียมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นำรถยต์หลวงส่งเปรียญธรรม ๙ ประโยค กลับพระอาราม จนเป็นธรรมเนียมมาจนถึงบัดนี้ ว่า

น้อมรำลึกในโอกาสครบ ๑๔๙ ปี
วันคล้ายวันประสูติ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อยู่ ญาโณทโย/ช้างโสภา ป.ธ.๙) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ) ได้เป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค เป็นรูปแรกในรัชกาลที่ ๕ เมื่อพระชนมายุ ๒๘ พรรษา และได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้นำรถยนต์หลวงมาส่งจนถึงที่เป็นพิเศษ และนับตั้งแต่นั้นมา ถ้าเปรียญรูปใดสอบไล่ได้ ๙ ประโยค ก็ทรงพระกรุณาโปรดให้นำรถยต์หลวงส่งเปรียญรูปนั้นจนถึงที่เป็นธรรมเนียมมาจนถึงบัดนี้
อีกประการหนึ่ง เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถร) นับตั้งแต่ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมมาตั้งแต่ประโยคต้นจนประโยคสุดท้าย ไม่เคยแปลตกเลย
ดังนี้…

๒๓. สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๑๗ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เรือนแพหน้าวัดกัลยาณมิตร อำเภอบางกอกใหญ่ จังหวัดธนบุรี บิดาชื่อ ตรุษ มารดาชื่อ จันทร์
พระนามเดิม อยู่ นามสกุล (แซ่) ฉั่ว ต่อมาเปลี่ยนเป็น ช้างโสภา
เมื่อยังทรงพระเยาว์ทรงรับการศึกษาเบื้องต้นกับบิดา และต่อมา มีอายุพอสมควรได้ไปศึกษาวิชาเลขลูกคิด และโหราศาสตร์ ในสำนักของพระอาจารย์ช้าง วัดสระเกศฯ ได้รับการศึกษาเล่าเรียนในสำนักวัดสระเกศฯ สืบมา จนกระทั่งบรรพชาเป็นสามเณร ก็ได้เริ่มเรียนแผนกบาลี เรียนมูลกัจจายน์ (หลักสูตรการเรียนภาษาบาลีชั้นสูง สมัยนั้น) ในสำนักพระอาจารย์ช้าง และเรียนต่อๆ มาในสำนักท่านเจ้าคุณพระธรรมกิติ (เม่น) บ้าง ในสำนักเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (แดง) วัดสุทัศน์ และในสำนักพระธรรมปรีชา (ทิม) ตามลำดับ
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๓ ครั้งยังเป็นสามเณรได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมในสนามหลวง ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นครั้งแรก ได้เป็นเปรียญ ๓ ประโยค
ต่อมา ในพ.ศ. ๒๔๓๖ ยังเป็นสามเณรเช่นเดิม ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมในสนามหลวงที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้เปรียญอีก ๑ ประโยค รวมเป็นเปรียญ ๔ ประโยค
จนถึงปี ๒๔๓๗ ทรงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีสมเด็จพระวันรัต (แดง) วัดสุทัศน์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระธรรมทานาจารย์ (จุ่น) วัดสระเกศฯ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระธรรมกิตติ (เม่น) วัดสระเกศฯ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา ว่า “ญาโณทโย”
ต่อมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๑ เข้าแปลพระปริยัติธรรมอีก ได้เป็นเปรียญ ๕ ประโยค และ พ.ศ.๒๔๔๓ ได้เป็นเปรียญ ๖ ประโยค
เมื่อสอบได้เปรียญ ๖ ประโยคแล้ว ก็คิดว่า จะหยุดไม่เข้าแปลอีกต่อไป ความทรงทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีรับสั่งให้เข้าแปลประโยค ๗ ต่อไป จึงต้องรับสนองพระกระแสรับสั่งเข้าแปลต่อไป และแปลได้อีก ๑ ประโยค เป็นเปรียญ ๗ ประโยค

พระรุ่นเก่าในวัดสระเกศ เล่าต่อกันมาว่า เรื่องที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีรับสั่งให้ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ) เมื่อครั้งยังเป็นพระมหาอยู่ ญาโณทโย เข้าแปลประโยค ๗ ต่อไปนั้น ท่านเจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการเวลานั้น ได้เป็นผู้นำพระกระแสรับสั่งมาบอก
เกิดธรรมเนียมนำรถยต์หลวงส่งเปรียญ ๙ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๔๔ ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ) ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมในสนามหลวง แปลได้อีก ๑ ประโยค ได้เป็นเปรียญ ๘ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๔๕ ได้เข้าแปลประโยค ๙ ต่อไป ก็ได้เป็นเปรียญเอก ๙ ประโยค ในปีนั้น

อนึ่ง ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ) ได้เป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค เป็นรูปแรกในรัชกาลที่ ๕ เมื่อพระชนมายุ ๒๘ พรรษา และได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้นำรถยนต์หลวงมาส่งจนถึงที่เป็นพิเศษ และนับตั้งแต่นั้นมา ถ้าเปรียญรูปใดสอบไล่ได้ ๙ ประโยค ก็ทรงพระกรุณาโปรดให้นำรถยต์หลวงส่งเปรียญรูปนั้นจนถึงที่เป็นธรรมเนียมมาจนถึงบัดนี้
อีกประการหนึ่ง เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถร) นับตั้งแต่ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมมาตั้งแต่ประโยคต้นจนประโยคสุดท้าย ไม่เคยแปลตกเลย

ดำรงสมณศักดิ์
เมื่อทรงได้เป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยคแล้ว ก็ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการสนามหลวงสอบไล่พระปริยัติธรรมตลอดมา วันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๑ ในรัชกาลที่ ๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พระปิฎกโกศล ฯลฯ
จนกระทั่งได้รับสมณศักดิ์สูงสุด ที่ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙

เมื่อครั้งยังเป็นพระมหาเกี่ยว อุปเสโณ
สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๘
ต่อมา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เมื่อครั้งสมัยยังเป็นพระมหาเกี่ยว อุปเสโณ ก็สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ เช่นกัน

เกี่ยวกับการศึกษานี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) กล่าวถึงเรื่องการศึกษาของพระเณรไว้ในหนังสือ “เย็นหิมะในรอยธรรม” ตอนหนึ่งว่า…

“พระเณรต้องมีการศึกษา
จึงจะนำพาพระพุทธศาสนาให้อยู่รอดได้”




รำลึกวันแห่งความปีติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำรถยนต์หลวงส่งพระภิกษุ-สามเณรเปรียญธรรม ๙ ประโยค ๒ รูป กลับวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร










