
๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

น้อมรำลึก…
“ทศพิธราชธรรมราชินี” วิถีแห่งพระโพธิสัตว์
จากหนังสือ “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ

คลิกอ่าน “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

“ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ฉบับ ญาณวิชระ เล่มนี้ เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงปณิธานที่ตั้งมั่นของพระโพธิสัตว์ที่จะบำเพ็ญพระบารมีให้ถึงพร้อมบริบูรณ์ เพื่อให้บรรลุพระโพธิญาณตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ไม่ว่าพระองค์จะต้องประสบกับความทุกข์ยากเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส แต่ปณิธานของพระองค์ ก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

“และเมื่อได้น้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้ทรงบำเพ็ญต่อบวรพุทธศาสนา อีกทั้งพระราชกรณียกิจอเนกอนันต์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยที่เปรียบประดุจพระโพธิสัตว์ในการบำเพ็ญพระบารมีอันยิ่งใหญ่ด้วยการเสียสละความสุขส่วนพระองค์ ช่วยเหลือเกื้อกูลอาณาประชาราษฎร์ให้ประสบแต่ความผาสุกตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา”

ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เป็นประธานแถลงข่าวในการจัดทำหนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ ได้กล่าวเปิดตัวหนังสือ ณ ศูนย์ แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๕.๐๐ น.

คลิกอ่าน E-book “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในครั้งนั้น รองนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม กล่าวต่อมาว่า
ในโอกาสมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ต้องถือว่า เป็นโอกาสสำคัญพิเศษ ซึ่งการที่สมเด็จพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ในพระราชวงศ์จะทรงเจริญพระชนมายุ หรือพระชนมพรรษายาวนานขนาดนี้นั้น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่หาง่ายโดยทั่วไป บัดนี้ สมเด็จพระองค์นี้ ได้ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๙๐ พรรษา ไปเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคมที่ผ่านมา ก็เป็นธรรมเนียมตามโบราณ พระราชประเพณีที่จะต้องมีการเฉลิมฉลองกัน ทั้งในส่วนของการทำบุญหรือศาสนพิธี ในส่วน ของการทำทาน คือ การเผยแพร่ จำหน่ายจ่ายแจกอะไรก็ตาม ที่สามารถทำได้ ซึ่งอาจจะเป็นการจำหน่ายจ่ายแจกสิ่งที่เรียกว่า อามิสทาน เป็นเงินเป็นทอง เป็นข้าวเป็นของ แต่ที่สำคัญกว่านั้น ก็คือ การจำหน่ายจ่ายแจกวิทยาทาน คือ ความรู้ หรือธรรมทาน คือธรรมะ ให้แก่ประชาชนทั้งหลาย ถือว่า เป็นการบำเพ็ญกุศล เพื่อที่จะขอประทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระพันปีหลวง
ในการนี้ รัฐบาลก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้นชุดหนึ่ง คือ คณะกรรมการ อำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แล้วก็มีคณะกรรมการย่อย ๆ ลงมา ผมเองก็เป็นประธานกรรมการย่อยในส่วนของ พิธีการ เราก็มาคิดกันถึงกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งหลายกิจกรรมก็ได้ผ่านไปแล้วเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา มีการตักบาตรที่ท้องสนามหลวง มีการสวดมนต์ 5 ศาสนา พุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิกข์ แล้วก็มีการจัดมหรสพสมโภช กิจกรรมที่ทำนั้น มีทั้งในกรุงเทพมหานครแล้วก็ในต่างจังหวัด บางอย่างก็ทำในต่างประเทศด้วย

ทีนี้ ก็มาถึงเรื่องหนึ่ง คือ คณะกรรมการอำนวยการ ต้องการให้การจัดงานเฉลิมฉลองครั้งนี้นั้น ทุกคนมีโอกาสและมีส่วนร่วม จึงได้เชิญชวนทั้งภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคส่วนอื่น ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วม ตามที่คิดว่าจะสามารถทำได้ ก็มีส่วนร่วมสำคัญเกิดขึ้นจากภาคเอกชนโดยที่เราไม่ได้คาดหมายมาก่อน นั่นก็คือว่า มีพระเถระจากวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ๕ รูป ซึ่งท่านรวมกันแล้ว ก็ใช้นามปากกาแทนทั้ง ๕ รูป ว่า “ญาณวชิระ” แต่ละท่านเป็นนักเทศน์ เป็นนักเขียน เป็นนักพูด มีบทบาทสำคัญมาในอดีต ท่านก็ไปช่วยกันรังสรรค์ คือ เขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง ตั้งชื่อว่า “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง”

ผมขออธิบาย คำว่า “ปณิธาน” ปณิธาน คือ ความมุ่งมั่น ตั้งใจแน่วแน่ คำว่า มหาบุรุษในที่นี้ ก็คือ หมายถึง พระพุทธเจ้า หรือ พระโพธิสัตว์ ที่กำลังจะไปตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า คำว่า ที่ไม่เปลี่ยนแปลง ก็คือว่า เป็นการตั้งมั่นปณิธานนี้เอาไว้นานแสนนานแล้ว จะเกิดกี่ภพกี่ชาติก็ยังยึดมั่น ในความตั้งใจนั้น คือ การตั้งใจที่จะไปตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าให้ได้

ถ้าหากว่า เราพูดกันตามความเชื่อหรือคตินิยมของพุทธศาสนา ท่านก็อาจจะได้ยินมาแล้วว่า คนเรากว่าจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั้น จะต้องไปเกิดหรือเสวยพระชาติ เป็นสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ กันมากมาย หลายกัปหลายกัลป์ อสงไขย มีทั้งไปเกิดเป็นมนุษย์ มีทั้งไปเกิดเป็นสัตว์ มีทั้งที่ไปเกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์ มีทั้งที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดไปเป็นยาจกเข็ญใจ ไปเป็นพราหมณ์ จนกระทั่งแม้แต่เป็นสัตว์ เช่น เป็นนกยูง เป็นช้าง เมื่อเสียชีวิตก็จะเวียนว่ายตายเกิดอยู่อีกหลายภพหลายชาติ เพื่อสะสมบารมีเอาไว้ จนกระทั่งบารมี แข็งแกร่ง มั่นคง ก็จะมาถึงสิบชาติสุดท้าย ก่อนที่จะไปถึงชาติที่สิบเอ็ด

ชาติที่สิบเอ็ดก็คือชาติที่จะได้เป็นพระพุทธเจ้า แต่คนเรากว่าจะไปถึงชาติที่สิบเอ็ด คือ สามารถตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณได้ จะต้องผ่านภพผ่านชาติมามากเหลือเกิน โดยเฉพาะชาติที่สำคัญที่สุด ก็คือ สิบชาติสุดท้ายก่อนที่จะมาถึงชาติที่สิบ

พระพุทธเจ้าของเรานั้น ได้เสวยพระชาติสิบชาติสุดท้าย ก่อนที่จะมาถึงชาติที่สิบเอ็ด ต่อเนื่องกันด้วยการบำเพ็ญบารมีต่าง ๆ กัน
คำว่า บำเพ็ญบารมี ก็คือ สะสมประสบการณ์หรือทำคุณงามความดีเก็บเอาไว้ เพื่อส่งต่อไปยังภพหรือชาติต่อไป แต่ละชาตินั้น เราเคยเรียกกันว่า ชาดก ชาดกก็คือชาติ ชาติก็คือการเกิด สิบชาตินี้ เขาเรียกว่า ทศชาติ และเป็นชาติที่สำคัญที่สุด ยิ่งกว่าชาติ ใด ๆ ทั้งหมด ที่มีมาก่อนหน้านี้

ชาติที่หนึ่งในสิบชาติสุดท้ายนั้น พระโพธิสัตว์ได้เสด็จมาบังเกิดเป็นพระเตมีย์ แล้วบำเพ็ญบารมีที่สำคัญยิ่ง คือ เนกขัมมบารมี คือ ความที่ตั้งใจเหมือนกับนักบวช ความอดกลั้น ความไม่พูดไม่จา ไม่วอกแวกใด ๆ จนเราเคยได้ยินใช่ไหมครับ ที่เราไปอุปมาเปรียบเทียบ ใครสักคนที่ไม่พูดอะไรเลย เอาแต่ทำงานอยู่อย่างเดียวว่า เหมือนกับพระเตมีย์ใบ้ พระเตมีย์ นี่คือชาติ ที่หนึ่ง ในจำนวนสิบชาตินั้น ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี เมื่อตายไปแล้ว ก็ได้บังเกิดในชาติที่สอง เป็นพระมหาชนก ที่เรารู้จักดี

พระมหาชนกที่เรือแตกแล้วก็ว่ายน้ำอยู่ในมหาสาคร ด้วยความพากเพียร จนกระทั่งนางเมขลาอุ้มไปส่งที่ฝั่ง นั่นแหละครับ คือ พระมหาชนกองค์เดียวกันนี่ นี่เป็นชาติที่สอง ในจำนวนทศชาติหรือสิบชาติ แล้วทรงบำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่ คือ วิริยบารมี ความเพียร ต่อจากนั้น ก็ไปถึงชาติที่สาม คือ พระสุวรรณสาม ชาติที่สี่ก็คือ เป็นพระเนมิราช ชาติที่ห้า คือเป็นพระมโหสถ ชาติที่หกคือเป็นพระภูริทัต ชาติที่เจ็ดคือเป็นพระจันทกุมาร ชาติที่แปดคือเป็นพระนารทะ ชาติที่เก้า คือเป็นพระวิธูรบัณฑิต แล้วก็ชาติที่สิบ ชาติสุดท้าย เป็นพระเวสสันดร

ซึ่งในชาติที่สิบนี้ ทรงบำเพ็ญ บารมีอันยิ่งใหญ่เหนือบารมีทั้งหมด ที่เคยมีมาในอดีตกาล ก็คือ ทานบารมี ทรงบริจาคทรัพย์สิน เงินทองต่าง ๆ ทรงบริจาคแม้กระทั่งลูกและเมีย แล้วจากการบำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่ในสิบพระชาติ นี้เอง เมื่อสิ้นพระชนม์หรือหมดชีวิตไป ก็ได้บังเกิดเป็นชาติที่สิบเอ็ด คือเป็นเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมาร จนกระทั่งเสด็จออกบวช ที่เรียกว่า เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ แล้วก็ได้ตรัสรู้ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในทางคติพุทธศาสนา ถือว่า สิบชาติ ทศชาตินี้ สิบบารมีที่ได้ทรงบำเพ็ญในแต่ละชาตินี้ เป็นความยิ่งใหญ่มหาศาล และนี่คือ ปณิธานของมหาบุรุษที่ไม่เปลี่ยนแปลง
เราเคยรู้จักพระชาติต่าง ๆ หรือชาดกต่าง ๆ คนละชาติสองชาติ แต่นาน ๆ ที่เราจะรู้ หมดทั้งหมดทั้งสิบชาติสักทีหนึ่ง ถ้าให้ไปซื้อหาอ่านจากในหนังสือ มันก็มีแต่ยาวมาก แล้วก็ที่สำคัญก็คือ เขียนด้วยสำนวนโวหารแบบชาววัด อ่านยาก เข้าใจยาก แปลยาก แล้วก็มีธรรมะแทรกมาก จนกระทั่งเรารู้สึกว่าเราทำความเข้าใจได้ยาก

การที่คณะพระเถระ คือ ญาณวชิระ ได้เรียบเรียง หนังสือเรื่อง ทศชาติ ปณิธาน มหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลงขึ้น มีความหนาประมาณ ๖๐๐ หน้า ได้ยินก็น่ากลัว ผมได้อ่านหมดแล้ว หลายครั้ง แล้วมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เพราะว่า หนึ่ง ได้เก็บเอาความสำคัญของสิบชาติมาเรียงต่อกันเป็นเรื่อง สอง ได้แสดงหรือจุดเน้นในทุกชาติให้เห็นว่า อะไรคือปณิธานของมหาบุรุษที่จะเกิดจะตายกี่ภพกี่ชาติ ก็ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ท้อถอย ไม่เลิกล้มความตั้งใจ จะมุ่งมั่นที่จะไปสู่ชาติที่ได้ตรัสรู้ เพื่อที่จะได้เผยแผ่ธรรมะ สอนแก่ชาวโลก ด้วยพระมหากรุณาธิคุณให้จงได้

ประการต่อไป ที่ผมชอบใจมาก ก็คือ ท่านไม่ใช้สำนวนชาววัดเลย แต่ก็ไม่ใช่สำนวนชาวบ้าน เป็นสำนวนที่อ่านง่าย ๆ ด้วยภาษาไทย แล้วก็ปะปนไปกับธรรมะพอสมควรที่เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี ผมเชื่อว่า หนังสือเล่มนี้ ต่อไปจะเป็นวรรณคดีที่สำคัญของชาติที่ทุกคนควรจะได้อ่าน ควรจะมีเอาไว้ประจำบ้าน

เมื่อคณะผู้จัดทำหรือผู้เขียน ได้แจ้งมายังรัฐบาลว่า ประสงค์จะมีส่วนร่วมในงาน มหามงคลที่จะมีการเฉลิมฉลองโอกาส ๙๐ พรรษา ของสมเด็จพระพันปีหลวง รัฐบาลก็เกิดความปีติ ยินดีเป็นอย่างมาก

การที่จู่ ๆ มีการเสนอต้นฉบับหนังสือเล่มนี้มา แล้วก็เสนอให้ไปจัดพิมพ์โดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ เลย โดยให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพนั้น เป็นเรื่องที่น่าปีติยินดีเป็นอย่างมาก รัฐบาลก็ได้รับมาพิจารณา ได้อ่าน ตั้งกรรมการ มีท่านรองปลัดสำนักนายก ท่านรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อรนุช เป็นประธาน ควบคุมดูแล เห็นว่า สามารถที่จะจัดพิมพ์เฉลิมฉลองได้ ก็ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า จะขอพิมพ์หนังสือเรื่องนี้ขึ้น โดยใช้ตราสัญลักษณ์ของงาน ๙๐ พรรษานี้ ประทับไว้บนหน้าปก


คราวนี้ก็ถือว่า เป็นการมีส่วนร่วมมาจากภาคประชาชน แต่เพื่อให้สมกับที่ประชาชนจะเป็นเจ้าของงานชิ้นนี้ ผู้เขียนก็เป็นภาคประชาชน เมื่อปรากฏข่าวออกไปว่า รัฐบาลจะจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ก็ต้องขอขอบคุณ บริษัท เมืองโบราณ จำกัด ซึ่งท่านรับเป็นเจ้าภาพในการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ทั้งหมด ประมาณหนึ่งหมื่นเล่ม เท่านั้นไม่เพียงพอ เมื่อคุณเมตตา อุทกะพันธุ์ ประธานกรรมการบริษัทอมรินทร์พรินติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจำกัด (มหาชน) ทราบเรื่องเข้า ท่านก็เข้ามามีส่วนร่วมด้วย ด้วยการที่จะเอาต้นฉบับหนังสือนี้ ไปแปลงเป็น E-book แล้วก็ Audiobook เพื่อที่จะเผยแพร่ทางช่องทางสื่ออื่น ๆ นอกจากจะเป็นรูปเป็นเล่มแล้ว
คลิกฟังเสียงอ่าน “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ยิ่งไปกว่านั้น ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ได้ทราบเข้า ก็รับเอาต้นฉบับนี้ไปออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย อ่านทุกวันตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันศุกร์ ตอน ๑๓.๐๐ – ๑๓.๓๐ น. ต่อเนื่องไปจนกว่าจะจบสิบชาติ ซึ่งก็ได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ จนจบ
คลิกฟังเสียงอ่าน “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ขณะเดียวกัน พระสงฆ์องค์เจ้าอยู่ในต่างจังหวัด ท่านทราบเรื่อง ท่านคุ้นอยู่แล้ว เรื่อง ทศชาตินี้ พวกเราฆราวาสอาจจะไม่คุ้นหรือคุ้นไม่หมดทุกชาติ พระท่านคุ้นอยู่แล้ว ท่านก็หาอยู่แล้ว ที่จะมีต้นฉบับง่าย ๆ ภาษาไทยง่าย ๆ ที่จะไปอ่านไปบอกบุญให้แก่ประชาชน เพราะฉะนั้น จังหวัดอุบลราชธานี ทางท่านเจ้าคณะจังหวัด ก็แจ้งมายังรัฐบาลว่า ได้เอาต้นฉบับหนังสือนี้ ไปแปลงเป็นแหล่ทศชาติ ซึ่งก็ได้ทำไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี และเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ก็แจ้งมาว่า จะเอาต้นฉบับนี้ ไปใช้เป็นกัณฑ์เทศน์ ในจังหวัดของท่าน เผยแพร่ไปตามวัด ต่าง ๆ ในจังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี มูลนิธิไทยทรงดำ ซึ่งมีสมาชิกหลายล้านคน ก็จะส่งเสริมเผยแพร่ เอาไปอ่าน เอาไปพิมพ์ เอาไปจัดการอะไรต่ออะไรกันอีก

เพราะฉะนั้น วันนี้ (๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๕) เป็นการประชาสัมพันธ์หนังสือเล่มนี้ ทศชาติ แปลว่า พระชาติหรือชาดกสิบชาติของพระพุทธเจ้า ก่อนที่ท่านจะได้มาเป็นพระพุทธเจ้าในสิบชาตินี้ ชาติที่สำคัญที่สุด ก็คือ ชาติที่สิบ พระเวสสันดร เราถึงเรียกว่า มหาชาติ

สมัยก่อน พระเจ้าแผ่นดินจะต้องแต่งมหาชาติ คำหลวง ซึ่งบรรยายเรื่องพระเวสสันดร เพราะฉะนั้น เราก็มักจะหลงลืม ละเลย ชาติที่ ๙,๘,๗,๖,๕,๔,๓,๒,๑ ในบรรดาสิบชาตินี้ ผมเข้าใจว่า โดยทั่วไป จะคุ้น จะรู้จักอยู่สามชาติเท่านั้น คือ ชาติที่หนึ่ง คือพระเตมีย์ ชาติที่สอง คือ พระมหาชนก ซึ่งเราทราบจากเรื่องพระมหาชนก ก็ด้วยอาศัยพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ที่ได้ทรงนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว เราก็อาจจะไม่รู้จักพระชาตินี้อีกชาติหนึ่ง

วันนี้ เรารู้จากชาติที่หนึ่ง พระเตมีย์ รู้จักชาติที่สอง คือ พระมหาชนก แล้วก็รู้จักข้ามไปชาติที่สิบ คือ พระเวสสันดร ส่วนชาติอื่นนั้น เราจะไม่ค่อยรู้ แต่ความจริง แต่ละชาติมีบารมีที่พิเศษของพระองค์ทั้งนั้น เช่น ปัญญาบารมี ศีลบารมี เมตตาบารมี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เอามาใช้ประยุกต์ได้ ไม่ใช่ประยุกต์เพื่อที่เราจะไปตรัสรู้อะไร แต่เพื่อที่เราจะได้เจริญรอยตามพระยุคคลบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล

เพราะฉะนั้น ในนามของรัฐบาล ต้องขอบพระคุณทางญาณวชิระ ผู้ได้เรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ขึ้น ขอบพระคุณทางบริษัท เมืองโบราณ จำกัด ที่กรุณารับเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์ ถือว่า เป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ เมื่อกี้ ท่านก็ได้บอกผมว่า ท่านดีใจเหลือเกินที่ได้มาทำบุญในเรื่องนี้ สร้างหนังสือสำคัญที่จะเป็นวรรณคดีของชาติ ขอขอบพระคุณ คุณเมตตา อุทกะพันธุ์ ประธานกรรมการบริษัทอมรินทร์พรินติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจำกัด (มหาชน) ที่ได้เอื้อเฟื้อในการจัดทำ e-book และ audiobook และก็ต้นฉบับหนังสือเล่มนี้จะได้มีการเผยแพร่กันทางเว็บไซต์ของสำนักนายกรัฐมนตรี เว็บไซต์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และก็เฟสบุ๊คของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วย คือ จะใช้ช่องทางผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้ไปถึงประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

คลิกฟังเสียงอ่าน “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
คลิกอ่าน E-book “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ครั้งนี้ ก็เลยต้องมาบอกบุญ และบอกกล่าวท่านสื่อมวลชนทั้งหลาย ช่วยกรุณาประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ด้วย และขอกุศลผลบุญนี้ ได้คุ้มครองรักษาประเทศไทยให้เจริญยั่งยืน มั่นคง มั่งคั่ง อย่างถาวร ตลอดไป ครับขอบคุณมาก

เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ ผู้ทรงเป็น “สมเด็จแม่แห่งแผ่นดิน” จึงขอนำพระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากหนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ และ อารัมภกถา เพื่อเป็นการน้อมเศียรเกล้ารำลึกความทรงจำอันยิ่งใหญ่แห่งชีวิตของมหาพระโพธิสัตว์ในกาลก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และชวนกันอ่าน เพื่อนำหลักธรรมจากชีวประวัติของพระโพธิสัตว์ และของพระองค์ มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เกิดสติปัญญาในการแก้ปัญหาทุกประการ และเกิดความสงบร่มเย็นแห่งจิตใจ

พระราชประวัติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง










คลิกฟังเสียงอ่าน “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
คลิกอ่าน E-book “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

อารัมภกถา
ทศชาติชาดกเป็นเรื่องราวในพระชาติหนหลังของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขณะพระองค์กำลังทรงบำเพ็ญพระบารมีเพื่อบรรลุพระโพธิญาณ
พระมหากษัตริย์ไทยนับแต่โบราณกาลมา ทรงโปรดให้นำทศชาติชาดกมาเขียนเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถจารึกไว้ตามพระอารามต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญในพระชาติ ทั้ง ๑๐ พระชาติ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์ ได้ศึกษาเส้นทางชีวิตของพระมหาบุรุษ ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการ แต่ละพระชาติทรงบำเพ็ญพระบารมีด้วยจิตใจที่แน่วแน่ มีปณิธานที่มั่นคง กว่าจะอุบัติมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในพระชาติสุดท้าย ประกอบด้วย

เตมีย์ชาดก (บำเพ็ญเนกขัมมบารมี) พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเตมีย์ทรงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการเสด็จออกบรรพชา จึงทรงแกล้งทำเป็นคนใบ้ ด้วยทรงมุ่งหวังที่จะละทิ้งกามคุณทั้ง ๕ อันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
มหาชนกชาดก (บำเพ็ญวิริยบารมี) พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระมหาชนก ขณะเสด็จลงสำเภาไปค้าขาย ได้เกิดพายุใหญ่เรือแตกจมลงในมหาสมุทร แม้จะมองไม่เห็นฝั่ง แต่พระมหาชนกก็มิได้ท้อถอย ทรงแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรถึง ๗ วัน นางมณีเมขลาเทพธิดาผู้รักษามหาสมุทร ได้พูดลองใจให้พระองค์เลิกล้มความพยายาม แต่พระมหาชนกไม่ทรงฟัง ยังเพียรพยายามแหวกว่ายด้วยความมุ่งมั่น นางมณีเมขลาเห็นเช่นนั้น จึงเกิดความเลื่อมใสในความเพียรและให้การช่วยเหลือด้วยการอุ้มพระมหาชนกไปขึ้นฝั่งที่เมืองมิถิลา จนได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน
สุวรรณสามชาดก (บำเพ็ญเมตตาบารมี) พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระสุวรรณสาม เลี้ยงดูบิดามารดาผู้ตาบอดอยู่ในป่า วันหนึ่งพระสุวรรณสามถูกพระเจ้าปิลยักษ์ยิงด้วยลูกศร ได้รับบาดเจ็บแสนสาหัส แต่ไม่ได้ผูกโกรธ ด้วยอำนาจแห่งเมตตาธรรม ได้ทำให้พระสุวรรณสามกลับฟื้นคืนชีวิต และบิดามารดากลับมามองเห็นได้ดังเดิม
เนมิราชชาดก (บำเพ็ญอธิษฐานบารมี) พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าเนมิราช เป็นผู้มั่นคงในการให้ทาน ทรงเบญจศีลเป็นนิจ สมาทานอุโบสถทุกวันปักษ์ ทรงแสดงธรรมให้ทราบทางสวรรค์ สอนอาณาประชาราษฎร์ให้กลัวนรก พระอินทร์ทรงพอพระทัยถึงกับให้มาตลีเทพบุตรนำราชรถไปรับพระเจ้าเนมิราช เพื่อไปเที่ยวชมเมืองนรกและเมืองสวรรค์ ในกาลต่อมา เมื่อพระเกศาหงอกแล้ว ได้เสด็จออกบรรพชา

มโหสถชาดก (บำเพ็ญปัญญาบารมี) พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระมโหสถบัณฑิต ผู้มีปัญญาดุจแผ่นดิน รับราชการอยู่ประจำในราชสำนักของพระเจ้าวิเทหะแห่งกรุงมิถิลา ในท่ามกลางปัญหาและอุปสรรคนานัปการ พระมโหสถบัณฑิตได้ใช้ปัญญาที่อบรมมาดีแล้ว สามารถแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีมาโดยลำดับ
ภูริทัตชาดก (บำเพ็ญศีลบารมี) พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพญานาค ชื่อว่า ภูริทัต รักษาอุโบสถศีลอยู่ที่จอมปลวกใกล้ฝั่งแม่น้ำยมุนา แต่ถูกพราหมณ์หมองูผู้รู้มนต์อาลัมพายน์ จับตัวไปเที่ยวแสดงละครหาเงินตามสถานที่ต่างๆ พระภูริทัตก็มิได้มีความแค้นเคืองคิดที่จะทำลายชีวิตพราหมณ์หมองูนั้น เพราะความที่ตนสมาทานรักษาอุโบสถศีลอย่างมั่นคง

จันทกุมารชาดก (บำเพ็ญขันติบารมี) พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระจันทกุมาร ราชโอรสของพระเจ้าเอกราชแห่งเมืองปุปผวดี พระราชบิดาทรงเชื่อคำหลอกลวงของขัณฑหาลปุโรหิต จึงทรงรับสั่งให้จับพระจันทกุมารพร้อมด้วยคนและสัตว์เป็นจำนวนมากนำไปบูชายัญ ท้าวสักกเทวราชจึงได้เสด็จลงมาช่วยชีวิตไว้ แม้จะถูกกระทำเช่นนี้ พระจันทกุมารก็มิได้ผูกอาฆาตพยาบาทแต่ประการใด
นารทชาดก (บำเพ็ญอุเบกขาบารมี) พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นท้าวมหาพรหม ชื่อว่า นารทะ ครั้งนั้น พระเจ้าอังคติราช มีความเห็นผิดว่า นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี ในเวลานั้น ท้าวมหาพรหมได้เสด็จลงมาแสดงโทษแห่งความเห็นผิดให้พระเจ้าอังคติราชสดับ ทำให้พระองค์ทรงคลายจากมิจฉาทิฏฐิละความเห็นผิดกลับมาปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขด้วยทศพิธราชธรรมดังเดิม
วิธูรชาดก (บำเพ็ญสัจจบารมี) พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นอำมาตย์ ชื่อว่า วิธูระ เป็นผู้สอนอรรถและธรรมแด่พระเจ้าธนัญชัย โกรัพยะแห่งกรุงอินทปัตถ์ เมื่อปุณณกยักษ์มาท้าพนันเล่นสกากับพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะ โดยมีวิธูรบัณฑิตเป็นเดิมพัน เพื่อให้เป็นทาสของปุณณกยักษ์ พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะทรงพ่ายแพ้ แม้วิธูรบัณฑิตรู้ดี หากตอบว่าตนเองไม่ใช่ทาสของพระราชาก็จะพ้นจากความลำบาก แต่ก็ยังตอบไปตามความเป็นจริง เพราะความยึดมั่นในการบำเพ็ญสัจจบารมี

เวสสันดรชาดก (บำเพ็ญทานบารมี) พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร พระองค์ทรงตั้งปณิธานในการบริจาคทาน แม้จะมีใครขอสิ่งที่รักสิ่งที่หวงแหนที่สุดในชีวิตไม่ว่าจะเป็นดวงหทัย ดวงตา เนื้อ และเลือด บุตรธิดา หรือภรรยา ก็ทรงบริจาคเป็นทานได้ เพราะมุ่งมั่นในพระโพธิญาณเป็นปณิธานสูงสุด
พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญพระบารมีแต่ละข้อ ละเอียดขึ้นไปตามลำดับ ตั้งแต่ขั้นธรรมดา เรียกว่า “บารมี” ขั้นกลาง เรียกว่า “อุปบารมี” จนถึงขั้นสูงสุด เรียกว่า “ปรมัตถบารมี” รวมเป็นบารมี ๓๐ ประการ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ผู้เป็นที่รักของปวงชนชาวไทย มีพระบรมเดชานุภาพยิ่งใหญ่ ทรงพระปรีชาในศาสตร์หลายด้าน มีพระมนัสมั่นในพระกตัญญุตาธรรม มีพระราชศรัทธาเคารพหนักแน่นในพระรัตนตรัย มีพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรู้เท่าทันในเหตุการณ์เหตุผลโดยตลอด พระองค์ทรงบำเพ็ญสรรพราชกรณียกิจ ล้วนเป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่สมณพราหมณาจารย์ ทั้งแก่พสกนิกรถ้วนทั่ว

ด้วยการพระราชทานสังคหธรรมนำจิตอาสาให้เพิ่มพูนขึ้นเนือง ๆ ด้วยทรงรักษาปกป้องคุ้มครองโดยชอบธรรม ทรงเพียบพร้อมด้วยพระคุณสมบัติแห่งพระราชาผู้ยิ่งใหญ่เป็นอเนกประการ มีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานที่เป็นเหตุนำความเจริญรุ่งเรืองแห่งขอบขัณฑสีมาสยามประเทศ อันจะหาผู้ใดมาปรัปวาทมิได้
บัดนี้ พระจอมชน ทรงสมบูรณ์ด้วยพระบุญญาธิการบารมี เสด็จเถลิงถวัลยราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๑๐ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ มีพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ปรากฏด้วยพระเกียรติยศอันยิ่งใหญ่แล้วนั้น

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระเกียรติยศปรากฏระบือไกล เป็นพระราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเป็นอัครพุทธมามกชน มีพระราชหฤทัยมั่นคงในพระบวรพุทธศาสนา ถึงพร้อมด้วยพระบุญญาธิการมากล้น เพียบพร้อมด้วยพระราชอัธยาศัยน้อมไปในการเสียสละช่วยเหลือเกื้อกูลแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงงามพร้อมด้วยพระสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล และพระเกียรติคุณอันสูงส่งตลอดกาล

ทรงพระปรีชาสามารถใคร่ครวญด้วยเหตุและผลก่อนที่จะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ทรงไว้ซึ่งความละเอียดอ่อนสุขุมคัมภีรภาพ และทรงฉลาดหลักแหลมในอุบาย เป็นที่ประจักษ์ชัดแท้แก่ใจพสกนิกรชาวไทยตลอดเวลาว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นหิตานุหิตประโยชน์ไว้นานัปการแก่พสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงพร่ำสอน ใส่พระทัยถึงงานศิลปาชีพและศิลปะแห่งการดำเนินชีวิตอย่างมีจุดหมาย อิงอาศัยประโยชน์สุขเป็นสำคัญ ทั้งทรงเกื้อกูลงานศิลป์ทุกแขนงอย่างแยบคาย ด้วยอุบายวิธีสุดล้ำเลิศ ได้พระราชทานและดำเนินการความรู้ในเรื่องการอนุรักษ์ป่า และน้ำ โดยชื่อว่า โครงการป่ารักน้ำ
เพราะฉะนั้นแล พระองค์ฯ จึงทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรชาวไทยที่ต่างยกย่องเทิดทูนเหนือเศียรเกล้า สถิตไว้เป็นมิ่งขวัญของปวงประชาตลอดกาล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมราชชนนี ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”


คณะผู้เรียบเรียง ตรวจทานแก้ไขปรับปรุงการใช้ถ้อยคำและสำนวนภาษาไทย
หนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ)
พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน)
พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร)
พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี ปญฺญาวํโส)
พระครูสิริวิหารการ (สมจิตร จิตฺตธมฺโม)
วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร


คลิกฟังเสียงอ่าน “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
คลิกอ่าน E-book “ทศชาติ : ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ
เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง












