จาริกธรรมในอเมริกา (ตอนที่ ๒๗)

ความกลัวภายในจิตใจ ทำให้ใจกายป่วย

โดย พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย

กลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ

พระครูสมุห์สุพัฒน์  อนาลโย ผู้เขียน กลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ
พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย ผู้เขียน กลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ

รำลึกถึงคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสว่า

“ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”

ตอนนี้หลายคนคงจะประจักษ์ชัดกับคำสอนแล้ว ตามความเป็นจริง สถานการณ์เหตุการณ์ที่สร้างความวุ่นวายให้หลายประเทศทั่วโลก นามว่า ไวรัสโควิด -๑๙  ในปี ค.ศ.๒๐๒๐ (พ.ศ.๒๕๖๓) นี้ ความคิดกลัวกังวลใจว่าตนจะติดไวรัส  ไปเข้าห้องน้ำต้องล้างมือด้วยเจล

จะพูดสนทนากับใครก็กลัวจะติดเชื้อจากน้ำลายกระเด็นติดตนเอง ต้องยืนห่างๆเหมือนความไว้ใจไม่มีเลย แม้แต่ธนบัตรที่ได้มาก็คิดว่าจะไม่ติดเชื้อจากคนอื่นหรือ ?  

จับราวบันได หรือกลอนห้องน้ำลูกบิดจะเอามือมาคัดจมูกหรือมาลูบหน้า เชื้อไวรัสจะไม่เข้าตาหรือ ?

นั่งรถโดยสารใกล้คนต่างชาติเราไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย จะไม่ติดเชื้อไวรัสกับเขาเหรอ กลัวจังเลย

เป็นโรคใหม่ในปี ค.ศ.๒๐๒๐  เราสามารถป้องกันมันได้ด้วยตนเอง และไม่แพร่เชื้อร้ายให้กับคนอื่น

เมื่อรู้ว่าตนป่วยมีอาการ ปวดเมื่อย เหมือนไม่สบาย เจ็บคอไอแห้ง ไม่สู้ดีนักไปหาหมอตรวจทันที เป็นการป้องกันปลอดภัยไว้ก่อน ไม่ป่วยเป็นโควิด- ๑๙ ก็โชคดีไป แต่เมื่อผลออกมาป่วยเป็นโควิด-๑๙  หมอก็จะช่วยรักษาเราระงับโรคดูแลรักษาเราได้ทันเวลา

อย่าประมาทในชีวิต

แม้เราประมาทเพียงเสี้ยววินาทีเจ้าโรคนี้มันสามารถปลิดชีพเราได้เลย ความไม่ประมาทเป็นหนทางแห่งความไม่ตาย ประมาทตอนไหนเท่ากับเราคิดสั้นฆ่าชีวิตตนไปแล้ว

ถ้าชะล่าใจจากโรคนี้เพียงคนเดียว อาจจะสร้างความเดือดร้อนความเสียหายจากคนที่คุณรักและคนใกล้ชิดกับคุณขยายวงกว้างเป็นล้านๆ คนขึ้นไปได้

กรณีที่อีตาลี เพียงอาทิตย์เดียวก็สามารถทำให้คนป่วยได้มากมายให้ล้มตายนับเป็นร้อยคน จนเดี๋ยวนี้เป็นหมื่นคนแล้ว ฉะนั้น อย่าประมาทกับสิ่งที่มองไม่เห็น โรคไวรัสโควิด๑๙ หรือโรคกรรม เรามองไม่เห็นว่าเกิดขึ้นกับใครตอนไหนไม่รู้  ไม่มีใครอยากจะเป็น  และไม่อยากให้เป็นกับใครที่ดีที่สุด อย่าชะล่าใจ อย่าประมาทในการใช้ชีวิต มีสติในการทำกิจวัตรประจำวันอย่างระมัดระวัง

สถานการณ์ของคนติดเชื้อไวรัสโควิดในประเทศไทยก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เป็นพันกว่ารายแล้ว ทั่วโลกก็เกินครึ่งล้านไปแล้ว ส่วนที่เสียชีวิตก็เกินสองหมื่นทั่วโลก ข้อมูลจากข่าววันอาทิตย์ ที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๓ ทางรัฐบาลก็ต้องมีมาตรการสั่งปิดที่สุ่มเสี่ยงที่มีผู้คนไปมาหาสู่กันเยอะๆ  เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ที่โรงพยาบาลเขียนข้อความว่า

“ฉันอยู่ที่นี่เพื่อช่วยพวกคุณ

คุณอยู่ที่บ้านเพื่อช่วยพวกเรา”

ทั่วไปคือ อยู่ที่บ้าน เพื่อช่วยชาติ อยู่ที่วัด เพื่อช่วยชาติ

มาช่วยกันรักบ้านเมืองประเทศชาติ  ด้วยการเฝ้าระวังป้องกันโรคโควิดแพร่ระบาด ร่วมด้วยช่วยกันกักตัวอยู่บ้าน ๑๔ วัน หรืออาจนานกว่านั้น ถ้าทำได้ และจะดีมาก ถ้าทำได้ แต่เราต้องมีทางออกในการอยู่กับบ้าน หรืออยู่ในห้องแคบๆ ด้วย จึงจะไปรอด

ช่วงระยะนี้แหละ จะเป็นปัญหากันไม่มากก็น้อยที่จะใช้ชีวิตตนเองอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เหมือนเราถูกกักขังตัวเอง ทำให้ใช้ชีวิตไม่มีความเป็นอิสรภาพเหมือนครั้งก่อน

จากที่เคยไปเที่ยวดูหนังฟังเพลง เที่ยวห้างไปชอปปิง สังสรรค์ในยามราตรี อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาของบุคคลในครอบครัวคนที่เรารักมิตรสหายกัน

แต่ตอนนี้เรากลับมาตีกรอบขอบเขตของชีวิตให้แคบลงได้อยู่ในห้องหรือบ้านสี่เหลี่ยมกับครอบครัวและคนที่เรารักเท่านั้น

อีกแง่มุมหนึ่ง เราใช้ธรรมชาติมามากพอแล้ว ตอนนี้ธรรมชาติกลับมาใช้เราบ้าง โดยให้เราอยู่ในบริเวณของตนเองบ้าง จะเป็นอย่างไรบ้าง จะฝืนจิตฝืนใจตนไหม จะใช้ชีวิตแบบนี้ ๑๔ วันได้อย่างไร โดยไม่กังวลซีเรียส เครียด ทุกข์กายใจ ธรรมชาติกำลังสอนเราให้อยู่กับตนเองให้เป็น เรียนรู้ที่จะอยู่กับร่างกายและจิตใจให้ได้

บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมเราจะต้องเรียนรู้กายและจิตใจ กายร่างกายนี้ก็เป็นของเราอยู่แล้ว  ส่วนจิตใจก็คือความคิด มันก็คิดเป็นปกติมีอารมณ์ร้องไห้ ยิ้มหัวเราะมีความสุข ผิดหวังเศร้าเสียใจอยู่แล้ว

ที่กล่าวมาก็ถูก ร่างกายก็คือกายของเรานี้มันไม่ใช่ของใครคนอื่น  ส่วนจิตใจมันก็รับรู้อารมณ์ความรู้สึกดีใจเสียร้องไห้หัวเราะเป็นปกติ

แต่ยิ่งกว่านั้น ใจเราไปผูกมัดยึดติดปล่อยไม่เป็น รู้ไม่เท่าทันอารมณ์เกิดขึ้น ไม่ได้ดังใจคิดก็ผิดหวังร้องไห้เสียใจเป็นทุกข์ เพราะวางไม่เป็น

ถ้าเราถูกชื่นชมยกย่องก็ยึดมั่นถือมั่นอยากได้ยินเสียงให้เขายกย่องชื่นชมตนอีก  หากเขาไม่ยกย่องชื่นชมก็ผิดหวังเสียใจโมโหโกรธ ไม่พูดไม่คุยด้วย ผูกจิตอาฆาตแค้น

แม้หน้าก็ไม่อยากมองดู เสียงก็ไม่อยากได้ยิน ผิดหูผิดตับไปหมด  ผูกใจเจ็บหน้าบูดหน้าเบี้ยวไร้ความเบิกบานทางใจ นี่หลงเป็นทุกข์ ปล่อยไม่เป็นก็จมกับความทุกข์จนวันตาย

ขอขอบคุณ ภาพวาดโดย พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย
ขอขอบคุณ ภาพวาดโดย พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย

ต้องขอบคุณโควิด ๑๙ ที่ทำให้ได้มาอยู่กับตนเองจริงๆ กายนี้ของฉัน ใจนี้ของฉัน เราจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน  และทำให้เราได้อยู่ใกล้ชีวิตกับความตายทุกวี่ทุกวัน สอนให้รู้เรื่องความไม่ประมาทในชีวิต  ประมาทคือความตาย  ไม่ประมาทคือความรอดปลอดภัย

ความกลัวภายในจิตใจ ทำให้ใจป่วย เพราะใจขาดสติควบคุมจิตใจ  ใจโลเลไม่มั่นคง

ใจขาดสติ สมาธิก็ล่องลอยหายไปกับอารมณ์ของความกลัวกังวลจนไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้ใจทุกข์ลงกายก็ทรุดโทรมย่ำแย่ลง ใจป่วยกายก็ป่วยตาม ใจมันทุกข์ กายเศร้าหมอง บ่งบอกแสดงออกมาทางใบหน้า

ใจดีกายก็พลอยดีไปด้วย ใจมันสู้โรคกายก็สร้างภูมิต้านทานขึ้นสู้กับโรคจนสภาพร่างจะไม่ไหวจริง ใจอดทนสู้ยังมีโอกาสจะชนะได้ ใจท้อถอยก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่สู้

สุดท้าย ความกลัวกังวลภายในจิตใจ  ทำให้ใจกายป่วย เพราะขาดสติสมาธิเป็นที่พึ่งทางใจ จึงให้เครียด ซีเรียส ตื่นตระหนก ใจตึงเครียดกายก็อ่อนล้าลงตามด้วย กลายเป็นทุกข์ใจกายไปพร้อมกัน

ควรตั้งสติใช้ชีวิตไม่ประมาทโรคภัย  รักษาใจให้ดีอารมณ์ดี ปล่อยวางเป็น ทำตามบทบาทหน้าที่ตนแต่ละวันไป วันนี้จบพรุ่งนี้ทำต่อไปอีก

บริหารใจด้วยธรรมผ่อนคลายสบายๆ หรือทำอะไรเบาสบายๆ ใจโล่ง  และบริหารกายด้วยการดูแลบ้านปลูกต้นไม้ รดน้ำผัก หรืองานอดิเรกทำเพิ่มสร้างรายได้พิเศษในช่วงนี้

ที่สุดของชีวิตดีมีสุขเป็นดังคำสอนที่ว่า  “ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”

ไม่ประมาทในชีวิตเท่ากับช่วยตนเองและผู้อื่น ประมาทในชีวิตเท่าทำร้ายชีวิตตนเองและคนอื่น

จ๊อด

๒๓ มีนาคม ๒๕๖๓

พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย จากโครงการ “พระนักเขียน” จัดโดย สถาบันพัฒนาพระวิทยากร สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่ลสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ ในปี พ.ศ.๒๕๖๐ สู่การเขียนบทความธรรมะมาจนถึงทุกวันนี้
พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย จากโครงการ “พระนักเขียน” จัดโดย สถาบันพัฒนาพระวิทยากร สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่ลสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ ในปี พ.ศ.๒๕๖๐ สู่การเขียนบทความธรรมะมาจนถึงทุกวันนี้

จาริกธรรมในอเมริกา (ตอนที่ ๒๗) ความกลัวภายในจิตใจ ทำให้ใจกายป่วย โดย พระครูสมุห์สุพัฒน์ อนาลโย กลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here