
๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นวันคล้ายวันมรณภาพ ปีที่ ๑๒ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร

จึงขอนำ “หลักการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา” ฉบับที่ท่านเขียนขึ้นมาเผยแผ่ จัดพิมพ์เป็นธรรมทานโดย สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ สำนักพิมพ์อนันตะ เพื่อศึกษาเรียนรู้วิสัยทัศน์ของพระเถระผู้มองการณ์ไกล ผู้มาก่อนกาล ผู้เห็นว่าในอนาคต พระพุทธศาสนาจากแผ่นดินไทยจะเคลื่อนกงล้อธรรมจักรแห่งความสงบเย็นไปทั่วโลก แล้ววันนี้ก็เป็นจริง…


ในบันทึกคำเริ่มต้น อุปเสณมหาเถรานุสรณ์ ปีที่ ๓ ในโอกาสครบ ๓ ปี แห่งการมรณภาพ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ โดย สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ บันทึกไว้ว่า
คณะศิษยานุศิษย์ นำโดยพระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ได้มอบรถบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ให้เหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี โรงพยาบาลปัตตานี เพื่อบริการประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้สร้างอาคารโรงพยาบาลเกาะสมุย เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จฯ

ตลอดช่วงชีวิต เป็นที่ทราบกันดีว่า เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้เน้นสร้างโรงเรียน และ โรงพยาบาลให้ชุมชนในชนบทตามชายแดนที่ห่างไกล ภายใต้ชื่อ “อาคารผู้มีพระคุณ”


เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้สร้างคุณูปการไว้กับพระศาสนาเป็นเอนก นำพาพระศาสนาก้าวข้ามช่วงวิกฤติหลายต่อหลายครั้ง
เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักเตือนสติชาวพุทธและคณะสงฆ์ให้เห็นภัยพระศาสนา ทั้งภัยภายในและภัยภายนอกอยู่เสมอ ท่านได้วางรากฐานงานพระธรรมทูตไปต่างประเทศ วางรากฐานการสร้างวัดไทยในต่างประเทศ จนวัดไทยขยายไปทั่วทุกมุมโลก ในปัจจุบัน


ช่วงสุดท้ายของชีวิต เจ้าประคุณสมเด็จฯ ให้ความสำคัญกับปัญหาภาคใต้ ได้จัดตั้งพระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมา มีศูนย์กลางการประสานงานพระธรรมทูตอาสา ฯ อยู่ที่วัดบูรพาราม ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี และมีศูนย์พระธรรมทูตอาสาฯ ประจำจังหวัดสงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาส มีพระธรรมทูตอาสาฯ ปฏิบัติศาสนกิจ ๒๕๐ รูป

ภารกิจหลักของพระธรรมทูตอาสา คือ การออกเยี่ยมให้กำลังใจพระสงฆ์ และชาวพุทธในพื้นที่ ออกสำรวจวัด และหมู่บ้านชาวพุทธที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง อันเนื่องมาจากการก่อเหตุความรุนแรง ถูกเผา ถูกกดดันให้ออกจากพื้นที่ และช่วยฟื้นฟูประเพณีเก่า ๆ ของชาวพุทธที่หายไปในช่วงเกิดเหตุความไม่สงบ

พระธรรมทูตอาสา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปฏิบัติศาสนกิจภายใต้สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเจ้าประคุณสมเด็จฯ ก่อตั้งขึ้นให้เป็นหน่วยงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก ภายใต้กำกับมหาเถรสมาคม โดยได้รับงบอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ในวันครบรอบ ๓ ปี แห่งการมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จฯ นอกจากการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน

ศิษยานุศิษย์ ได้มอบรถบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ให้เหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี โรงพยาบาลปัตตานี เพื่อบริการประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจัดให้มีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการให้พระวิทยากรรู้จักใช้สื่อออนไลน์มารับใช้งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา โครงการ “ธรรมะออนไลน์ สื่อธรรมให้ถึงโลก”

เพื่อให้พระวิทยากร ซึ่งเป็นพระนักเผยแผ่รุ่นใหม่ รู้จักปรับเปลี่ยนเครื่องมือการเผยแผ่ให้เข้ากับยุคสมัย รู้จักใช้สื่อโซเชียล เพื่อส่งต่อธรรมะให้คนที่ไม่มีเวลาเข้าวัด ได้ซึมซับหลักธรรม และให้พระวิทยากรช่วยกันสร้างทัศนคติให้คนในสังคมเข้าใจถึงเหตุผลที่พระสงฆ์ต้องใช้สื่อโซเชียล เป็นช่องทางนำธรรมะสู่สังคม ในฐานะที่โซเชียลมีเดีย เป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างทางทัศนคติที่ไม่ดี

นอกจากนั้น ยังมีการจัดงานสัมมนาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพพระวิทยากร : การเรียนรู้กระบวนการทางจิตวิทยาด้วยกระบวนการ Drama Therapy & Photo and VDO Therapy จัดโดยกลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์

เพื่อเปิดโอกาสให้พระวิทยากรได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลักจิตวิทยาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของไทย และระดับโลกอย่าง VALENTINA FORTUNATIBARLACCHI dr. in Psychology, Psychotherapist กับกลุ่มพระนักเผยแผ่ชั้นแนวหน้าจากทุกๆ ที่ ทั่วประเทศ
อันจะเป็นการสนองเจตนรมณ์ และปณิธานเจ้าประคุณสมเด็จฯ อีกทางหนึ่ง

จึงขอนำ “หลักการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา” ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) ที่ส่งเสริมความมั่นคงของพระพุทธศาสนา และหลักพระธรรมวินัย ผ่านความมั่นคงของพระสงฆ์ที่จะเป็นหลักในการเผยแผ่พระพุทธศาสนเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ในห้วงความทุกข์ทุกด้านมีทางออก ด้วยพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าที่นำมาประยุกต์ใช้ในทุกบริบทของสังคมเพื่อความร่วมเย็นของมวลมนุษยชาติ มาเผยแผ่บางข้อที่น่าจะเป็นทางออกในปัจจุบัน ที่พระสงฆ์กำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากทุกด้าน …

หลักการข้อ ๑๐ : กำหนดให้รัฐอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาตามรัฐธรรมนูญ
ให้อุดหนุนช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรซึ่งประสบภัยพิบัติ หรือไม่อาจพึ่งตนเองได้
ให้อุดหนุนสำนักงานของเจ้าคณะผู้ปกครองทุกระดับ
ให้อุดหนุนการตรวจสอบและดำรงรักษาไว้ซึ่งศาสนธรรมให้ครบถ้วนบริบูรณ์ รวมทั้งแปล เรียบเรียง ผลิตสื่อภาษาไทย ภาษาต่างประเทศเป็นมาตรฐาน ในลักษณะตำรา แบบเรียน คู่มือ เอกสาร แหล่งข้อมูล และสื่อเพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ปฏิบัติและเผยแผ่ แก่คณะสงฆ์อย่างเพียงพอ
ให้อุดหนุนสำนักเรียน สำนักศาสนศึกษา หรือสถานศึกษาวิชาพระพุทธศาสนา ซึ่งคณะสงฆ์รับรองและอยู่ในกำกับดูแลของคณะสงฆ์อย่างเดียวพอ
ให้จัดตั้ง “พุทธศาสน์วิทยาลัย” ขึ้นในจังหวัดที่คณะกรรมการสงฆ์จังหวัดร้องขอ เพื่อให้การศึกษาและอบรมทางวิชาการพระพุทธศาสนา วิชาการทั่วไป และวิชาชีพแก่ประชาชน
ให้อุดหนุนวัดที่จัดศาสนศึกษา เพื่อบริการชุมชน เช่น ธรรมศึกษาโรงธรรม ห้องสมุด หอไตร พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ สำนัก อุทยานธรรม หรือกิจการอื่นใดที่เป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ให้อุดหนุนคณะสงฆ์จัดตั้ง “สำนักอบรมพระธรรมทูต” เพื่อผลิตพระธรรมทูต ปฏิบัติหน้าที่ทั้งในและต่างประเทศ

ให้อุดหนุนกิจการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งระบบเครือข่าย เครื่องมือ อุปกรณ์ และสื่ออย่างอื่น อย่างพอเพียง
ให้ทำนุบำรุงศาสนสถาน ศาสนวัตถุ หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นใดที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา หรือทางประวัติศาสตร์ ให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงอยู่เสมอ
ให้มีสถานศึกษาของคณะสงฆ์ผลิตและฝึกอบรมครูสอนวิชาศาสนศึกษาอนุศาสนาจารย์ และวิทยากรทางศาสนา ให้แก่สถานศึกษา ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองท้องถิ่น

ให้มีเจ้าหน้าที่ศาสนการช่วยปฏิบัติคณะสงฆ์ในจังหวัด อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักพุทธศาสนาจังหวัด
การให้ทุนอุดหนุน การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนดังกล่าวข้างต้นให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา












