“งานของเรา คืองานของพระศาสนา” พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ที่ข้าพเจ้ารู้จัก (๘) โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

“งานของเรา คืองานของพระศาสนา” 

พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ที่ข้าพเจ้ารู้จัก (๘)

โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท วัดทองนพคุณ คลองสาน กรุงเทพฯ

             ผู้เขียนพูดคุยกับเพื่อนสหธรรมมิกที่เคยร่วมงาม ได้สัมผัสรับรู้ความเป็นต้นแบบของพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ อดีตเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และอดีตประธานเครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัดนราธิวาส

             ท่านเล่าว่า …มีหลายสิ่งที่สมควรจะบันทึกไว้ ทั้งในแง่มุมของความคิด ในแง่มุมของการทำงาน เวลาทำงานพระทุกรูปจะสัมผัสได้ ถึงความตั้งใจ ความเสียสละของอาจารย์พระครูประโชติฯ เวลาไปทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ายพุทธบุตร ค่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์ บางครั้งที่เห็นเพื่อนสหธรรมมิกเหนื่อยล้า ท่านก็พูดด้วยรอยยิ้มด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจ “งานของเรา คืองานของพระศาสนา”  

             ท่านเคยเล่าให้เพื่อนสหธรรมมิกฟังในความเป็นพระสงฆ์สิ่งที่ท่านภูมิใจที่สุดอย่างหนึ่ง นอกจากได้สร้างวัดในพระพุทธศาสนาแล้ว คือการได้ทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์บวชกุลบุตรผู้ศรัทธาให้เป็นพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนา

             “ตั้งแต่เป็นพระอุปัชฌาย์มาท่านไม่เคยบวชให้ใคร แต่เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ สวรรคต ท่านบอกว่า เพื่อในหลวง ในหลวงทำคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา ประเทศชาติมามากมาย ผมขอทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์น้อมถวายพระองค์ท่าน นั่นเป็นการทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์ให้การบวชพระเป็นครั้งแรกของท่าน ความเป็นพระอุปัชฌาย์เป็นตำแหน่งเฉพาะตัว ต้องเป็นพระสังฆาธิการ ตั้งแต่ระดับเจ้าคณะตำบลขึ้นไป เมื่อเข้ารับการฝึกอบรม ผ่านการฝึกอบรมจึงจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ตามพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมือง เมื่อมรณภาพความเป็นพระอุปัชฌาย์ก็สิ้นสุดลงไปด้วย”

             ผู้เขียนได้ย้อนดูข้อความที่ท่านเขียนลงใน Facebook ชื่อ สว่าง เวทมาหะ มีหลายอย่างที่น่าสนใจและมีหลายอย่างที่ควรนำมาแบ่งปัน เป็นแง่คิด เป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน เป็นต้นแบบในการดำเดินชีวิต ท่านบอกว่า

             “การพัฒนาวัด พัฒนาคน พัฒนาตน พัฒนางาน เกิดมาเพื่อพระพุทธศาสนา บางครั้งก็เหนื่อย บางครั้งก็ล้า บางเวลาก็ชื่นใจกับค่าของชีวิต ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้ทำความดีบ้างตามกำลังที่พอจะทำไหว ขอบคุณทุกท่านที่ส่งเสริมกันและกัน

             “๒๐ ปีในการสร้างวัด วันนี้ (๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑ พิธีประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานวิสุงคามสีมา) เป็นวันที่สำคัญที่สุดในการทำให้วัดรัตนานุภาพ ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส สังกัดมหานิกาย เขตปกครองคณะสงฆ์ ภาค ๑๘ เป็นวัดที่สมบูรณ์ถูกต้องตามหลักธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมือง จึงขออนุโมทนาบุญกับพุทธศาสนิกชนทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจ ร่วมพัฒนางานพระศาสนาจนมาถึงวันนี้ ขอทุกท่านจงมีความสุข ความรุ่งเรืองในธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ ท่านเทอญ”

             วันพระราชทานวิสุงคามสีมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง วิสุงคามสีมา แก่วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ประจำปี ๒๕๖๑ และประทานพระโอวาทว่า

             “ขอเน้นย้ำต่อเจ้าอาวาสถึงพระราโชบายที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้กับคณะสงฆ์ว่า พัฒนาความรู้และคุณภาพของพระสงฆ์ให้เป็นหลักทางใจของประชาชน ให้พระมีความสำนึกและเป็นประโยชน์ในสังคมไทย ซึ่งถือเป็นคติเตือนใจที่สำคัญ ทั้งยังสอดคล้องกับหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาในเรื่อง อัตถะ ๓ 

          “คือ ๑.อัตตัตถะ ประโยชน์ตน ๒.ปรัตถะ ประโยชน์ผู้อื่น และ๓.อุภยัตถะ ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย หรือประโยชน์ร่วมกัน หวังว่าท่านทั้งหลายจะมีปณิธานร่วมกันในการสนองพระราโชบายดังกล่าว ตั้งใจบำเพ็ญประโยชน์ส่วนตน ให้มีคุณภาพ มั่นคงในพระวินัย ปฏิบัติตามกฎหมาย ปกครองพระ สามเณร ให้สามัคคีกัน ประพฤติปฏิบัติตนในพระวินัย รวมทั้งตามกฎหมาย ขณะเดียวกันต้องรู้จักเกื้อกูลประโยชน์ส่วนรวม สั่งสอนผู้ที่อยู่ในปกครอง รวมไปถึงคนทั่วไป ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย และจะส่งผลให้อยู่ท่ามกลางศรัทธาสืบไป”

             สิ่งที่พระครูประโชติฯ ได้ทำไม่ว่าจะในเรื่องของการพัฒนาวัด พัฒนาคน พัฒนางาน เพื่อนสหธรรมมิกของท่านหลายรูปมีความกังวลว่า สิ่งที่ท่านทำจะหายไป พร้อมกับการมรณภาพของท่าน แต่ก็เป็นที่น่าดีใจ ลูกศิษย์ลูกหาของท่านทั้งในส่วนของบรรพชิตและคฤหัสถ์ทุกรูปทุกท่านมุ่งสานต่อปณิธานของท่าน เรื่องของงานเผยแผ่ การจัดโครงการค่ายพุทธบุตร โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน งานบวชศีลจาริณี เหล่านี้ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ทุกรูปสามารถที่จะสานต่อไปได้  ทุกอย่างจะให้ดีเหมือนอย่างพระครูประโชติฯก็คงไม่ได้ ด้วยเหตุความเฉพาะตัวของพระครูประโชติฯ ไม่ใช่ว่าจะยกย่องกันเกินเหตุ ท่านเป็นนักปกครอง เป็นนักเทศน์ก็ได้ บรรยายธรรมก็ได้ สอนกรรมฐานก็ได้ สอนเด็กเยาวชนก็ได้ ความเฉพาะตัวของท่านเพียบพร้อม

             งานหลายอย่างที่เพื่อนสหธรรมมิกของท่านเล่าให้ฟัง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรม ประเพณีของคนในพื้นที่ ซึ่งท่านต้องการจะอนุรักษ์ให้คงอยู่ส่งต่อให้กับลูกหลาน อย่างเช่น

              ประเพณีลากเรือพระจากวัดรัตนานุภาพ (บ้านโคกโก) ไปยังอ่างเก็บน้ำโคกยาง ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส


งานบุญเดือน ๕ พิธีรับจ้าวอ หรือ พิธีรับเทวดาเข้าเมือง

             ประเพณีการทำบุญเดือน ๕ พิธีรับจ้าวอ (เทวดา) เข้าเมือง หรือการไหว้หน้าบ้าน เพื่อบูชาบวงสรวงเทวดาและรับเทวดาองค์อื่นที่เปลี่ยนมาทำหน้าที่ปกปักษ์รักษาหมู่บ้านให้ปลอดภัยจากอันตรายจากสิ่งต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านมีความสุขความเจริญ เกิดความสามัคคี

             สิ่งที่นำมาทำพิธีบวงสรวงได้แก่ขนมโค ซึ่งเป็นขนมหวานที่แต่ละบ้านนำมาประกอบพิธี และต่อด้วยพิธีบังสุกุลอัฐิของบรรพชน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าทำบุญเดือน ๕ อันเป็นประเพณีชาวใต้ มีความสำคัญเหมือนทำบุญเดือน ๑๐ หรือทำบุญใส่เปรต (ชิงเปรต) เป็นต้น

             งานที่เกี่ยวกับส่วนป่าวัดรัตนานุภาพ ส่วนใหญ่ท่านจะปลูกอนุรักษ์ไม้พื้นเมือง ไม้ดั้งเดิมของท้องถิ่น และก็มีสมุนไพรมากมายเกิดขึ้น เรื่องของป่าไม้ สมุนไพรต้องอาศัยคนที่มีใจรัก มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับต้นไม้ ถึงจะให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องต้นไม้ได้ เรื่องของสมุนไพรก็เช่นเดียวกัน ต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ถึงจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์จากสมุนไพรได้ เหล่านี้เป็นต้น เป็นสิ่งที่จะต้องหาผู้มีองค์ความรู้ด้านนี้ป่าไม้และสมุนไพรมาถ่ายทอดให้ความรู้กับชาวบ้าน เยาวชนลูกหลาน เพื่อจะได้สืบต่องานปณิธานของท่านให้คงอยู่สืบไป

              “การทำงาน คือ การปฏิบัติธรรม” ข้อความที่ท่านพระครูประโชติฯได้บอกกล่าวเรื่องราวให้ญาติโยมได้ทราบและร่วมอนุโมทนา ซึ่งเป็นข้อความที่บอกถึงความตั้งใจจะที่จะทำให้งานของพระศาสนาในเรื่องของการสร้างวัดให้สำเร็จ ท่านบอกว่า

             “นำพระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกา เทปูนเขตวิสุงคามสีมา เพื่อปรับระดับพื้นเตรียมงานปิดทองฝังลูกนิมิตปี ๒๕๖๒ และขอประชาสัมพันธ์บอกบุญ มาร่วมจับจองเป็นเจ้าภาพบริวารลูกนิมิตจำนวน ๑,๒๕๐ ลูก = (พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ อันเกิดจากเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือพระพุทธองค์เป็นผู้บวชให้) ขนาดลูก ๔ นิ้ว และจารึกชื่อในแผ่นทองบรรจุในลูกนิมิต เพื่อเป็นสักขีพยานว่าครั้งหนึ่งเราได้เกิดมาในพระพุทธศาสนาและได้มาฝังลูกนิมิต ณ วัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส  ร่วมบุญลูกละ ๑,๐๐๐ บาท”  

             และเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๒ ซึ่งเป็นข้อความประชาสัมพันธ์สุดท้ายที่ท่านได้โพสว่า ขอประชาสัมพันธ์บอกข่าวงานบุญยกช่อฟ้า และปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา วัดรัตนานุภาพ ๖-๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ กำหนดการวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๐.๓๙ น. พิธียกช่อฟ้าอุโบสถ เวลา ๑๓.๔๕ น.พิธีตัดหวายลูกนิมิต

             งานบุญยกช่อฟ้าและปิดทองฝังลูกนิมิต วัดรัตนานุภาพไม่ได้เลือน ยังคงจัดงานตามปกติ เชิญร่วมสานต่อเจตนาของพระครูประโชติฯให้สำเร็จตามความตั้งใจของท่าน ขอเชิญทุกท่านร่วมงานตาม วัน เวลา สถานที่ดังกล่าว หรือสามารถร่วมทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา ติดต่อพระไชยวัฒน์ อตฺตสาโร รักษาการเจ้าอาวาสรัตนานุภาพ โทร.๐๙๙-๔๓๙-๙๗๙๗

พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท วัดทองนพคุณ คลองสาน กรุงเทพฯ
พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท วัดทองนพคุณ คลองสาน กรุงเทพฯ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here