“กาลเวลากลืนกินทุกสรรพสิ่ง แม้แต่ตัวของมันเอง เรื่องราวของพระอาจารย์พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ ก็เช่นเดียวกัน ค่อยๆ เลือนหายไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะไม่หายไปคือ ความดีที่พระอาจารย์ท่านได้สั่งสมไว้ ความดีที่ท่านสร้างไว้กับผู้คน ชุมชน สังคม ประเทศชาติ จะยังอยู่ในใจของผู้คน ดังคำพูดที่ว่า อันความดีทำไว้กับใครนั้น ไม่มีวันลับหายในภายหน้า กายอาจเคลื่อนลับหายจากสายตา ดีไม่ลาลับหายจากสายใจ

“ความดีไม่ลาลับหายไปจากสายใจ” พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ที่ข้าพเจ้ารู้จัก (๙)
โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

“ความดีไม่ลาลับหายไปจากสายใจ”

พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ที่ข้าพเจ้ารู้จัก (๙)

โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท วัดทองนพคุณ คลองสาน กรุงเทพฯ

             การที่บอกเล่าเรื่องราวของอาจารย์พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ อดีตเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และอดีตประธานเครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัดนราธิวาส ในแง่มุมต่างๆ ก็เพียงเป็นการระลึกถึงความดีที่ท่านได้สร้าง ไม่ใช่การที่จะสรรเสริญท่านเกินความเป็นจริง

             ทั้งหมดทั้งมวลส่วนหนึ่งก็ได้นำเรื่องราวที่ผู้คุ้นเคยท่านได้บอกเล่าเรื่องราวถึงตัวท่าน ได้สัมภาษณ์บ้าง ได้อ่านจากสื่อต่างๆ บ้าง แล้วนำมาร้อยเรียง บางท่านผู้เขียนก็ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว บางท่านก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว

             แต่ก็ได้หยิบยกเนื้อความที่ทุกท่านเขียนถึงมารวบรวมไว้ บางข้อความก็ขออนุญาตเป็นการส่วนตัว บางข้อความก็ไม่ได้ขออนุญาตเป็นการส่วนตัว แต่ก็ได้นำมาบอกกล่าวเล่าต่อ เพื่อให้ทุกคนได้ระลึกถึง ได้เจริญรอยตามเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต และบูชาพระคุณของท่าน ที่ท่านได้ทำความดีมาตลอดชีวิต และเสียสละชีวิตอุทิศพระพุทธศาสนา

             ทุกท่านก็คงเป็นประจักษ์แล้วว่า กาลเวลากลืนกินทุกสรรพสิ่ง แม้แต่ตัวของมันเอง เรื่องราวของพระอาจารย์ก็เช่นเดียวกัน ค่อยๆ เลือนหายไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะไม่หายไปคือ ความดีที่พระอาจารย์ท่านได้สั่งสมไว้ ความดีที่ท่านสร้างไว้กับผู้คน ชุมชน สังคม ประเทศชาติ จะยังอยู่ในใจของผู้คน ดังคำพูดที่ว่า อันความดีทำไว้กับใครนั้น ไม่มีวันลับหายในภายหน้า กายอาจเคลื่อนลับหายจากสายตา ดีไม่ลาลับหายจากสายใจ

             เชื่อเหลือเกินว่า สำหรับญาติพี่น้อง ลูกศิษย์ลูกหา คนใกล้ชิด คนที่เคารพรักท่าน ความดีที่ท่านสร้าง คำสอนที่ท่านพร่ำสอน จะอยู่ในใจของทุกคนไปตราบนานเท่านาน ทุกคนจะสร้างอนุสาวรีย์ความดีไว้ในใจ เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงท่าน

             เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพระอาจารย์ กับพระสงฆ์ทุกรูป กับญาติโยมทุกคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกครั้งที่ได้ทราบข่าวก็เกิดความสังเวชสลดใจ ได้แต่ภาวนาให้เหตุการณ์สงบลงโดยเร็วไว ขอให้คนไทยรักกัน สามัคคีกัน เพราะท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีใครได้อะไร ลำพังแค่ชีวิตมนุษย์คนหนึ่งมีแค่ปัจจัย ๔ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ก็สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้แล้ว ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เราจะเบียนเบียนกัน เราจะเข่นฆ่ากันไปเพื่ออะไร 

              เราไม่สามารถจะทำอะไรได้มากกว่านี้ นอกจากให้กำลังใจทหาร ให้กำลังใจทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ให้มีความปลอดภัยในทุกวัน สวดมนต์ภาวนาขอให้สันติสุขเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แต่ภาวนารอแสงสว่างที่จะเกิดขึ้น แม้จะนานเท่าไหร่ก็ต้องรอ

             พระอาจารย์ท่านได้ทำหน้าที่เป็นหลักใจให้กับทุกคนในพื้นที่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าวันหนึ่งจะต้องเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ท่านเคยถูกรอบทำร้ายเอาชีวิตในวัดถึง ๒ ครั้ง แต่ท่านก็รอดมาได้ ท่านก็ไม่บอกใคร ไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร ได้แต่ตั้งตัวอยู่ด้วยความไม่ประมาท ในสถานการณ์ที่ทำอะไรไม่ได้ ท่านก็ทำใจ ทำใจให้เป็นที่พึ่ง แล้วจะได้ไม่หาที่พึ่งอื่นนอกจากใจ

“ความดีไม่ลาลับหายไปจากสายใจ” พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ที่ข้าพเจ้ารู้จัก (๙)
โดย พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท

             ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธสิ่งหนึ่งที่เราจะทิ้งไม่ได้ก็คือ คำสอนของพระพุทธเจ้า จะต้องระลึกถึงคำสอนของพระพุทธองค์ทุกลมหายใจเข้าออก สั่งสมความดี เป็นต้นทุนของชีวิต ในทางพระพุทธศาสนาท่านได้กล่าวถึงสิ่งสำคัญที่คนเรากำหนดไม่ได้ ทายไม่ออก บอกไม่ถูกไว้ ๕ ประการ คือ

๑.ชีวิต ความเป็นอยู่ เราไม่รู้ว่าเราจะมีอายุยืนยาวเท่าไร

๒.พยาธิ ความเจ็บไข้ได้ป่วย เราไม่รู้ว่าเราจะตายด้วยโรคอะไร

๓.กาละ เวลาตาย เราไม่รู้ว่าเราจะตายเวลาไหน

๔.เทหนิกเขปนะ สถานที่ตาย เราไม่รู้ว่าเราจะตายที่ไหน

๕.คติ สถานที่ไปเกิด เราไม่รู้ว่าตายแล้วจะไปเกิดที่ไหน  

             เพราะฉะนั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสสอนเรื่องความตายไว้ เพื่อเตือนใจให้มีสติอยู่ตลอดเวลา ให้นึกถึงหลักความจริงของชีวิตว่า ที่สุดของชีวิตคือความตาย ทุกคนมีความตายอยู่เบื้องหน้า

             การมีสติระลึกได้อย่างนี้ ก็จะทำให้ลดโลภโมโหโทสันลงได้ ทำให้ชีวิตมีความสงบสุขขึ้น โลกก็จะพลอยร่มเย็นเป็นสุขไปด้วยคำสอนในทางพระพุทธศาสนา เมื่อสรุปให้สั้นเพียงประการเดียว คือ สติ ซึ่งเป็นธรรมที่สุดยอดแห่งธรรมทั้งปวง

             บรรดารอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้างฉันใด บรรดาธรรมทั้งหลายรวมลงในความไม่ประมาท คือ สติฉันนั้น

             ผู้มีสติรู้สึกตัวอยู่เสมอทั้งก่อนคิด ก่อนพูด ก่อนทำ และในขณะที่กำลังคิด กำลังพูด กำลังทำ ความพลั้งเผลอก็จะไม่มี การนึกถึงความตายเป็นสติอย่างหนึ่งเรียกว่า มรณัสสติ

             ผู้นึกถึงความอยู่เสมอ เรียกว่า ผู้เจริญมรณัสสติ เมื่อนึกถึงความตายจนเคยชินแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่หวาดสะดุ้งตกใจกลัวความตาย ย่อมกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความตายได้อย่างไม่พรั่นพรึง จะคลายความยึดมั่นถือมันลงได้ และจะเป็นคนละอายชั่วกลัวบาป ทั้งจะค่อยๆ ปล่อยวางละความตระหนี่ ความเห็นแก่ตัว ความยึดมั่นในทรัพย์สมบัติของตน เป็นเหตุให้เสียสละช่วยเหลือเกื้อกูลสงเคราะห์อนุเคราะห์ผู้อื่นได้ด้วยความสมัครใจและเต็มใจ

             ที่เล่าอย่างนี้ไม่ใช่ว่าพระอาจารย์ท่านไม่กลัวความตาย ทุกคนกลัวความตาย ความตายที่ไม่ได้มาตามปกติ ความตายที่ใครก็ไม่รู้มายัดเยียดให้ด้วยความโหดร้ายทารุณผิดธรรมชาติ จริงอยู่ความตายเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนไม่สามารถจะหนีความตายได้ แต่ความตายนั้นต้องมาในรูปแบบของธรรมชาติที่มอบให้

             ที่พูดถึงความตาย ก็เพื่ออยากจะให้ทุกคนระลึกเสมอ ชีวิตคนเราสั้นนัก พรุ่งนี้กับชาติหน้าไม่รู้อะไรจะมาถึงก่อน การใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เป็นมงคลของชีวิต

             การถ่ายทอดเรื่องราวของพระอาจารย์พระครูประโชติฯ ในแง่มุมต่างๆของชีวิตก็เพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ถือปฏิบัติตาม เป็นความดีงามของชีวิต ยกตัวอย่างหลักต่างๆที่ท่านใช้ในชีวิต

          หลักในการพัฒนาวัด

             ท่านมีความเข้าใจในการสร้างศาสนวัตถุเป็นอย่างดี ท่านสร้างศาลาการเปรียญธรรมานุภาพ ศาลาหอฉันสังฆานุภาพ และพระอุโบสถ เป็นพุทธานุภาพ รวมกันเป็น วัดรัตนานุภาพ การตั้งเจดีย์บรรจุอัฐิผู้มีพระคุณของวัด ต้องตั้งไว้หน้าวัดเพื่อเชิดชูเกียรติผู้มีพระคุณ วัดต้องสะอาดเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ มีต้นไม้เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมะ เหล่านี้เป็นความละเอียดอ่อนของจิตใจที่ท่านค่อยๆสร้างขึ้น

          หลักในการพัฒนาคน

             ท่านมีโครงการหลายๆโครงการเช่น โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน โครงการบวชศีลจาริณี โครงการปฏิบัติธรรมสำหรับผู้สูงอายุ โครงการค่ายพุทธบุตรสำหรับเยาวชน โครงการต่างๆเหล่านี้ล้วนต้องการพัฒนาจิตใจคนให้มีธรรมะ ท่านเชื่อว่า คนดีอยู่ที่ไหน ชุมชนสังคมก็มีแต่ความสงบสุข เจริญรุ่งเรือง

             หลักในการพัฒนาตน

             ท่านไม่หยุดพัฒนาตนเอง เรียนอะไรก็ได้เรียนแล้วเอาไปใช้ประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนา ไม่ใช่แค่พัฒนาตนอย่างเดียว ลูกศิษย์ลูกหาส่งไปศึกษาเล่าเรียน พาไปฝาก ไปเยี่ยมไปให้กำลังใจ ส่งลูกศิษย์ลูกหาให้ถึงฝั่งแห่งความฝัน ท่านบอกว่า เมื่อเขาพึ่งตนเองได้ เขาก็จะเป็นที่พึ่งให้กับคนอื่น

             การพัฒนางาน ท่านสร้างวัดมา ๒๐ ปีกว่าจะเป็นวัดที่สมบูรณ์ ท่านทำให้ดู อยู่ให้เห็น เย็นให้สัมผัส การงานทุกอย่างกว่าจะสำเร็จได้ต้องอาศัยเวลา ความอดทน การทำงานบางอย่างไม่มีสิ้นสุด ทำจนกว่าจะพ้นทุกข์ทั้งปวง บางครั้งต้องยอมเสียสละแม้กระทั้งชีวิต

             น้อมกราบบูชาความดีของพระอาจารย์พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ และพระสมุห์อรรถพร กุสลจิตฺโต ผู้ถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา ขอกุศลความดีที่พระอาจารย์ทั้งสองได้บำเพ็ญ น้อมส่งพระอาจารย์ทั้งสองสู่แดนสุคติภูมิ มีพระนิพพานเป็นที่สุดด้วยเทอญ

             กรรมใดที่ประมาทพลาดพลั้งต่อพระอาจารย์ทั้งสอง ทั้งต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี เจตนาก็ดี ไม่ได้เจตนก็ดี ขอพระอาจารย์ทั้งสองได้โปรดอโหสิกรรมด้วยเทอญ.

             การนำเสนอเรื่องราวของพระอาจารย์ก็ขอยุติในบทความนี้

พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท ผู้เขียน
พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท ผู้เขียน
วัดทองนพคุณ คลองสาน กรุงเทพฯ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here