เข้มแข็งอดทน จึงผ่านพ้นไปได้ โดย พระพิทยา ฐานิสสโร

0
2937

บาตรเดียวท่องโลก 

ตอน…

          เข้มแข็งอดทน จึงผ่านพ้นไปได้

โดย พระพิทยา ฐานิสสโร 

ช่วงเข้าพรรษาฤดูหนาว ที่วัดธรรมปาละ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และในอีกหลายๆ วัดสาขาหลวงปู่ชาที่อยู่ในประเทศทางแถบตะวันตก จะเป็นช่วงที่พระภิกษุทั้งหลายที่จำพรรษาอยู่ในวัดนั้นๆ มีโอกาสและเวลาอยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง แม้อาจไม่ได้มีพิธีการอธิษฐานเข้าพรรษาว่าจะจำพรรษา ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งเป็นเวลา ๓ เดือนก็ตาม แต่เป็นที่รู้กันในหมู่พระสงฆ์ว่า จะไม่รับกิจนิมนต์ไปนำภาวนาหรือเดินทางไป ณ ที่ใดๆ ในช่วงสามเดือนนี้  ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ

ในช่วงฤดูหนาวบริเวณหุบเขาที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบที่สุดของปี อาจกล่าวได้ ตั้งแต่ชั้นบรรยากาศที่ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆอยู่เสมอ ความนิ่งสงบของทุกสรรพสิ่ง สายหิมะที่โปรยปรายอย่างอ่อนโยน นุ่มนวลอยู่บ่อยครั้ง แม้อาจมีบางช่วงที่ดูเกรี้ยวกราดเพราะแรงลม และในช่วงเวลานี้ที่ทำให้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศแห่งนี้จำนวนไม่น้อยเกิดอาการซึมเศร้าและมีการเสียชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าตัวตาย

นักเคมีวัยสามสิบต้นๆ ชาวอิตาลี ขอมาอยู่วัดในช่วงเข้าพรรษาสามเดือนนี้ ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะขอสมัครเป็นพ่อขาว (อนาคาริก คือ ผู้ไร้เรือน) หลังจากผ่านการปฏิบัติสามเดือนนี้ ถ้าพระภิกษุทางวัดเห็นสมควร นั่นหมายถึง ในช่วงเวลาสามเดือน เขาจะต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเองอาจมากที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยเป็นมา ต้องทำอาหารร่วมกับผู้ปฏิบัติท่านอื่นเพื่อถวายเหล่าพระภิกษุที่อยู่จำพรรษา รวมทั้งให้แก่ผู้ปฏิบัติที่อยู่ในแต่ละช่วงสองอาทิตย์ที่อาจมีจำนวนไม่เท่ากัน

เข้มแข็งอดทน จึงผ่านพ้นไปได้ โดย พระพิทยา ฐานิสสโร
เข้มแข็งอดทน จึงผ่านพ้นไปได้ โดย พระพิทยา ฐานิสสโร

ในช่วงสองอาทิตย์แรกของการเข้าพรรษาฤดูหนาว ณ ที่วัดแห่งนี้ มีเพียงชายหนุ่มอิตาเลียนและชายเกษียณอายุชาวเยอรมันเพียงสองคนเท่านั้นที่อยู่ร่วมปฏิบัติ ซึ่งเขาต้องทำหน้าที่ทำอาหาร ทำความสะอาดวัดร่วมกับคณะสงฆ์ที่อยู่จำพรรษา ซึ่งทางวัดมีตารางปฏิบัติให้กับฆราวาสที่มาขออยู่ปฏิบัติในช่วงเข้าพรรษาแบ่งเป็นช่วงเช้าตรู่ ช่วงสาย ช่วงบ่าย และตอนค่ำที่จะต้องปฏิบัติเป็นรูปแบบ คือ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ด้วยตนเองและปฏิบัติร่วมกับหมู่

หนุ่มชาวอิตาลีขอโอกาสขอคำปรึกษาเมื่ออยู่ปฏิบัติได้หนึ่งอาทิตย์ เขาแบ่งปันว่า เขาไม่ไหวแล้ว เขาอยู่ไม่ได้ ขอไม่อยู่ปฏิบัติต่อ เขารู้สึกว่า หนักเกินไปสำหรับเขา ซึ่งในเวลานั้นในใจของเขาเตรียมตัวที่จะออกจากวัดแล้ว เพราะเขารู้สึกอัดอั้นตันใจมาก แต่เขาก็ถามพระว่า ท่านอาจารย์มีอะไรจะแนะนำไหม?

ชีวิตที่ไม่เคยสั่งสมความเห็น ไม่เคยฝึกปฏิบัติที่จะอยู่กับตัวเอง ไม่เคยฟังเสียงตัวเองมาก่อน หรืออาจกระทำบ้างแต่น้อยมาก จากสาเหตุที่ทำตัวเองต้องยุ่งมีกิจกรรมอยู่ตลอดเวลา เกิดจากความเห็นผิดที่ค่อยๆ ถูกสั่งสมมากขึ้นเรื่อยๆ มาเป็นเวลานานว่า นี่คือ ตัวเรา นี่คือ ของๆ เรา ทำให้เราต้องดูแล ต้องรักษา ต้องปกป้องฯลฯ ในที่สุดเราหลงติดยึดในความเป็นตัวเรา ของๆ เราแน่นหนามากขึ้นๆ ในแบบดี ไม่ดี อาจน้อยครั้งมากที่จิตใจของเราเป็นกลางกับทุกสิ่งที่ปรากฏในแต่ละช่วงชีวิตของแต่ละวัน

การทำให้ตัวเองมีสิ่งต้องทำหรือมีกิจกรรมมากในแต่ละวัน ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิดหรือเป็นเรื่องเลวร้ายใดๆ ถ้ากิจกรรมหรือสิ่งที่กระทำอยู่สามารถหล่อเลี้ยง สนับสนุน เกื้อกูลให้จิตใจอยู่ตรงนั้นอย่างแท้จริงกับสิ่งที่กำลังคิด พูด หรือกระทำอยู่ ไม่ใช่ส่งจิตใจออกนอกไปกับสิ่งต่างๆ ที่เป็นเรื่องของอดีต อนาคต สิ่งอื่น บุคคลอื่นฯลฯ แล้วเกิดการปรุงแต่งต่างๆ มากมายตามมา

การที่จิตใจปรุงแต่งเป็นสาเหตุหลักทำให้มีการเกิด จิตใจที่ปรุงแต่งดี ก็เกิดการเกิดที่ดี ปรุงแต่งไม่ดีเกิดการเกิดที่ไม่ดี และบุคคลที่ปล่อยให้จิตใจรับรู้แบบไม่ได้รับการควบคุม ไม่ได้รับการฝึกฝน จิตใจของเขาเหล่านั้นส่วนใหญ่มีโอกาสเสพการรับรู้ในทางที่ไม่ดีได้ง่ายมากและจะกลายเป็นความเคยชินในที่สุด ส่งผลให้จิตใจเมื่อรับรู้แล้วจะถูกปรุงแต่งในทางที่ไม่ดี ได้มากกว่าในทางดีและยากที่จะหยุด ไม่สามารถควบคุมได้ กลายเป็นความอึดอัด ทุกข์คับข้องใจ ไม่ยอมรับ  อาจรังเกียจ เกลียดชังสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมา

เป็นเหตุทำให้เขาเหล่านั้นไม่อยากพบเจอสภาพเช่นนั้น จึงมีการสร้าง คิดค้น ประดิษฐ์ พัฒนาให้มีการหลงใหล เสพติดสิ่งอื่นในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสอารมณ์เพื่อให้จิตใจเกิดความเพลิดเพลินและสามารถลืมความทุกข์ได้ชั่วขณะหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สิ่งที่ร้ายกว่าคือ จิตใจเพิ่มระดับของความต้องการ ความอยาก ไร้ความมั่นคง ไร้การควบคุมมากขึ้น นั่นหมายถึง สามารถกระทำ คิด พูดในสิ่งที่ไม่ดี ที่ทำให้หลงยึดติดมากขึ้นอย่างมีข้ออ้างของกิเลส ดูมีหลักการน่าเชื่อถือ น่าทำตามเพื่อให้ได้เสพสิ่งและครอบครองสิ่งเหล่านั้น หรืออีกด้านหนึ่งสามารถแสดงความโหดร้าย เกรี้ยวกราดอย่างน่ากลัวจนกระทั่งสามารถทำลายได้แม้กระทั่งร่างกายที่จิตใจนั้นอาศัยอยู่ เพราะไม่เคยให้เวลาศึกษากายใจอย่างถ่องแท้

เข้มแข็งอดทน จึงผ่านพ้นไปได้ โดย พระพิทยา ฐานิสสโร
เข้มแข็งอดทน จึงผ่านพ้นไปได้ โดย พระพิทยา ฐานิสสโร

จนเมื่อจิตใจเริ่มเกิดปัญญาจากการศึกษา เริ่มรู้ว่าไม่มีสิ่งใดบนโลกใบนี้เป็นของเราอย่างแท้จริง เป็นเพียงสิ่งสมมติแม้ร่างกายที่อาศัยอยู่ก็ตาม เป็นเหตุให้อยากออกจากความทุกข์จากความยึดมั่น ถือมั่น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จ ขึ้นอยู่กับว่า จิตใจนั้นได้สั่งสมความยึดมั่น ถือมั่นมากแค่ไหน และอดทนพอหรือไม่ที่จะปฏิบัติลด ละ เลิก ปล่อยวางสิ่งที่ยึดติดอยู่ เริ่มจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สิน เงินทอง ยศ คำสรรเสริญ เกียรติ ฐานะทางสังคมฯลฯ และอาจจะยากมากในช่วงแรกถ้าจิตใจเคยติดสบายและยังเสพติดสิ่งที่ไม่ดีที่ทำร้ายร่างกายอยู่มาก

ต้องเข้มแข็งอดทน จึงผ่านพ้นไปได้ โดย พระพิทยา ฐานิสสโร
ต้องเข้มแข็งอดทน จึงผ่านพ้นไปได้ โดย พระพิทยา ฐานิสสโร

ดังนั้นความอดทนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยให้ผ่านพ้นความยากลำบากในช่วงเวลานั้น นอกจากนั้นต้องยอมรับขีดจำกัดของตนเองและค่อยๆ เพิ่มพลังแห่งสติในทุกช่วงจังหวะของชีวิตประจำวันซึ่งอาจไม่ง่ายเลยเช่นกัน ถ้าเคยสั่งสมการกระทำแบบไม่รู้สึกตัวจนเคยชิน โดยไม่ปล่อยจิตใจไปกับอดีตหรืออนาคตที่ไม่มีอยู่จริง

ณ ขณะนี้ หากเรารู้สึกตัวโปรดยิ้มและกลับมาตามรู้ลมหายใจแห่งสติทุกครั้งที่สิ่งไม่ดี ไม่น่ารักปรากฏในจิตใจ และยอมรับว่าเขาคือเพื่อนแท้ของเรา พาร่างกายนั่งสมาธิ เดินจงกรมอย่างสม่ำเสมอหลายครั้งระหว่างวันเพื่อสร้างพลังสติ สมาธิที่เข้มแข็งขึ้น ให้จิตกลับมาหากาย ให้จิตพักการท่องเที่ยว กลับมาอยู่บ้านบ้าง หยุดการรับรู้สิ่งที่เกี่ยวกับโลกภายนอก เมื่อฝึกจิตให้กลับมาอยู่กับลมหายใจบ่อยขึ้น จิตจะเริ่มเคยชินกับสิ่งแวดล้อมใหม่อย่างอ่อนโยน และอาจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปที่จะอยู่ตัวคนเดียวลำพัง อย่างเบิกบาน สงบเย็น ณ ที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้

ความทุกข์ ไม่ได้เริ่มต้นจากข้างนอก

จิตใจที่ส่งออกนอกต่างหาก ที่ทุกข์

หยุดทุกการปรุงแต่ง หยุดทุกข์

ะหว่างทาง พระพิทยา ฐานิสสโร
ะหว่างทาง พระพิทยา ฐานิสสโร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here