<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พระไพศาล วิสาโล Archives - Manasikul Online</title>
	<atom:link href="https://www.manasikul.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.manasikul.com/tag/พระไพศาล-วิสาโล/</link>
	<description>Manasikul Online</description>
	<lastBuildDate>Tue, 06 Oct 2020 10:38:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2026/07/cropped-189D142772-357C-4D2C-901D-D867972F5136-32x32.jpg</url>
	<title>พระไพศาล วิสาโล Archives - Manasikul Online</title>
	<link>https://www.manasikul.com/tag/พระไพศาล-วิสาโล/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โยมแม่ เขียนโดย พระไพศาล วิสาโล</title>
		<link>https://www.manasikul.com/%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5/</link>
					<comments>https://www.manasikul.com/%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[มนสิกุล โอวาทเภสัชช์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2020 10:38:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Adventure]]></category>
		<category><![CDATA[Authors]]></category>
		<category><![CDATA[Dhamma's Daily : บันทึกธรรมวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[Empty Spaces Travel การเดินทางแห่งความว่าง]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Inner Study]]></category>
		<category><![CDATA[Language tent : เข้าค่ายอักษรา]]></category>
		<category><![CDATA[Life’s Workshop]]></category>
		<category><![CDATA[Mindfullwrite : การเขียนแห่งสติ]]></category>
		<category><![CDATA[Monk's Talk : เมื่อพระพูด]]></category>
		<category><![CDATA[Reviews Dhamma Book : อ่านด้วยใจ]]></category>
		<category><![CDATA[Socially Engaged Buddhism : พุทธศาสนาเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[Travel with Emptiness เดินทางไปกับความว่าง]]></category>
		<category><![CDATA[Tripitaka Note : หมายเหตุพระไตรสรณคมน์]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกธรรมวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อธรรมให้ถึงโลก]]></category>
		<category><![CDATA[หมายเหตุพระไตรสรณคมน์]]></category>
		<category><![CDATA[พระไพศาล วิสาโล]]></category>
		<category><![CDATA[โยมแม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.manasikul.com/?p=20392</guid>

					<description><![CDATA[<p>โยมแม่ เขียนโดย พระไพศาล วิสาโล แม่นั้นถือกันว่าเป็นพรห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.manasikul.com/%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5/">โยมแม่ เขียนโดย พระไพศาล วิสาโล</a> appeared first on <a href="https://www.manasikul.com">Manasikul Online</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large is-style-rounded"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="927" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-311-1024x927.jpg" alt="พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ขอขอบคุณ ภาพจาก หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ" class="wp-image-20397" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-311-1024x927.jpg 1024w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-311-300x271.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-311-768x695.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-311-1536x1390.jpg 1536w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-311-2048x1853.jpg 2048w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-311-696x630.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-311-1068x966.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-311-464x420.jpg 464w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ขอขอบคุณ ภาพจาก หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ</figcaption></figure>



<h2 class="has-text-align-center has-text-color has-background wp-block-heading" style="background-color:#e5eaee;color:#703623"><strong>โยมแม่</strong> เขียนโดย พระไพศาล วิสาโล</h2>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">แม่นั้นถือกันว่าเป็นพรหมและอรหันต์ของลูก แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่โยมแม่เป็นในความรู้สึกของข้าพเจ้า นั่นคือ แบบอย่างแห่งการสู้ชีวิต โยมแม่เป็นคนไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา  ไม่ว่าจะลำบากอย่างไร ก็ถือคติพึ่งตน จนสามารถล่วงพ้นอุปสรรคได้ด้วยขันติ และความเพียรเสมอมา</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">ตั้งแต่เล็กอายุไม่ถึง ๘ ขวบดี โยมแม่ก็ต้องพลัดพรากจากมารดา  เดินทางมาอยู่กับบิดาที่เมืองไทย โยมแม่เคยเล่าว่า <em>ร้องไห้คิดถึงแม่อยู่นาน</em> </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">อันที่จริง ตาและยายนั้นเป็นคนร่ำรวย บ้านที่เมืองจีนก็ใหญ่โต  แต่ตาต้องการให้ยายซึ่งเป็นภรรยาหลวงอยู่เฝ้าบ้านและทรัพย์สินที่เมืองจีน   ส่วนโยมแม่นั้น ชะรอยตาคงต้องการเลี้ยงเองกระมัง จึงให้ยายส่งโยมแม่มาเมืองไทย  โยมแม่ไม่มีโอกาสกลับไปเห็นหน้าแม่บังเกิดเกล้าอีกเลย   และกว่าจะได้กลับไปเยือนบ้านเกิดที่เกาะไหหลำก็ ๕๐ ปีให้หลัง </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">ตาเป็นคหบดีมีชื่อแห่งเมืองอยุธยา สมัยหนึ่งอาจจัดได้ว่าเป็นคนร่ำรวยที่สุดของจังหวัด  กิจการที่ทำเป็นล่ำเป็นสันคือโรงเลื่อย  บ้านของโยมแม่ที่อยุธยาเป็นตึกหลังใหญ่ ตั้งโดดเด่นเห็นได้ชัดเจน  จากสะพานธำรง-ปรีดี   พิจารณาภูมิหลังในด้านนี้แล้ว โยมแม่น่าจะมีชีวิตที่สุขสบายตั้งแต่เล็ก  แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่   ตาเป็นคนที่ไม่ใคร่สนใจลูกสาว ความเป็นอยู่ระหว่างลูกชายกับลูกสาวจึงต่างกันมาก   ทั้งๆ ที่ตามีลูกสาวเพียงแค่ ๔ คนจากจำนวนลูกทั้งหมด ๑๓ คนที่เกิดจากภรรยาทั้ง ๕   </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">โยมแม่ต้องทำงานหนักตั้งแต่เล็ก  แม้โตเป็นสาวแล้ว  โยมแม่กับพี่สาวต่างมารดาก็ยังมีหน้าที่แบกขนไม้ปลีกที่เหลือจากการแปรรูปในโรงเลื่อย  ไปเรียงเป็นกองเพื่อขายทำฟืน   สภาพคงไม่ต่างไปจากคนงานในโรงเลื่อยเท่าใดนัก   </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">ยังดีที่โยมแม่มีโอกาสเรียนหนังสือ  แม้จะไม่สูงเกิน ม.๓ (หรือ ป.๗) แต่ความรู้ที่ได้รับ  ก็มากพอที่จะใช้การได้  ส่วนภาษาจีนนั้นโยมแม่มีพื้นมาแต่เมืองจีน  ภายหลังได้มาเรียนเพิ่มเติมกับญาติผู้ใหญ่ในโรงเลื่อย จึงสามารถอ่านออกเขียนได้   ดังนั้น ในเวลาต่อมา   โยมแม่กับพี่สาวจึงได้เลื่อนมาทำงานธุรการ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034505555-1024x683.jpg" alt="ขอขอบคุณ ภาพถ่ายโดย พระมหาปฐมพงศ์ ญาณวํโส จริยธรรมแชนแนล สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ" class="wp-image-20399" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034505555-1024x683.jpg 1024w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034505555-300x200.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034505555-768x512.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034505555-1536x1025.jpg 1536w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034505555-696x464.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034505555-1068x713.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034505555-629x420.jpg 629w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034505555.jpg 1731w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ขอขอบคุณ ภาพถ่ายโดย พระมหาปฐมพงศ์ ญาณวํโส จริยธรรมแชนแนล สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ</figcaption></figure>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">โยมแม่มีพี่สาวร่วมอุทรอยู่คนหนึ่ง   แต่อายุห่างกันถึง ๑๖ ปี   เมื่อโยมแม่เข้ามาเมืองไทยนั้น   พี่สาวได้แต่งงานและแยกเรือนออกไปแล้ว   ความที่ต้องอยู่ห่างแม่และพี่   โยมแม่จึงต้องหัดช่วยตนเองตั้งแต่เล็ก  คงเพราะเหตุนี้  จึงมีนิสัยอดออมกระเหม็ดกระแหม่มาแต่เยาว์วัย  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">เมื่อโตขึ้น นอกจากงานแบกหามภายในโรงเลื่อยแล้ว  โยมแม่ยังหารายได้พิเศษ  ด้วยการเก็บเศษไม้ที่โรงเลื่อยทิ้งแล้วไปขายตามท่าน้ำ</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">ตั้งแต่เล็กจนโตเป็นสาว   ชีวิตของโยมแม่วนเวียนอยู่ในโรงเลื่อยเป็นส่วนใหญ่   ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะลำบากเสียทีเดียวนัก   เพราะอย่างน้อยที่สุดก็มีพี่สาวต่างมารดาอยู่คนหนึ่งซึ่งเป็นเสมือนเพื่อนเพราะวัยห่างแค่ ๒ ปี   นอกจากทำงานด้วยกันแล้ว ยังเที่ยวเตร่ด้วยกินอยู่บ่อยๆ  (แม้เมื่อต่างแยกเรือนออกไป ก็ยังไปมาหาสู่กัน จนโยมแม่เป็นฝ่ายจากไป)</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-style-rounded"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC01989111-1024x683.jpg" alt="ขอขอบคุณ ภาพถ่ายโดย พระมหาปฐมพงศ์ ญาณวํโส จริยธรรมแชนแนล สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ" class="wp-image-20412" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC01989111-1024x683.jpg 1024w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC01989111-300x200.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC01989111-768x512.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC01989111-1536x1024.jpg 1536w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC01989111-696x464.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC01989111-1068x712.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC01989111-630x420.jpg 630w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC01989111.jpg 1731w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ขอขอบคุณ ภาพถ่ายโดย พระมหาปฐมพงศ์ ญาณวํโส จริยธรรมแชนแนล สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ</figcaption></figure>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">โยมแม่ออกจากโรงเลื่อยก็เมื่อมาได้กับโยมพ่อ   ซึ่งเป็นคนกรุงเทพฯ นอกจากทรัพย์สินของโยมแม่ที่สะสมมาแต่เล็กแล้ว   ก็ดูจะไม่มีสมบัติใดที่ตาให้ติดตัวมาเลย   แต่ลำพังฐานะและความสามารถของโยมพ่อ   ชีวิตครอบครัวก็น่าจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เพราะโยมพ่อจัดได้ว่าเป็นคนที่มีวิชาความรู้สูงในสมัยนั้น  โดยได้คะแนนดีมาจากโรงเรียนอัสสัมชัญพานิชย์ (ACC) อันเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งของห้างฝรั่งในเวลานั้น   นอกจากความเฉลียวฉลาดแล้ว  โยมพ่อยังเป็นคนขยันขันแข็ง   หลังจากเป็นลูกจ้างบริษัทฝรั่งได้ไม่นานก็ตั้งเนื้อตั้งตัว โดยมาเปิดกิจการส่งออกไม้ที่ถนนดำรงรักษ์  ใกล้ๆ กับวัดสระเกศ</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">ข้าพเจ้าซึ่งเป็นลูกคนที่ ๔  เกิดเมื่อโยมพ่อโยมแม่ย้ายมาอยู่ถนนดำรงรักษ์ได้ ๒-๓ ปีแล้ว   เป็นช่วงที่กิจการค้าไม้ของโยมพ่อประสบความสำเร็จตามลำดับ   ยังจำได้ว่า   ตอนเล็กๆ อายุยังไม่ถึง ๔-๕ ขวบดี   โยมพ่อมักจะขับรถพาลูกๆ ทั้ง ๕ ไปกินไอศกรีม หรือก๋วยเตี๋ยวแถวสวนลุมพินีและราชวงศ์ตอนค่ำๆ อยู่บ่อยๆ   ยิ่งภาพยนตร์ด้วยแล้ว  พวกเราไปดูเป็นประจำ  ช่วงไหนที่บ้านไม่มีรถเก๋งก็นั่งแท็กซี่</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">แต่วิธีเลี้ยงลูกของโยมแม่นั้นต่างจากโยมพ่อ   เวลาโยมแม่พาลูกๆ ไปเที่ยว จะนั่งรถเมล์   อันที่จริงแล้ว ส่วนใหญ่สถานที่ที่โยมแม่พาลูกไปเที่ยวคือ บ้านญาติ หรือไม่ก็พาหุรัด สะพานหัน   ซึ่งโยมแม่ชอบซื้อผ้าไปตัดเสื้อ  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">ตอนเด็กๆ  ข้าพเจ้ามักติดสอยห้อยตามโยมแม่ไปตามที่ต่างๆ เป็นประจำ  โดยเฉพาะในวันพฤหัสบดี  ซึ่งเป็นวันหยุดเรียนของข้าพเจ้านอกเหนือจากวันอาทิตย์   ด้วยเหตุนี้จึงรู้เส้นทางรถเมล์และถนนหนทางต่างๆ ในกรุงเทพฯ เป็นอย่างดี  ความรู้ดังกล่าวเป็นประโยชน์แก่ข้าพเจ้าเวลาเข้ากรุงเทพฯ จนทุกวันนี้  แม้เส้นทางรถเมล์จะเปลี่ยนไป   และกรุงเทพฯจะขยายตัวเติบใหญ่ไปมากแล้วก็ตาม</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">โยมแม่ชอบสอนลูกให้ประหยัด  แต่แทนที่จะพูด  โยมแม่ทำให้เราเห็นเป็นแบบอย่าง เสื้อผ้าของลูกๆ รวมทั้งของโยมแม่เองนั้น   ซื้อจากร้านน้อยมาก   ยกเว้นชุดไปเที่ยว  นอกนั้นโยมแม่ตัดเอง  แม้แรกๆ จะไม่มีความรู้พอ   แต่ก็ไปเรียนจนชำนาญ</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">   ข้าพเจ้ายังจำได้ว่าตอนเย็นๆ   เคยตามโยมแม่ไปโรงเรียนสอนตัดเสื้ออยู่ช่วงหนึ่ง  เสื้อผ้าเหล่านี้ลูกๆ จะใช้ไล่กันลงมา จากคนโตมายังคนเล็กลำดับถัดไป   มามีปัญหาก็เมื่อถึงลำดับของข้าพเจ้า   เพราะข้าพเจ้ากับน้องชายนั้นแม้ห่างกัน ๒ ปี แต่ตัวเท่ากัน   เลยมักมีปัญหาว่าต้องตัดหรือหาซื้อเสื้อให้ทั้ง ๒ คนพร้อมกัน   เมื่อเสื้อผ้าขาด  หากยังไม่ยุ่ย  โยมแม่ก็เอามาตัดต่อกันเป็นผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน หรือผ้ารองนั่ง  สุดท้ายก็ทำเป็นผ้าขี้ริ้ว  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">เวลาไปโรงเรียน   ลูกๆ ต้องรู้จักประหยัดค่าขนม   เพราะโยมแม่ให้เงินไม่มาก จำได้ว่าตอนอยู่ ป.๒   ข้าพเจ้าได้เงินค่าขนมแค่วันละ ๕๐ สตางค์ (สมัยนั้น ค่ารถเมล์เที่ยวละ ๕๐ สตางค์ ก๋วยเตี๋ยวจานละ ๒ บาท) เวลาหยุดพัก เพื่อนๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกคนรวยจะวิ่งไปซื้อขนมต่างๆ ได้ตามใจชอบ   แถมยังสามารถซื้อของเล่นราคาแพงได้ด้วย   แต่ข้าพเจ้าซื้อได้อย่างมากก็ไอศกรีมเพียงแท่งเดียวเท่านั้น  หากต้องการมากกว่านี้ ก็ต้องรอเวลาโยมแม่หรือพี่สาวมารับตอนเย็น   จึงจะได้กินขนมอื่นเพิ่มเติม   แต่จะว่าไปแล้ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพวกเราเลือกกันเอง  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020"> ตอนนั้นโยมแม่ให้เราตัดสินใจว่า จะนั่งแท็กซี่ไปโรงเรียนหรือขึ้นรถเมล์ พวกเราเลือกอย่างแรก  ดังนั้นจึงถูกลดค่าขนมเพื่อเจียดไปจ้างแท็กซี่   อย่างไรก็ตาม  การที่โยมแม่ให้เงินใช้เพียงเล็กน้อย   ก็ได้ช่วยฝึกฝนให้ข้าพเจ้ารู้จักอดทนต่อความต้องการ   และไม่เรียกร้องจากชีวิตมากเกินจำเป็น   พลอยให้เกิดนิสัยสันโดษอยู่บ้างในเรื่องการกินและการเที่ยวเตร่สนุกสนาน   </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">แต่มีสิ่งหนึ่งที่โยมแม่ไม่สามารถสอนให้ข้าพเจ้าสันโดษได้ ก็คือเรื่องหนังสือหนังหา   โยมแม่มักถามข้าพเจ้าเสมอว่าซื้อหนังสือมากมากมายแล้วอ่านหมดหรือ   แม้จะรู้ว่าอ่านไม่มีวันหมดดอก  แต่ข้าพเจ้าก็ยังซื้อหามาได้ไม่หยุด</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020"> โยมแม่เลี้ยงลูกแบบไม่ตามใจ   แม้จะไม่ใช่คนเจ้าระเบียบ  แต่โยมแม่เคร่งครัดนักในเรื่องการกินการนอนและกิจวัตรอื่นๆ  ลูกๆ ต้องรู้เวลา จะไปเที่ยวเล่นที่ไหนก็ตาม ต้องกลับบ้านตามกำหนด  ยิ่งลูกสาวด้วยแล้ว  ไปค้างคืนที่ไหนลำบากมาก   แม้เมื่อข้าพเจ้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม   ใครฝ่าฝืนอาจิณเป็นต้องโดนไม้เรียว   </p>



<p class="has-pale-cyan-blue-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph">ดังนั้นเรื่องหนีเรียนจึงไม่ต้องพูดถึงเลย   เพราะไม่มีใครกล้าทำ   จะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของข้าพเจ้าไม่ทราบได้   ทั้งโรงเรียนและที่บ้านนิยมใช้ไม้เรียวในการสั่งสอน  พวกเราจึงต่อสู้ขับเคี่ยวกับไม้เรียวมาแต่เล็ก  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020"> เนื้อตัวของข้าพเจ้าปลอดพ้นจากรอยไม้เรียวและเข็มขัด   ทั้งจากโรงเรียนและที่บ้านอย่างสิ้นเชิง   ก็ต่อเมื่ออยู่ชั้น ม.ศ.๓ คืออายุ ๑๕ ปีแล้ว</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">การรู้จักประหยัดที่อดออมก็ดี   และการมีระเบียบวินัยไม่ตามใจตนเองก็ดี โดยเนื้อแท้แล้ว เข้าใจว่าโยมแม่คงมุ่งหมายอบรมบ่มเพาะเพื่อให้ลูกๆ รู้จักพึ่งตนเองเป็นสำคัญ   ตั้งแต่ข้าพเจ้าอยู่ชั้น ป.๓  พวกเราที่เป็นลูกผู้ชายทั้ง ๓ คน  ก็ต้องรู้จักขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนกันเองแล้ว   ทั้งๆ ที่บางรักอยู่ไกลจากวัดสระเกศไม่น้อยเลย  ต่อตอนเย็น โยมแม่หรือพี่สาวจึงมารับ   </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">ครั้นโตขึ้นอีกหน่อย  เราก็ต้องกลับบ้านกันเอง  เรื่องการบ้านก็เป็นอีกเรื่องที่พวกเราต้องเอาใจใส่กันเอง   มีบางครั้งที่ข้าพเจ้าลืมเอาสมุดการบ้านมาโรงเรียน  หากเป็นคนอื่นพ่อหรือแม่คงกุลีกุจอหาทางเอามาส่งให้ที่โรงเรียน  แต่โยมแม่ไม่เคยทำเช่นนั้นเลย  หากปล่อยให้ลูกรับผิดชอบกับการกระทำของตนเอง</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">   ทั้งๆ ที่รู้ว่าโทษที่ลูกอาจได้รับคือไม้เรียว   โยมแม่ทำเฉยไม่ได้นาน   เรื่องทำนองนี้ในที่สุดก็หมดไปเอง   เพราะลูกๆ ไม่กล้าสะเพร่าหลงลืมในเรื่องการบ้านอีกต่อไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034424444-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-20413" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034424444-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034424444-1-300x200.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034424444-1-768x512.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034424444-1-1536x1025.jpg 1536w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034424444-1-696x464.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034424444-1-1068x713.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034424444-1-629x420.jpg 629w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034424444-1.jpg 1731w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">ชีวิตครอบครัวเราดูจะไปได้ดีในช่วง ๑๐ ปีแรก   หลังจากนั้นก็มีเหตุ  โยมแม่ประสบมรสุมชีวิตแต่งงาน  ที่บ้านมีปากเสียงกันเป็นประจำ   จนลุกลามเป็นความรุนแรงก็หลายครั้ง   อายุแค่ ๕-๖ ขวบ ข้าพเจ้าก็คุ้นกับภาพโยมแม่ร้องไห้ในห้อง  บางครั้งโยมแม่เคยถึงกับจะคิดสั้นด้วยซ้ำ  แต่เพราะความรักลูก โยมแม่จึงกล้ำกลืนฝืนทนมาได้   </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">มานึกย้อนหลัง ก็อดใจหายไม่ได้ว่า  ชีวิตของพวกเราเมื่อเล็กๆ นั้น   ช่างหมิ่นเหม่ต่อความวิบัติเสียเหลือเกิน   หากว่าโยมแม่คิดเอาอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองเป็นสำคัญ   ตัดช่องน้อยแต่พอตัว   อนาคตของพวกเราคงจะมืดมนไปแล้ว   </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>การที่บ้านไม่แตกสามารถประคับประคองเป็นครอบครัวมาได้โดยตลอด   นับว่าเป็นเพราะความอดทนของโยมแม่โดยแท้  </p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020"> หากทนไม่ได้จริงๆ โยมแม่ก็จะหนีไปบ้านญาติ   แต่ที่ไปบ่อยคือบ้านเดิมที่อยุธยา โยมแม่หายไปทีไร   บ้านก็ไม่เป็นบ้าน วุ่นวายกันไปหมด   ดังนั้น พอล่วงเลยไปได้ไม่กี่วัน พวกเราทั้ง ๕ คนก็แห่กันไปตามแม่กลับมาบ้าน   หรือไม่ก็ขอร้องวิงวอนให้พ่อไปชวนกลับมา เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นอาจิณ   จำได้ว่าจวบจนเมื่อข้าพเจ้าอายุได้ ๑๕ ปี   พวกเราก็ยังนั่งรถไฟไปอยุธยา   เพื่อขอร้องให้โยมแม่กลับมาอยู่พวกเราดังเดิม  หลังจากครั้งนั้นแล้ว   โยมแม่ก็ไม่ได้ประท้วงด้วยวิธีการนี้อีกเลย</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ความไม่ราบรื่นในชีวิตครอบครัว   ทำให้โยมแม่ต้องกระเหม็ดกระแหม่และอดออมมากขึ้น </p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020">คนใช้ที่เคยมีก็งดเสีย โยมแม่รับทำงานบ้านเองหมด   พวกเรานอกจากเป็นลูกมือช่วยโยมแม่แล้ว  ยังต้องประหยัดเงินตามด้วย   จำได้ว่า ตอนอายุราวๆ ๑๑ หรือ ๑๒ ปี   ข้าพเจ้าเอาเงินที่อดออมได้ไปซื้อหน้ากากดำน้ำราคา ๔๐ บาท   กลับมาบ้านถูกพี่ต่อว่า ว่าไม่รู้จักประหยัด  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#e4e8ec;color:#163a49"> อันที่จริงบ้านเราตอนนั้นใช่ว่าจะยากจน   โยมพ่อหาเงินได้แต่ละเดือนก็ไม่น้อยเมื่อเทียบกับคนทั่วไป แต่เงินถูกระบายออกไปทางอื่น โยมแม่จึงต้องทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของครอบครัวอย่างเต็มที่   ทำทุกวิถีทางที่จะถ่ายเงินจากกระเป๋าพ่อมาสู่กระเป๋าโยมแม่ เพื่อว่าเงินจะได้ใช้ในทางที่เป็นประโยชน์แก่ลูกๆ   โดยเฉพาะในเรื่องการศึกษาเล่าเรียน ลูกผู้หญิงนั้นไม่สู้อะไร  แต่ลูกผู้ชายสิ   ค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้สูงมาก เพราะอยู่โรงเรียนอัสสัมชัญทั้งสามคน โยมแม่เป็นกำลังสำคัญทีเดียวที่ผลักดันให้พวกเราได้เรียนที่อัสสัมชัญจนจบ   </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>โยมแม่ไม่ใช่คนที่มีการศึกษาสูง   แต่กลับเห็นคุณค่าของการศึกษาอย่างมาก</p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eeebeb;color:#776020"><strong>ไม่ว่าเงินจะกลายมาเป็นปัญหาในบ้านเพียงใด โยมแม่ก็ถือคติพึ่งตน ไม่เคยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใคร โยมแม่สอนลูกว่า อย่าไปเป็นหนี้ใคร มีน้อยก็ใช้น้อยและอดออมเอา วิถีชีวิตและคำสอนของโยมแม่ ทำให้ข้าพเจ้านึกคำโคลงโลกนิติที่ว่า</strong></p>



<h4 class="has-pale-pink-color has-black-background-color has-text-color has-background wp-block-heading"><em>             ถึงจนทนสู้กัด             กินเกลือ</em></h4>



<h4 class="has-pale-pink-color has-black-background-color has-text-color has-background wp-block-heading"><em> อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ             พวกพ้อง</em></h4>



<h4 class="has-pale-pink-color has-black-background-color has-text-color has-background wp-block-heading"><em>  อดอยากเยี่ยงอย่างเสือ       สงวนศักดิ์</em></h4>



<h4 class="has-pale-pink-color has-black-background-color has-text-color has-background wp-block-heading"><em> โซก็เสาะใส่ท้อง                  จับเนื้อกินเองฯ</em></h4>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a">            แต่ก็นับว่าเป็นโชคของพวกเราที่ไม่เคยลำบากถึงกับยากจน   ตัวข้าพเจ้าเอง   เทียบกับเพื่อนนักเรียนอัสสัมชัญหลายคน   ก็ยังนับว่าสบายกว่ามาก   เพราะอย่างน้อยที่สุด   ก็มีค่าเล่าเรียนส่งให้ไม่เคยขาดหรือล่าช้า   อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในบ้าน   เราก็ใช่ว่าจะขาดแคลน   แต่ถ้าเทียบกับลูกๆ ของน้าแล้ว   เป็นอีกเรื่องหนึ่ง   กระนั้นพวกเราก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนหรือเป็นทุกข์ที่มีกินมีใช้สะดวกสบายน้อยกว่าเขา  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a"> อันที่จริง เรื่องสนุกสนานเที่ยวเตร่ของลูกๆ นั้น   โยมพ่อใช้จ่ายอย่างเต็มที่ โยมแม่ต่างหากที่ระวังในเรื่องนี้มาก เงินแต่ละบาทใช้แต่ละทีต้องมีค่า   จนบางที กลายเป็นคนขี้เหนียวในสายตาของญาติๆ   แต่สำหรับลูกๆ โยมแม่เป็นคนเขียมที่รู้ค่าของเงิน   ว่าอะไรควรจ่าย ไม่ควรจ่าย อะไรควรจ่ายก่อนและจ่ายหลัง   ระหว่างการมีเงินเที่ยวเตร่สนุกสนาน   กับการมีบ้านเป็นหลักแหล่ง โยมแม่เห็นว่า   ประการหลังมีความสำคัญมากกว่า  </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p> ในเมื่อเงินที่ใช้จ่ายภายในครอบครัวของเรามีจำกัด   โยมแม่จึงเลี้ยงลูกโดยถือคติ “อดเปรี้ยวกินหวาน” </p></blockquote>



<p class="has-luminous-vivid-amber-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph">คือให้ลำบากชั่วคราวเพื่อความสุขในภายภาคหน้า   ดังนั้นแทนที่จะใช้จ่ายเงินเพื่อความสุขชั่วครั้งชั่วคราวของลูกๆ   โยมแม่เลือกที่จะสะสมเงินไว้จนมากพอที่จะซื้อบ้านและที่ดินเป็นสมบัติของครอบครัวได้  </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p> โยมแม่เป็นคนมองการณ์ไกล  </p><p>  และรู้ว่าการมีบ้านของตนเองเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับครอบครัว </p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a">โยมแม่รู้เรื่องนี้ดีเพราะนับแต่แต่งงาน พ่อแม่ลูกต้องย้ายบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า จากถนนเดโช ไปวัดแขกสีลม แล้วก็ข้ามไปบางยี่ขัน อยู่นานที่สุดก็ที่ถนนดำรงรักษ์กว่า ๒๐ ปี   จากนั้นก็ต้องย้ายไปเชิงสะพานซังฮี้  ในซอยวัดภคินีนาถ และก่อนจะลงเอยที่บางโพ อันเป็นบ้านที่ ๗ ก็ต้องไปเช่าบ้านแถบนั้นอยู่แรมปี   </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a">น่าแปลกตรงที่ โยมแม่เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดา ไม่ได้มีอาชีพหรือทำธุรกิจใดๆ แต่กลับมีเงินเป็นก้อน สามารถซื้อบ้านและที่ดินหลายแปลง ไว้เป็นสมบัติของลูกๆ ทุกคนได้   เป็นอันว่าที่ลูกๆ ยอมลำบากตามที่แม่สอนนั้น ในที่สุดก็ได้รับรางวัลตอบแทนจากแม่แล้ว</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a">โยมแม่เองก็ได้รับรางวัลจากความเพียรและความรักลูกเช่นกัน   คือได้เห็นลูกที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคน มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต มีหลักมีฐานมั่นคงตามสมควร ครอบครัวมีความสุข <strong>จะยกเว้นก็แต่ข้าพเจ้าเท่านั้นที่โยมแม่มีความห่วงใยเป็นพิเศษ เพราะมีวิถีชีวิตผิดแปลกจากใครๆ   ที่โยมแม่กังวลมากที่สุด คือกลัวว่าหากข้าพเจ้าแก่ตัวลงไป จะลำบาก</strong> </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>บางทีข้าพเจ้าก็ตะแบงตอบไปว่า ข้าพเจ้าอาจไม่มีโอกาสได้แก่ก็ได้   อย่างไรก็ตาม โยมแม่ไม่เคยขอร้องให้ข้าพเจ้าสึก   เพราะเห็นว่าข้าพเจ้ามีความสุขดีแล้วในเพศสมณ</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>นึกย้อนไปแล้ว คงไม่มีลูกคนใดที่ผิดจากความคาดหวังของโยมแม่เหมือนข้าพเจ้า</p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a"> ตอนเด็กๆนั้น   ข้าพเจ้าเป็นความหวังของโยมพ่อโยมแม่มากทีเดียว   เพราะเป็นเด็กเรียนดี   โยมพ่อโยมแม่มักกล่าวชมให้ญาติพี่น้องฟังเสมอ   จัดได้ว่าเป็นคนโปรดทั้งของโยมพ่อและโยมแม่   เวลาโยมแม่ไปไหนมักพาข้าพเจ้าติดตามไปด้วยเสมอ   แม้กระทั่งเวลาไปหาลำไพ่พิเศษที่บ้านญาติ   ข้าพเจ้าก็ติดไปดูโยมแม่เล่นไพ่ด้วย (เงินของโยมแม่คงได้จากทางนี้ส่วนหนึ่งด้วย  แต่เมื่อลูกโต ก็งดเรื่องนี้หมด)</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ข้าพเจ้าแต่เดิมก็เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย มาเริ่มออกนอกลู่นอกทางที่โยมแม่หวัง ก็เมื่ออายุ ๑๕ ขณะเรียนชั้น ม.ศ. ๓  </p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a"> การที่ได้อ่านได้ฟังเรื่องราวต่างๆ นอกเหนือจากวิชาที่เรียนในห้อง  ทำให้เกิดความสนใจและห่วงใยในความเป็นไปของบ้านเมือง   ดังนั้นที่เคยคิดจะเรียนเพื่อมีอาชีพการงานมั่นคง   ก็เปลี่ยนไป  โดยคำนึงควบคู่ไปด้วยว่า จะเป็นประโยชน์แก่สังคมวงกว้างเพียงใด  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a"> ในระหว่างที่เรียน จึงทำกิจกรรมอาสาพัฒนาในโรงเรียนไปด้วย   ช่วงนี้เองที่ข้าพเจ้าเริ่มรู้จักกลับบ้านเย็น  และภายหลังก็ร่นมาเป็นดึก  วันแรกที่กลับบ้านค่ำโดยไม่ได้บอกล่วงหน้านั้น   ที่บ้านนึกเป็นห่วง  แต่ตอนหลังก็คุ้นและยอมให้ทำ   เพราะเชื่อใจว่าข้าพเจ้าคงไม่ไปทำอะไรไม่ดีไม่งาม  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a"> อย่างไรก็ตาม  เมื่อข้าพเจ้าทำกิจกรรมมากขึ้น โยมแม่ก็ชักจะไม่เห็นด้วย    มีคราวหนึ่งข้าพเจ้าขอไปค่ายยุวชนสยามที่ จังหวัดนครสวรรค์ หลังปิดเทอมชั้น ม.ศ. ๓ โยมแม่ไม่อยากให้ไป   เพราะเห็นว่าข้าพเจ้าเพิ่งกลับจากค่ายของโรงเรียนอัสสัมชัญมาได้ไม่กี่วัน   ข้าพเจ้าเกิดแข็งขืนขึ้นมา    เลยเกิดการโต้เถียงกัน   เรื่องนี้ภายหลังเพื่อนต้องมาเตือนข้าพเจ้าให้เพลาลงบ้าง</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>โยมพ่อโยมแม่อยากให้ข้าพเจ้าเรียนแพทย์   แต่ยิ่งนานวัน  ใจข้าพเจ้าก็โน้มไปทางสังคมศาสตร์   ยิ่งมาเกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ชั้น ม.ศ.๔ ก็เลยคิดเบนเข็มไปเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  </p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a"> เผอิญปีต่อมา พี่ชายของข้าพเจ้าเกิดสอบติดมหาวิทยาลัยมหิดล   มีโอกาสเรียนแพทย์ได้   ข้าพเจ้าซึ่งขึ้นชั้น ม.ศ. ๕ ได้ไม่ถึงเดือน จึงขออนุญาตที่บ้าน ย้ายจากห้องวิทย์มาห้องศิลป์กลางคัน   คงเพราะที่บ้านดีใจในผลสอบของพี่ชายกระมัง   จึงไม่มีใครคัดค้านข้าพเจ้า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>หลังจากที่เข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ในปี ๒๕๑๘   คงมีครั้งเดียวกระมังที่ข้าพเจ้าสร้างความภูมิใจให้แก่โยมพ่อโยมแม่  นั่นคือได้ทุนภูมิพลโดยรับพระราชทานรางวัลจากพระหัตถ์ในหลวง   นั่นเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับประวัติการเรียนดี  </p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a"> นับแต่นั้นข้าพเจ้าก็ไม่ต่างจากนักศึกษาทั่วไปในเรื่องผลสอบ   ถึงตอนนั้น ข้าพเจ้าคงมิได้เป็นความหวังของที่บ้านสักเท่าใดแล้ว   แต่สิ่งหนึ่งที่โยมแม่ยังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมก็คือความห่วงใยในตัวข้าพเจ้า   ด้วยข้าพเจ้าไปคลุกคลีกับกิจกรรมมากขึ้นทุกที และกลับบ้านไม่เป็นเวลา แถมยังออกต่างจังหวัดเสมอๆ   ตอนนั้นข้าพเจ้าทำ ปาจารยสาร และช่วยงานกลุ่มกัลยาณมิตรเต็มตัวแล้ว  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#dde1e4;color:#7d4e5a"> อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าโชคดีกว่านักกิจกรรมรุ่นเดียวกันตรงที่ ไม่ค่อยมีปัญหาจากทางบ้าน  โยมแม่แม้จะไม่สบายใจและไม่เข้าใจว่าทำไมข้าพเจ้าถึงวุ่นวายอย่างนั้น   แต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง   เพราะลึกๆ ก็วางใจในข้าพเจ้าว่ารู้จักผิดชอบชั่วดี</p>



<p class="has-pale-pink-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph">แต่ไม่ว่าข้าพเจ้าจะระวังตัวเพียงใด  ในที่สุดก็ทำให้โยมแม่ทุกข์ร้อนจนได้   เมื่อเกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ข้าพเจ้าหายไปไม่กลับบ้าน   โยมแม่ร้อนใจเป็นอย่างยิ่งเพราะกลัวว่าข้าพเจ้าอาจถูกฆ่าตายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ทั้งๆ ที่โยมแม่เป็นคนกลัวศพ แต่วันนั้นโยมแม่ไปหาข้าพเจ้าตามโรงพยาบาลต่างๆ   และขอดูศพของผู้ที่ตายในเหตุการณ์   มาดีใจก็เมื่อพบชื่อข้าพเจ้าในรายชื่อผู้ถูกคุมขังที่โรงเรียนพลตำรวจชลบุรี เมื่อรับตัวข้าพเจ้ากลับมาบ้านแล้ว   โยมแม่อีกนั่นแหละ    ที่พาข้าพเจ้าไปให้หมอตรวจเช็คร่างกายว่า    ยุบสลายบอบช้ำหรือไม่  จากการฝ่าดงเท้าของเหล่าประชาชนผู้รักชาติที่สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#e5ebee;color:#234d6f">            หลังจากวันนั้น ข้าพเจ้าก็ถูกโยมแม่ขอร้องแกมควบคุมให้อยู่แต่ในบ้าน แม้จะไปดูหนัง โยมแม่ก็ตามไปด้วย   แต่ข้าพเจ้าก็ยังหาช่องหลบหลีกไปจนได้   ต่อเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย โยมแม่จึงเลิกจับตา กระนั้น ข้าพเจ้าก็ยังมีเรื่องให้โยมแม่เป็นห่วงอยู่เสมอ   </p>



<p class="has-pale-cyan-blue-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph">จำได้ว่าวันหนึ่งตอนปลายเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๐   โยมแม่พาข้าพเจ้าไปหาหมอที่ถนนราชดำเนิน ขากลับขณะรอรถเมล์ ข้าพเจ้าซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง  แต่ไม่ได้ ให้โยมแม่ดู   โยมแม่มารู้ภายหลังว่า ข้าพเจ้าเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น   เนื่องจากก่อนหน้านั้นวันหนึ่งข้าพเจ้าได้ร่วมเป็นตัวแทนนักศึกษาประชาชนกว่า ๖๐๐ คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อคณะปฏิวัติให้นิรโทษกรรมนักโทษการเมืองทั้งหมด โยมแม่อ่านข่าวแล้วก็อดเป็นห่วงข้าพเจ้าไม่ได้</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#f3efe6;color:#17526b">ดังได้กล่าวแล้วว่า ตอนเด็กๆ นั้นข้าพเจ้าใกล้ชิดกับโยมแม่ยิ่งกว่าลูกคนใด   ครั้นโตขึ้น มีโลกของตัวเอง ก็เหินห่างโยมแม่มากขึ้น   แต่ก็เบาใจที่ลูกคนสุดท้องมาใกล้ชิดกับโยมแม่แทน </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#f3efe6;color:#17526b"> <strong> ถาวร</strong>เป็นคนที่ไม่วุ่นอย่างข้าพเจ้า   ทั้งยังอยู่ในโอวาท ช่วยงานบ้านแข็งขันกว่าข้าพเจ้ามากนัก   แถมยังเอาอกเอาใจโยมแม่เก่ง   ช่วงนั้นโยมแม่เริ่มมีชีวิตที่ผาสุก ส่วนหนึ่งก็เพราะ    นอกจากลูกจะโตเป็นหนุ่มเป็นสาว เริ่มทำงานทำการกันบ้างแล้ว โยมพ่อเองก็สามารถปลดเปลื้องพันธะจากที่อื่น   และหันมาอยู่ใกล้ชิดกับพวกเรามากขึ้น </p>



<p class="has-pale-pink-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph"> แต่ก็เป็นคราวเคราะห์ของพวกเราทุกคน ในปี ๒๕๒๑ ถาวรก็จากพวกเราไป   นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของโยมแม่   โยมแม่เฝ้าพยาบาลถาวรอยู่นานจนร่างกายผ่ายผอม แล้วในที่สุดก็ต้องมาจัดงานศพให้แก่ลูกของตน   ข้าพเจ้าสงสารโยมแม่จับใจ   เมื่อเห็นลูกที่โยมแม่เคยอุ้มชูและเลี้ยงดูแต่เล็กจนเติบใหญ่   บัดนี้คงเหลือแต่อัฐิ อยู่ในห่อผ้าขาวที่โยมแม่ถือ เพื่อนำไปโปรยที่ปากน้ำเจ้าพระยา    </p>



<p class="has-pale-pink-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph">ข้าพเจ้ารู้ดีว่า เราเรียกร้องอะไรไม่ได้จากมัจจุราช    แต่จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ข้าพเจ้าอดไม่ได้ที่จะตั้งจิตอธิษฐานว่า หากถึงคราวที่ข้าพเจ้าจะต้องมีอันเป็นไป ก็ขอให้เกิดขึ้นหลังจากที่โยมแม่หาชีวิตไม่แล้วเถิด </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ข้าพเจ้าเชื่อว่า ไม่ว่าลูกจะทุกข์เพราะการจากไปของโยมแม่เพียงใดก็ตาม ก็ไม่อาจเทียบได้กับ ความทุกข์ของโยมแม่ที่ต้องเห็นลูกคนหนึ่งตายจากไปอีก</p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#e8ecef;color:#264b62">            กว่าโยมแม่จะสร่างจากความเศร้าโศกก็เป็นเวลานาน ระหว่างนั้นได้อาศัยบุญกุศลเป็นที่พึ่ง โดยไปวัดมหาธาตุฯ เป็นประจำ หนึ่งปีหลังจากนั้น ครอบครัวของเราก็ย้ายมาที่ฝั่งตรงข้ามตลาดบางโพ ปักหลักบนที่ๆ เป็นของเราอย่างแท้จริง   จะเรียกว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากถาวรจากไปก็ได้   ยกเว้นช่วงที่ไปเมืองนอกแล้ว   ระยะนั้นข้าพเจ้าซึ่งลด (หรือเลื่อน) ฐานะมาเป็นลูกคนสุดท้อง  ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับโยมแม่มากกว่าลูกคนอื่นๆ   เพราะพี่สาวไม่นานก็แต่งงานออกเรือนไป   ส่วนพี่ชายก็อยู่โรงพยาบาลต่างจังหวัด นานๆ จะเข้ามากรุงเทพฯ ที  </p>



<figure class="wp-block-image size-large is-style-rounded"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC02005-copy777-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-20414" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC02005-copy777-1024x683.jpg 1024w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC02005-copy777-300x200.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC02005-copy777-768x512.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC02005-copy777-1536x1024.jpg 1536w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC02005-copy777-696x464.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC02005-copy777-1068x712.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC02005-copy777-630x420.jpg 630w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC02005-copy777.jpg 1731w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#e8ecef;color:#264b62"> ต่อเมื่อพี่ชายย้ายมาทำงานที่กระทรวงสาธารณสุข ข้าพเจ้าจึงสบโอกาสที่จะลาบวช   โยมแม่ออกจะดีใจที่ข้าพเจ้าตัดสินใจเช่นนั้นสาเหตุประการหนึ่งก็เพราะโยมแม่เชื่อว่าการบวชจะทำให้ข้าพเจ้าไม่ไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางสังคมดังแต่ก่อน   </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>แต่โยมแม่คงไม่คิดมาก่อนว่า   ข้าพเจ้าจะบวชนานเป็นสิบปี   แถมยังยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ มากมายผิดกับพระทั่วไป</p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#f0ece3;color:#45391a">            การบวชทำให้ข้าพเจ้าเหินห่างจากโยมแม่ยิ่งกว่าแต่ก่อน  เพราะข้าพเจ้าย้ายไปอยู่ที่วัดในชนบท ทำให้โยมแม่เป็นห่วงเป็นใยมากขึ้น   ทั้งในแง่สภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบัน และความเป็นไปในอนาคต  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#f0ece3;color:#45391a"> มานึกย้อนดูแล้ว ข้าพเจ้าเป็นลูกที่มีเหตุให้โยมแม่เป็นห่วงตั้งแต่เล็กจนโต   คงเป็นเพราะชีวิตข้าพเจ้าโลดโผนกว่าลูกคนอื่นๆ ตั้งแต่สมัยเด็กก็มีเรื่องแปลกๆ มากมาย  เช่น ไหนจะตกจากรถแท็กซี่ขณะไปเที่ยว ไหนจะกินน้ำมันก๊าดเข้าไปเพราะพี่เลี้ยงสำคัญว่าเป็นน้ำเปล่า แถมยังขี้โรค เลี้ยงเท่าไรก็ไม่รู้จักโต  ไม่รู้จักอ้วนเหมือนคนอื่นเขา นับเป็นลูกที่ผลาญเงินของพ่อแม่มากที่สุดในเรื่องการบำรุงร่างกาย และเมื่อโตแล้วก็ยังมีชีวิตไม่เหมือนใคร  นอกจากไม่รู้จักตั้งเนื้อตั้งตัวมีเหย้ามีเรือนเสียทีแล้วยังมีเรื่องให้ตื่นเต้นอยู่เรื่อย  </p>



<p class="has-luminous-vivid-amber-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph"> คราวเกิดเหตุการณ์พฤษภาคมอำมหิต  โยมแม่เป็นห่วงข้าพเจ้าคงไม่น้อยกว่ากรณี ๖ ตุลาคม   ตามหาตัวข้าพเจ้าจ้าละหวั่น   จนในที่สุดได้เบอร์โทรศัพท์สามารถติดต่อกับข้าพเจ้าได้   จึงค่อยโล่งใจที่ข้าพเจ้าปกติสุขดี</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eceae6;color:#7d4150">            เวลาข้าพเจ้าเข้ากรุงเทพฯ ก็มักแวะไปเยี่ยมบ้านโยม   มีบางช่วงเข้ามาบ่อย จนโยมแม่สงสัยว่าข้าพเจ้ามีงานมากอะไรนักหนา   แต่มาทุกครั้ง โยมแม่ก็ดีใจ มาไต่ถามพูดคุยอยู่เสมอ   แต่ข้าพเจ้าก็มักจะมีเรื่องอื่นดึงความสนใจไปเสีย ทั้งที่เป็นสาระและไม่เป็นสาระ ไม่ได้ให้เวลากับโยมแม่เท่าที่ควร โยมแม่มารู้เรื่องราวของข้าพเจ้ามากที่สุดก็จากเพื่อนๆ  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eceae6;color:#7d4150"> ดังนั้นเวลาเพื่อนๆ ข้าพเจ้าแวะมาเยี่ยมเยียนโยมแม่ที่บ้าน   โยมแม่จึงดีใจและกระตือรืนร้นที่จะได้ฟังข่าวคราวเกี่ยวกับข้าพเจ้า  ช่วยให้คลายความกังวลไปได้  นับว่าข้าพเจ้าเป็นหนี้บุญคุณเพื่อนๆ มาก   </p>



<p class="has-pale-cyan-blue-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph">ความห่างเหินของข้าพเจ้าต่อโยมแม่ ไม่ใช่เป็นเพราะความห่างไกลทางภูมิศาสตร์หรือเพราะระยะห่างอันเนื่องจากผ้ากาสาวพัสตร์   แต่เป็นเพราะข้าพเจ้ามีโลกส่วนตัวของตนเอง  ที่ทำให้เกิดช่องว่างในการสื่อสาร   เวลาพบโยมแม่ ข้าพเจ้าจึงประสงค์เป็นฝ่ายฟังมากกว่า   แต่โยมแม่กลับอยากฟังข้าพเจ้าพูด</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">            ชีวิตของโยมแม่เป็นชีวิตที่ลุ่มๆ ดอนๆ   บางครั้งทำท่าว่าจะมีความสุขกับเขาเสียที แต่แล้วก็ยังมีเหตุบันดาลให้ทุกข์อีก   เป็นเช่นนี้หลายครั้ง   </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">อย่างไรก็ตามในช่วง ๗-๘ ปีสุดท้าย ชีวิตของโยมแม่ก็เข้าสู่สมัยแห่งความสุข   บ้านกลับมีชีวิตชีวา   เพราะนอกจากจะมีลูกชายและลูกสาวอยู่ใกล้แล้ว ยังมีหลานแสนซนคอยตามติดยาย ส่วนโยมพ่อก็ได้มาเป็นเพื่อนโยมแม่ที่บ้าน ชีวิตไม่เหงาเงียบดังแต่ก่อน   </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">นอกจากนั้น เพื่อนบ้านในซอยก็ล้วนสนิทสนมเอื้อเฟื้อกันดี   ถึงวันหยุด ลูกๆที่แยกเรือนออกไป ก็มารับไปเที่ยวกินอาหารกลางวัน โยมแม่ยังติดนิสัยประหยัด ไม่อยากกินอาหารแพงๆ   ลูกๆต้องคะยั้นคะยอ  ไม่ให้เป็นห่วง บางทีก็เปลี่ยนบรรยากาศออกไปค้างแรมกับลูกๆ ในที่ไกลๆ ไม่ว่าจะเป็นชายทะเล  เกาะแก่งและภูเขาสูง โยมแม่ดูจะไม่ระย่อเลย โยมแม่เป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยวทั้งใกล้และไกล  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">ตอนที่พวกเรายังเด็กๆ โยมแม่ชอบไปทอดกฐินต่างจังหวัด แล้วก็ร้างราไปนาน  ช่วงหลังนี้เอง กระเป๋าเดินทางของโยมแม่ได้ใช้งานอีก   บางคราวไปกับโยมพ่อไกลถึงประเทศจีน ได้เยือนบ้านเกิดที่ไหหลำอีก โยมแม่ไปเมืองจีนไม่น้อยกว่า ๓ ครั้ง   ครั้นลูกสาวขอเป็นเจ้ามือพาแม่ไปเที่ยวญี่ปุ่น โยมแม่กลับเสียดายเงิน แก้เกี้ยวไปว่า เมืองไทยยังเที่ยวไม่หมดจะไปเที่ยวเมืองนอกทำไม แต่ลูกๆ ก็รู้ว่า โยมแม่เตรียมจะไปเมืองจีนอีกคำรบหนึ่ง   โดยชวนข้าพเจ้าไปด้วย   แต่ข้าพเจ้าติดขัดเนื่องจากหนังสือเดินทางเพิ่งหมดอายุ   ครั้นจะทำใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย</p>



<div class="wp-block-image is-style-rounded"><figure class="alignright size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="314" height="236" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/pic09.jpg" alt="ขอขอบคุณ ภาพจากเว็บไซต์ วัดป่าสุคะโต" class="wp-image-20415" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/pic09.jpg 314w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/pic09-300x225.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/pic09-80x60.jpg 80w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/pic09-265x198.jpg 265w" sizes="auto, (max-width: 314px) 100vw, 314px" /><figcaption>ขอขอบคุณ ภาพจากเว็บไซต์ วัดป่าสุคะโต</figcaption></figure></div>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">โยมแม่เคยไปเยี่ยมข้าพเจ้าถึงวัดป่าสุคะโต   และเตรียมจะมาเยี่ยมที่วัดป่ามหาวันเมื่อเดือนธันวาคมที่แล้วกลับกลุ่มศึกษาและปฏิบัติธรรม   แต่ข้าพเจ้าได้ทัดทานไว้ว่าอากาศหนาวนัก  จึงงดเสีย   แต่ก่อนหน้านั้น ข้าพเจ้ากับพี่สาวก็ได้พาโยมแม่ไปเที่ยวนครวัด การเดินทางทุลักทุเลยิ่งนัก แต่โยมแม่ไม่ยี่หระ และดูไม่กระเทือนเลย เพราะเมื่อกลับมาบ้าน วันรุ่งขึ้นก็ลุกมาทำงานแต่เช้ามืด   ขณะที่ลูก ๆ ยังนอนเพลียไม่หาย   แถมเคล็ดขัดยอกอีกต่างหาก</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22"><strong>เมื่อข้าพเจ้ากลับมาเยี่ยมบ้านครั้งหลังๆ   สิ่งหนึ่งที่เห็นอย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของโยมแม่ ก็คือรอยยิ้ม  โยมแม่เริ่มใส่แว่นตาเป็นประจำตั้งแต่เมื่อไรข้าพเจ้าไม่ทันสังเกต   แต่ทุกครั้งที่มาบ้านจะเห็นรอยยิ้มของโยมแม่เด่นชัดกว่าอย่างอื่น  </strong></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p> ยิ้มของโยมแม่เป็นยิ้มที่แจ่มใสอย่างคนอารมณ์ดีและมีความสุขกับชีวิต   เป็นยิ้มที่ลูกๆ ไม่สู้ได้เห็นจนกระทั่ง ๕-๖ ปีหลังนี้เอง  </p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22"> แม้ว่าโยมยังคงทำงานมาก   และเป็นหลักของบ้านเหมือนเดิม แถมยังต้องมีภาระเลี้ยงดูหลาน ๒ คน อีกด้วยก็ตาม   ก่อนหน้านั้น ข้าพเจ้าเคยติดต่อหาเด็กๆ จากหมู่บ้านใกล้วัดมาช่วยงานโยมแม่   แต่ระยะหลังก็เหลว   เพราะหาเด็กยาก ชาวบ้านสนใจเป็นกรรมกรโรงงานมากกว่าทำงานบ้าน ไปๆ มาๆ โยมแม่ก็ต้องทำเองอีก แต่คราวนี้โยมแม่ไม่ต้องเหนื่อยกับงานบ้านมาก   เพราะมีเครื่องทุ่นแรงหลายอย่าง รวมทั้งเครื่องซักผ้า </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">งานที่จะทำให้โยมแม่เหนื่อย เห็นจะได้แก่การเลี้ยงดูหลานนั่นเอง โยมแม่มักปรารภว่า เด็กสมัยนี้ซนกว่าสมัยก่อนมาก แต่การเลี้ยงหลานก็มีส่วนทำให้โยมแม่เพลินไม่น้อย    อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่า ตอนที่เลี้ยงพวกเรา โยมแม่ก็คงจะเพลินเช่นกัน จะแตกต่างก็ตรงที่ โยมแม่ไม่เข้มงวดกับหลานอย่างที่เคยทำกับพวกเรา อยากจะกินอะไรโยมแม่ก็ไม่ขัด นับว่าอยู่สบายกว่าพวกเรามาก   ถึงอย่างไรก็ตาม หากหลายเฮี้ยวเกินไปเป็นต้องเจอไม้เรียวจนได้</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">ครั้งสุดท้ายที่ข้าพเจ้าพบโยมแม่ก็คือ ช่วงเทศกาลตรุษจีน  ข้าพเจ้าเพิ่งเสร็จจากการปฏิบัติธรรมเนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อชา สุภทฺโท จังหวัดอุบลราชธานี พอถึงกรุงเทพฯ เช้าตรู่ก็แวะมาที่บ้าน   ตั้งใจว่าจะกลับวัดป่ามหาวันคืนนั้นเลย   แต่ได้ตั๋วกำหนดเดินทางวันรุ่งขึ้น   คืนนั้นจึงพักที่บ้านโยม  </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22"> วันนั้นโยมแม่ได้ปรารภว่า <em>ระยะหลังนี้มีอาการวิตกกังวลอยู่บ่อยๆ จะทำอะไร ก็ให้วิตกไปหมด ตื่นขึ้นมาก็ฟุ้งซ่าน พลอยให้ไม่อยากจะทำอะไร </em></p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">ข้าพเจ้าแนะว่า <em>ให้ลองฝึกสมาธิดู   หรือไม่ก็ทำวัตรสวดมนต์ตามเสียงเทป </em> โยมแม่ก็บอกว่า <em>ห้ามความคิดไม่อยู่  </em> สุดท้ายเลยแนะให้โยมแม่หางานทำเพลินๆ โดยไม่ต้องใช้ความคิดหรือใช้แรงมากไป   ข้าพเจ้ามีความคิดในภายหลังว่า   หากนำโยมแม่ทำสมาธิหรือทำวัตรสวดมนต์   คงจะดีกว่าให้โยมแม่ทำคนเดียวที่บ้าน  แต่โยมแม่ไม่คุ้นกับการอยู่วัดป่า   ข้าพเจ้าจึงตั้งใจที่จะชวนโยมแม่ไปค้างแรม   ที่สวนของเพื่อนรุ่นพี่ผู้หนึ่ง   ซึ่งคุ้นเคยกับโยมแม่ดี   แต่แล้วความคิดนี้ก็ต้องเป็นหมันไปในที่สุด<br></p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">เช้าวันรุ่งขึ้น ๒๒ มกราคมเป็นวันไหว้ ที่บ้านทำการเซ่นไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษตามธรรมเนียม นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่บวชที่ข้าพเจ้าได้มาอยู่บ้านในช่วงเทศกาลตรุษจีน ชวนให้ย้อนระลึกถึงตอนเด็กๆ ที่เคยช่วยโยมแม่จัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้   แต่มาเวลานี้ได้แต่เฝ้าดูเท่านั้น   พอสาย  ข้าพเจ้าก็เดินทางกลับวัด  ไม่เฉลียวใจเลยว่า  นั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบและพูดคุยกับโยมแม่</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">วันที่โยมแม่เกิดอุบัตินั้น ข้าพเจ้ากำลังอยู่ที่ปราสาทพนมรุ้ง โดยเพิ่งเสร็จจากการไปบรรยายแก่พระเขมรที่จังหวัดสุรินทร์   และไปฟังการตัดสินคดีหลวงพ่อประจักษ์ คุตฺตจิตฺโต ที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์    คืนนั้นข้าพเจ้าได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยมีกำหนดแวะไปที่บ้านตอนกลางวัน   แต่เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นก็ได้ทราบข่าวร้ายจากเพื่อน   แทนที่จะได้พบโยมแม่ที่บ้าน ก็กลับเป็นที่ห้องไอซียูเสียแล้ว       </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">โยมแม่ได้รับความกระทบกระเทือนที่สมอง  อาการหนักมาก  หมดสติ   ไร้ความรู้สึกตัวตั้งแต่แรกเกิดเหตุ แม้จะปลอดภัยจากการผ่าตัดสมอง เอาเลือดคั่งออกมาได้ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย การเต้นของหัวใจและความดันเลือดอ่อนลงเรื่อยๆ หมอทุกคนพยากรณ์โรคไปในทางลบหมด </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">  พวกเราได้ฟังแล้วก็ใจหาย ข้าพเจ้าแม้จะได้เจริญมรณสติ นึกถึงความตายที่จะบังเกิดแก่คนรู้จักอยู่เนืองๆ   แต่ก็ไม่คิดว่า โยมแม่จะเหลือเวลาอยู่กับเราเพียงน้อยนิด นึกแล้วก็สงสารโยมแม่  ที่มามีอันเป็นไปในช่วงที่กำลังจะมีความสุขหลังจากที่ทุกข์ยากมานาน   ความพากเพียรอุตสาหะและความอดทนของโยมแม่กำลังผลิดอกออกผลอย่างเต็มที่ในช่วงนี้   แต่โยมแม่เสวยผลได้ไม่นานก็กลับถูกตัดรอนเสียอีก </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">นึกดูก็มีเหตุผลอีกมากมายที่โยมแม่ไม่สมควรจากเราไปในช่วงนี้   แต่ความตายนั้นไม่เคยมีเหตุผลเลย   ป่วยการที่จะเรียกร้องเหตุผลหรือความถูกต้องจากความตาย  แง่หนึ่ง โยมแม่ก็ยังโชคดีกว่าคนอื่นๆ   ที่ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะโรคเรื้อรังอย่างมะเร็ง   และมิได้ประสบเหตุสยดสยอง  สะเทือนขวัญอย่างน่าสมเพชเวทนา   นอกไปจากนั้น กิจใดที่โยมแม่พึงกระทำ โดยเฉพาะในฐานะมารดา ก็ได้ทำจนแล้วเสร็จทุกประการ ไม่มีเรื่องใดที่คั่งค้าง หรือชวนให้กังวล ส่วนพวกเราเองก็ยังนับว่าโชคดี ที่โยมแม่ให้เวลาลูกๆค่อยๆ ทำใจทีละนิด   มิใช่ว่าจะไปอย่างปุบปับจนตั้งตัวไม่ทัน</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#eae5d7;color:#5d4e22">ตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาล   ระบบประสาทของโยมแม่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ   แต่พวกเราเชื่อว่า จิตของโยมแม่ยังสามารถรับรู้บางสิ่งบางอย่างได้   แม้ไม่ครบถ้วนเต็มรูปอย่างคนปกติ   พวกเราจึงเปิดเทปธรรมะและทำวัตรสวดมนต์ให้โยมแม่ฟังตลอดจนสวดโพชฌงค์และทำสมาธิแผ่เมตตาไปให้   รวมทั้งพูดคุยกับโยมแม่เสมือนคนปกติ   จะเป็นเพราะสิ่งเหล่านี้หรือเปล่าไม่ทราบ ได้ช่วง ๓-๔ วันหลัง  โยมแม่จึงมีสีหน้าเหมือนคนนอนหลับปกติ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034002222-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-20417" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034002222-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034002222-1-300x200.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034002222-1-768x512.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034002222-1-1536x1025.jpg 1536w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034002222-1-696x464.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034002222-1-1068x713.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034002222-1-629x420.jpg 629w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/DSC034002222-1.jpg 1731w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="has-luminous-vivid-amber-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph">โยมแม่นอนอยู่โรงพยาบาลได้ ๗ วันแล้วก็จากไปอย่างสงบ   ๒๐ นาทีสุดท้ายนั้นข้าพเจ้าได้มีโอกาสอยู่กับโยมแม่   การเต้นของหัวใจขึ้นลงเร็วมาก   แล้วในที่สุด  เส้นกร๊าฟก็แบนราบเป็นเส้นตรง   วินาทีนั้นคือวินาทีที่เราไม่ต้องการให้เกิด   แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้   ข้าพเจ้าตั้งสติและบอกกับโยมแม่ในช่วงนั้นเองว่า   บัดนี้วิญญาณของโยมแม่ละสังขารแล้ว   ต่อนี้ไป  อย่าได้เป็นห่วงกังวลกับสังขาร   ทรัพย์สมบัติและลูกหลานอีกเลย   มีแต่บุญกุศลเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งของโยมแม่   และตามติดโยมแม่ไป   แล้วข้าพเจ้าก็ต้องประคองจิตไม่ให้ตก   เพื่อจะได้บอกข่าวร้ายแก่โยมพ่อและพี่ๆ ที่อยู่นอกห้อง</p>



<p class="has-luminous-vivid-amber-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph">ข้าพเจ้ากลับเข้าไปยังห้องไอซียูอีกครั้ง   พยาบาลและลูกๆ ได้เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวให้โยมแม่เสร็จแล้ว โยมพ่อรวมทั้งญาติพี่น้องและลูกๆอยู่รายรอบเตียง   เบื้องหน้าข้าพเจ้านั้นคือร่างที่นอนสงบนิ่ง   โยมแม่ในความรู้สึกของข้าพเจ้าตอนนั้น   เหมือนนักรบอาชาไนยที่กรำศึกในสมรภูมิชีวิตอย่างไม่ระย่อท้อถอยมาโดยตลอด  บัดนี้ได้สำเร็จเสร็จสิ้นภารกิจและทอดร่างลงอย่างสง่า  </p>



<p class="has-luminous-vivid-amber-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph"> ในยามนี้  ลูกชายของโยมแม่จึงมีแต่รอยยิ้มด้วยน้ำตาคลอเบ้าเท่านั้นที่จะให้แก่โยมแม่   ยิ้มเพราะชื่นชมและภูมิใจในโยมแม่ ที่แม้ทุกข์จะย่ำยีเพียงใดแต่ก็ไม่เคยเป็นอื่น   นอกจากการอุทิศตนเพื่อความผาสุกของลูกๆ อย่างถูกทำนองคลองธรรม  </p>



<p class="has-luminous-vivid-amber-color has-black-background-color has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph"> ยิ้มเพราะดีใจที่โยมแม่ได้มีความสุขในชีวิตบั้นปลาย   หลังจากที่ลำเค็ญมาหลาบสิบปี   และได้เห็นลูกๆเจริญก้าวหน้าตามวิถีทางของตน  </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p> ข้าพเจ้ายิ้มด้วยความซาบซึ้ง   เพราะบุคคลเบื้องหน้านั้นให้แต่ความรักและความอบอุ่นมาตลอดชีวิต   เป็นผู้ที่ให้แต่คุณ ไม่มีโทษ   แต่แล้วน้ำตาก็ต้องคลอเบ้าด้วยความเศร้า ที่บัดนี้โยมแม่ได้จากพวกเราไปตลอดกาล</p></blockquote>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#f4f0e7;color:#493b13">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อนึกย้อนถึงครั้งโยมแม่ยังอยู่กับพวกเรา ก็ให้อาลัยยิ่งนัก ได้แต่อาศัยธรรมะเป็นเครื่องกำกับใจให้รู้ว่า &nbsp;&nbsp;ความตายนั้นก็ไม่ต่างกับการกลายสถานะจากดักแด้เป็นผีเสื้อ ไม่มีเหตุอันใดให้ควรเสียใจเศร้าโศก&nbsp; &nbsp;เราเองอีกไม่นานก็จะเป็นเช่นนั้น&nbsp; &nbsp;จึงควรขวนขวายทำความเพียรให้เกิดทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน&nbsp; เพื่อว่าเมื่อถึงวันนั้น&nbsp; &nbsp;จะได้โบยบินสู่อิสระเสรี &nbsp;&nbsp;มีสุคติเป็นที่หมาย&nbsp; โดยที่สัมปรายภพของโยมแม่ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าอยู่ที่นั่นเช่นกัน</p>



<h4 class="has-text-align-right has-luminous-vivid-amber-background-color has-text-color has-background wp-block-heading" style="color:#5a491a">พระไพศาล วิสาโล </h4>



<h4 class="has-text-align-right has-luminous-vivid-amber-background-color has-text-color has-background wp-block-heading" style="color:#5a491a">๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖</h4>



<div class="wp-block-image is-style-rounded"><figure class="alignleft size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-2-1024x683.jpg" alt="พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ขอขอบคุณ ภาพจาก หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ" class="wp-image-20394" width="250" height="167" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-2-1024x683.jpg 1024w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-2-300x200.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-2-768x512.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-2-1536x1024.jpg 1536w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-2-2048x1366.jpg 2048w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-2-696x464.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-2-1068x712.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_1369-2-630x420.jpg 630w" sizes="auto, (max-width: 250px) 100vw, 250px" /><figcaption>พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ขอขอบคุณ ภาพจาก หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ</figcaption></figure></div>



<h4 class="has-text-color has-background wp-block-heading" style="background-color:#ddcdc2;color:#834416">ประวัติ                  </h4>



<h4 class="has-text-color has-background wp-block-heading" style="background-color:#ddcdc2;color:#834416">พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล           </h4>



<h4 class="has-text-color has-background wp-block-heading" style="background-color:#ddcdc2;color:#834416"> โดยสังเขป  </h4>



<p class="wp-block-paragraph">จากเว็บไซต์ วัดป่าสุคะโต www.pasukato.org</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#e6ddd8;color:#6b561c">เดิมชื่อ ไพศาล วงศ์วรวิสิทธิ์ เป็นชาวกรุงเทพฯ เกิดเมือปี พ.ศ. ๒๕๐๐ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนกศิลปะ จากโรงเรียนอัสสัมชัญ และสำเร็จการศึกษาขั้นอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ ระหว่างเรียนที่ธรรมศาสตร์ เคยเป็นสาราณียกรปาจารยสาร (๒๕๑๘-๒๕๑๙) และเป็นเจ้าหน้าที่กลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ (จนถึงปีพ.ศ. ๒๕๒๖) โดยมีบทบาทร่วมในแนวทางอหิงสาต่อเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙ จนเป็นเหตุให้ถูกล้อมปราบภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และถูกคุมขังในเรือนจำเป็นเวลา ๓ วัน</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#e6ddd8;color:#6b561c">ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ อุปสมบท ณ วัดทองนพคุณ กรุงเทพมหานคร เรียนกรรมฐานจากหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ วัดสนามใน ก่อนไปจำพรรษาแรก ณ วัดป่าสุคะโต อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ โดยศึกษาธรรมกับหลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณจนถึงปัจจุบัน </p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#e6ddd8;color:#6b561c">ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต แต่ส่วนใหญ่พำนักอยู่ที่วัดป่ามหาวัน อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ โดยจำพรรษาสลับระหว่างวัดป่าสุคะโตกับวัดป่ามหาวัน</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#e6ddd8;color:#6b561c">นอกจากการจัดอบรมปฏิบัติธรรมและการพัฒนาจริยธรรมแล้ว พระไพศาลยังเป็นประธานเครือข่ายพุทธิกา กรรมการมูลนิธิโกมลคีมทอง กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย กรรมการมูลนิธิสันติวิถี กรรมการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกรรมการสภาสถาบันอาศรมศิลป์</p>



<p class="has-text-color has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph" style="background-color:#e6ddd8;color:#6b561c">ทุกวันนี้พระไพศาลยังเขียนหนังสือและบทความอยู่เป็นประจำ ผลงานมีหลากหลายประเภท ได้แก่ งานบรรยาย งานเขียนและงานเขียนร่วม งานแปลและงานแปลร่วม งานบรรณาธิกรณ์และบรรณาธิกรณ์ร่วม ค้นหาได้ที่www.visalo.org </p>
<p>The post <a href="https://www.manasikul.com/%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5/">โยมแม่ เขียนโดย พระไพศาล วิสาโล</a> appeared first on <a href="https://www.manasikul.com">Manasikul Online</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.manasikul.com/%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
