<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์ Archives - Manasikul Online</title>
	<atom:link href="https://www.manasikul.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B8%95-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.manasikul.com/tag/พระธรรมทูต-ประเทศสกอตแล/</link>
	<description>Manasikul Online</description>
	<lastBuildDate>Sun, 23 Feb 2020 11:49:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2026/07/cropped-189D142772-357C-4D2C-901D-D867972F5136-32x32.jpg</url>
	<title>พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์ Archives - Manasikul Online</title>
	<link>https://www.manasikul.com/tag/พระธรรมทูต-ประเทศสกอตแล/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บทความพิเศษ ตอนที่ ๗ “สำนักงานพุทธฯ ให้งบอุดหนุน ป.ป.ช., สำนักงานอัยการสูงสุด และ สำนักงานศาลยุติธรรมได้หรือไม่ ? ทำไมวัดรับงบอุดหนุนจึงเป็นคดีความ” โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม</title>
		<link>https://www.manasikul.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%af-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
					<comments>https://www.manasikul.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%af-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[มนสิกุล โอวาทเภสัชช์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2019 02:07:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Adventure]]></category>
		<category><![CDATA[Authors]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Monk's Talk : เมื่อพระพูด]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกธรรมวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[พระใบฏีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม]]></category>
		<category><![CDATA[หมายเหตุพระไตรสรณคมน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.manasikul.com/?p=4694</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับตอนนี้ก็เช่นเคยเป็นประเด็นที่สำคัญมาก อาตมาตั้งใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.manasikul.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%af-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/">บทความพิเศษ ตอนที่ ๗ “สำนักงานพุทธฯ ให้งบอุดหนุน ป.ป.ช., สำนักงานอัยการสูงสุด และ สำนักงานศาลยุติธรรมได้หรือไม่ ? ทำไมวัดรับงบอุดหนุนจึงเป็นคดีความ” โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม</a> appeared first on <a href="https://www.manasikul.com">Manasikul Online</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h4 class="wp-block-heading"><em>  สำหรับตอนนี้ก็เช่นเคยเป็นประเด็นที่สำคัญมาก </em></h4>



<p style="background-color:#dbc8ba" class="has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph"><strong>อาตมาตั้งใจเขียนเพื่อให้ความรู้กับสังคม ถอดบทเรียนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้สังคมได้มาร่วมกันค้นหาความจริง เพื่อธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมให้อยู่คู่กับสังคม และจะกล่าวถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยความเคารพ </strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>“สำนักงานพุทธฯ ให้งบอุดหนุน ป.ป.ช., สำนักงานอัยการสูงสุด และ สำนักงานศาลยุติธรรมได้หรือไม่ ? ทำไมวัดรับงบอุดหนุนจึงเป็นคดีความ”</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong> โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม</strong> <strong>พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์ </strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ก่</strong>อนจะอ่านบทความนี้อยากให้ท่านย้อนกลับไปอ่าน ๕ ตอนย้อนหลังในคอลัมน์นี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"> ท่านจะเข้าในเนื้อหาที่จะกล่าวต่อไปนี้มากยิ่งขึ้น  </p>



<figure class="wp-block-image"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="864" height="1024" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-864x1024.jpg" alt="&quot;จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ&quot; และวิเคราะห์ฎีกา ๖๗๘๒/๒๕๔๓ กรณีลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูป พร้อมเสนอการแก้ไขปัญหา ม. ๒๙ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒" class="wp-image-4718" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-864x1024.jpg 864w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-253x300.jpg 253w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-768x910.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-696x825.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-1068x1266.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-354x420.jpg 354w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption>&#8220;จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ&#8221; และวิเคราะห์ฎีกา ๖๗๘๒/๒๕๔๓ กรณีลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูป พร้อมเสนอการแก้ไขปัญหา ม. ๒๙ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒ )</figcaption></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="alignleft is-resized"><img decoding="async" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__9322534-1024x807.jpg" alt="สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ ป.ธ.๙), อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, อดีตเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก, อดีตประธานสำนักงานกำกับดูและพระธรรมทูตไปต่างประเทศ รูปแรก และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ผู้ลงนามก่อตั้ง สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ ในฐานะประธานคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, เลขานุการ สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ, กรรมการสำนักงาน ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ ก่อนถูกดำเนินคดี (รูปซ้ายมือ) พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, หัวหน้าสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ, เลขานุการสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ ก่อนถูกดำเนินคดี (รูปขวามือ)" class="wp-image-4695" width="602" height="472"/><figcaption><strong>สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ ป.ธ.๙),</strong> อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, อดีตเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก, อดีตประธานสำนักงานกำกับดูและพระธรรมทูตไปต่างประเทศ รูปแรก และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ผู้ลงนามก่อตั้ง สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ ในฐานะประธานคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  <strong>พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน)</strong> ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, เลขานุการ สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ, กรรมการสำนักงาน ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ ก่อนถูกดำเนินคดี (รูปซ้ายมือ) <strong> พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) </strong>ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, หัวหน้าสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ, เลขานุการสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ ก่อนถูกดำเนินคดี (รูปขวามือ) </figcaption></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="alignleft is-resized"><img decoding="async" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344-339x1024.jpg" alt="“ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม” นุ่งห่มจีวรหลังออกจากเรือนจำ กับ “พระพิมลธรรมโมเดล” พระธรรมวินัย จารีต และกฎหมายบ้านเมือง โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒)" class="wp-image-4284" width="539" height="1629" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344-339x1024.jpg 339w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344-99x300.jpg 99w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344-768x2323.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344-696x2105.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344-139x420.jpg 139w" sizes="(max-width: 539px) 100vw, 539px" /><figcaption>“ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม”  <br>นุ่งห่มจีวรหลังออกจากเรือนจำ  กับ “พระพิมลธรรมโมเดล”<br> พระธรรมวินัย จารีต และกฎหมายบ้านเมือง<br> โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม <br>จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ <br>(หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก <br>วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒) </figcaption></figure></div>



<figure class="wp-block-image is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-1024x552.jpg" alt="&quot;การลาสิกขาตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕&quot; จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม" class="wp-image-4377" width="706" height="380" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-1024x552.jpg 1024w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-300x162.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-768x414.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-696x375.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-1068x576.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-779x420.jpg 779w" sizes="auto, (max-width: 706px) 100vw, 706px" /><figcaption>&#8220;การลาสิกขาตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕&#8221;<br> จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์<br> นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒  โดย   พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม <br></figcaption></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-416x1024.jpg" alt="“การใช้ดุลยพินิจให้สละสมณเพศ&quot;ตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์” จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม" class="wp-image-4439" width="592" height="1457" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-416x1024.jpg 416w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-122x300.jpg 122w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-768x1889.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-696x1712.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-1068x2626.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-171x420.jpg 171w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933.jpg 1616w" sizes="auto, (max-width: 592px) 100vw, 592px" /><figcaption>“การใช้ดุลยพินิจให้สละสมณเพศ&#8221;ตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์”  <br> จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์  <br>นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒  โดย   พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม  <br></figcaption></figure></div>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="943" height="1024" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--943x1024.jpg" alt="“วิพากษ์ แนวคิดการสละสมณเพศ มาตรา ๒๙ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ ของ พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กับกรณีรัฐมนตรีฯ ให้สัมภาษณ์” จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๙กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม" class="wp-image-4552" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--943x1024.jpg 943w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--276x300.jpg 276w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--768x834.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--696x756.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--1068x1160.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--387x420.jpg 387w" sizes="auto, (max-width: 943px) 100vw, 943px" /><figcaption> “วิพากษ์ แนวคิดการสละสมณเพศ มาตรา ๒๙ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ 
 ของ พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กับกรณีรัฐมนตรีฯ ให้สัมภาษณ์” 
 จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์  
นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๙กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒  โดย   พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม   
</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อไปดูต้นเหตุของการจับอดีตกรรมการมเถรสมาคมพร้อมเจ้าคุณรวม ๗ รูป บังคับให้ถอดจีวรโดยไม่ได้กล่าวคำลาสิกขาแล้วเข้าไปอยู่ในเรือนจำ เพราะมาจากการรับงบอุดหนุนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งประเด็นนี้เคยเขียนลงหนังสือพิมพ์แล้วว่ากรณีไหนบ้างถ้าวัดรับงบอุดหนุนจากสำนักงานพุทธฯ จึงจะถือว่าผิดกฎหมายโดยจะยกบางช่วงของบทความนั้นมากล่าวอีกครั้ง <strong>“&#8230;ถ้าวัดใดก็ตามได้รับงบอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แล้วได้นำไปดำเนินการเพื่อ “การคณะสงฆ์” หมายถึง งานของคณะสงฆ์ หรือหน้าที่ของคณะสงฆ์ เป็นกิจการขององค์กรปกครองคณะสงฆ์ทุกส่วนและทุกชั้น&nbsp; ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๕ ตรี (๑) และ (๓) และข้อ ๕ แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ.๒๕๔๑) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์&nbsp; กล่าวถึง “การคณะสงฆ์” ไว้อย่างชัดเจนมี ๖ ด้าน คือ </strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>๑) การรักษาความเรียบร้อยดีงาม </strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;๒) การศาสนศึกษา </strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>๓) การศึกษาสงเคราะห์ </strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>๔) การเผยแผ่พระพุทธศาสนา </strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>๕) การสาธารณูปการ </strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>และ ๖) การสาธารณสงเคราะห์ </strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ในกรอบของ ๖ ด้าน ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และกฎมหาเถรสมาคม
ที่กล่าวไปข้างต้นนั้น ประกอบกับท่านไม่มีเจตนาร้ายหรือจิตใจที่ชั่วร้าย (</strong><strong>Mens Rea) หรือในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า “เถยจิต”
ไม่มีจิตคิดจะเอาทรัพย์มาเป็นของตนหรือ ผู้อื่นโดยทุจริต
ก็ถือว่าท่านไม่มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา&#8230;”</strong> <em>(“พูดแทนคณะสงฆ์ งบอุดหนุน พศ.พระธรรมวินัย จารีต
และกฎหมายบ้านเมือง” นสพ.คมชัดลึก ฉบับวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑)</em><em></em></p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="957" height="960" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__8831042.jpg" alt="&quot;พูดแทนคณะสงฆ์ งบอุดหนุน พศ.พระธรรมวินัย จารีต และกฎหมายบ้านเมือง” นสพ.คมชัดลึก ฉบับวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑)" class="wp-image-4523" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__8831042.jpg 957w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__8831042-150x150.jpg 150w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__8831042-300x300.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__8831042-768x770.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__8831042-696x698.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__8831042-419x420.jpg 419w" sizes="auto, (max-width: 957px) 100vw, 957px" /><figcaption>&#8220;พูดแทนคณะสงฆ์ งบอุดหนุน พศ.พระธรรมวินัย จารีต และกฎหมายบ้านเมือง” นสพ.คมชัดลึก ฉบับวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑)</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>นี้คือจารีตหรือหลักในการปฏิบัติของคณะสงฆ์กับรัฐ
กรณีเมื่อได้รับงบอุดหนุนมาเพื่อดำเนินการคณะสงฆ์ ตั้งแต่สมัยกรมการศาสนา
มาจนถึงยุคปัจจุบันคือสำนักงานพุทธฯ ถ้าผิดก็ต้องผิดมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ทางสำนักงานพุทธฯ
ได้แจ้งความดำเนินคดีกับแค่เพียงบางวัดเท่านั้น
การกระทำเช่นนี้เป็นการเลือกปฏิบัติหรือมีแรงจูงใจเบื้องหลังการกระทำดังกล่าวนี้หรือไม่
น่าคิดเหมือนกัน </strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>โดยเฉพาะเมื่อ <strong>ดร.นิยม เวชกามา</strong> ส.ส. จ.สกลนคร
อภิปรายตั้งกระทู้ถามทั่วไป เรื่องความคืบหน้ากรณีเงินทอนวัด
พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานในการดำเนินคดีเงินทอนวัด เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒
&nbsp;ถามรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพุทธฯ มีอยู่ว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; “&#8230;วัดที่ได้เงินเหมือนกัน
วัดพิชยญาติการาม ๑๐ ล้าน, วัดเทพศิรินทราวาส ๑๐ ล้าน, วัดสุทัศนเทพวราราม ๑๐
ล้าน, วัดเทวราชกุญชร ๑๐ ล้าน, วัดบวรนิเวศ ๕ ล้าน, วัดสามพระยา ๕ ล้าน, วัดสัมพันธวง
๒ ล้าน, วัดอรุณราชวราราม ๑๐ ล้าน, วัดกวิศราราม ลพบุรี ๑๐ ล้าน,
แต่วัดที่ถูกดำเนินคดีมีเพียง ๒ วัดคือวัดสามพระยาได้เงินไป ๕ ล้าน
วัดสัมพันธวงศ์ได้เงินไป ๒ ล้าน วันนี้ท่านอยู่ที่แฟรงเฟิร์ตประเทศเยอรมัน </em><em></em></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ผมจึงต้องกราบเรียนว่าวัดที่ถูกดำเนินคดีเป็นแค่
๒ วัด ผมถามคำถามที่หนึ่งเลยว่าแล้ววัดอื่นทำไมไม่ถูกดำเนินคดี&#8230;” </strong></em>และ ดร. นิยม เวชกามา สส. สกลนคร ได้ตั้งคำถามที่สองต่อรัฐสภาว่า<strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <em>“&#8230;คำถามต่อไปนี้มันจะอยู่ในวัดสระเกศครับ&#8230;
เป็นเงินที่สำนักงานพระพุทธศาสนา โดยสำนักงบประมาณนิ จัดสรรให้ ๔ หน่วยงาน
หน่วยงานแรก ซึ่งผิดงบ ผิด พรบ. งบประมาณ ๒๕๐๒ เลย หน่วยงานแรกที่ท่านพูดเมื่อกี้ล่ะ
ป.ป.ช.</em><em>
(สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</em><em>) &nbsp;รับไป ๓,๐๐๐,๐๐๐
ล้าน จากสำนักพุทธฯ นะครับ ก้อนที่สองแบ่งมาในคำสั่งเดียวกันนี่นะ
ให้สำนักงานส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมฯ ชื่อยาวแต่ผมเอาแค่นี้
สำนักงานนี้อยู่ที่วัดสระเกศฯ แต่งตั้งขึ้นโดยมหาเถรสมาคม โดยข้อบังคับข้อกฎหมาย
คนที่เป็นเจ้าอาวาส พระที่เป็นเจ้าอาวาส คือท่านเจ้าคณะนี้ เป็นผู้บังคับบัญชา
ในสำนักงานนี้ </em><em></em></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สำนักงานนี้ได้รับเงินเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา
พัฒนาบุคลากรรวมทั้งพระทั้งโยมด้วย ส่งไปต่างประเทศด้วย ใช้เงินงวดนี้ ๒๐,๙๕๐,๐๐๐
บาท สำนักงานที่สามได้รับงบประมาณเหมือนกัน จากสำนักพระพุทธศาสนา
คือสำนักงานศาลยุติธรรม มีหลักฐานชัดเจน รับไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท สำนักงานอัยการสูงสุด
รับเงินไปจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเหมือนกัน ไปอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท </em><em></em></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ผมจึงเกิดความสงสัยต้องถามเป็นประเด็นข้อที่สองนะ&#8230;สำนักงานเหล่านี้
ยังมีสิทธิรับเงินจากสำนักงานพระพุทธศาสนาด้วยหรือ&#8230;เงินเหล่านี้ไปจากก้อนเดียวกันแต่วัดสระเกศฯ
โดนเลย&#8230;แล้วทำไมจึงดำเนินคดีแต่เฉพาะวัดสระเกศฯ&#8230;” &nbsp;</strong></em><strong><em></em></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>จากประเด็นทั้งสองคำถามที่ ดร. นิยม เวชกามา ส.ส.
สกลนคร ตั้งกระทู้ถามสดท่านรัฐมนตรีในสภาจึงมีประเด็นน่าสนใจดังนี้ </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ประเด็นที่หนึ่ง
การโอนงบประมาณรายจ่าย “ข้ามหน่วยงาน” โดยสำนักงานพุทธฯ โอนให้ ป.ป.ช.</strong><strong>(สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ)</strong><strong> , สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานศาลยุติธรรม
กระทำได้ตามกฎหมายหรือไม่</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มาตรา ๑๘ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๐๒ บัญญัติว่า
“รายจ่ายที่กำหนดไว้สำหรับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจใดตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็ดี
พระราชบัญญัติจ่ายเพิ่มเติมก็ดี
จะโอนหรือนำไปใช้สำหรับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจอื่นมิได้
เว้นแต่จะได้ตราเป็นพระราชบัญญัติ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ดังนั้นวินิจฉัยได้ว่าการโอนงบประมาณรายจ่ายของสำนักงานพุทธฯ
ข้ามหน่วยงานคือโอนงบอุดหนุนให้ ป.ป.ช.(</strong><strong>สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ)</strong><strong>, สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานศาลยุติธรรม
โดยหลักแล้วตามมาตรา ๑๘ จะกระทำมิได้&nbsp;
เว้นแต่การโอนงบดังกล่าวได้มีพระราชบัญญัติให้โอนหรือนำไปใช้ได้
และเมื่อมีพระราชกฤษฎีการวมหรือโอนส่วนราชการเข้าด้วยกัน ฯ </strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ฉะนั้นแล้ว ถ้าการโอนงบอุดหนุนของสำนักงานพุทธฯ
ให้หน่วยงานทั้ง ๓ โดยไม่ได้กระทำตามหลักการของมาตรา ๑๘ ก็ถือว่าการโอนงบอุดหนุนไม่ชอบด้วยกฎหมาย</strong>
<em>(การโอนงบอุดหนุนของสำนักงานพุทธฯ ข้ามหน่วยงานเกิดขึ้นระหว่างปีพ.ศ. ๒๕๕๕ –
พ.ศ.๒๕๕๖ จึงต้องวินิจฉัยตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นคือ พ.ร.บ.
วิธีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒)</em><em></em></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ประเด็นที่สอง</strong>
<strong>ในคำถามงบก้อนแรกทำไมถูกดำเนินการคดีเพียงแค่ ๒ วัด </strong>โดยเฉพาะ<strong>วัดสามพระยา
(มหานิกาย)</strong> เป็นวัดศูนย์กลางการศึกษาบาลี ผลิตเปรียญธรรม ๙ ของคณะสงฆ์ไทย </p>



<p class="wp-block-paragraph">อาตมาจึงตั้งข้อสังเกตว่า <em>การกระทำดังกล่าวนี้มีวาระซ่อนเร้น</em><em>? หรือแรงจูงใจเบื้องหลังไม่ชอบมาพากล ? หรือ ต้องการทำลายตัวบุคคลในคณะสงฆ์หรือไม่ ? </em></p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะวัดอื่น ๆ ที่รับงบอุดหนุนก้อนเดียวกันกลับไม่ถูกดำเนินการอะไรเลย
แต่<strong>พระพรหมดิลก</strong>ถูกดำเนินคดีมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมีโทษจำคุก ๖ ปี </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนในคำถามข้อที่สองคือ
<strong>สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ</strong>
ที่เป็นหน่วยงานเผยแผ่ของคณะสงฆ์เพียงแต่ไปขอใช้สถานที่<strong>วัดสระเกศฯ (มหานิกาย)</strong>
เป็นที่ตั้งสำงานกลาง โดยมหาเถรสมาคมได้มีการ “ออกคำสั่ง”
ให้จัดตั้งขึ้นตามความในมาตรา ๑๕ ตรี (๓) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยมีศูนย์สาขาอยู่ทั่วทุกภูมิภาคและมีเครือข่ายอยู่ทุกจังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และมหาเถรสมาคมได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม
จริยธรรมฯ
เป็นหน่วยงานของคณะสงฆ์ในการสนับสนุนในการดำเนินภารกิจด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก
ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ ๔๑๒/๒๕๕๖ ในคราวประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๐/๒๕๕๖</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>จึงถือว่าสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม
จริยธรรมฯ เป็นหน่วยงานของคณะสงฆ์โดยตรงที่ทำหน้าที่ในการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในนามมหาเถรสมาคม
จึงมีความชอบด้วยกฎหมายที่จะรับงบอุดหนุนจากสำนักงานพุทธฯ แต่กลับต้องถูกดำเนินคดี
ส่วนหน่วยงานราชการอื่นรับงบอุดหนุนจากสำนักงานพุทธฯ ก้อนเดียวกันนี้กลับไม่ถูกดำเนินการใดๆ
เลย</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเด็นที่สาม </strong>ถ้าหน่วยงานทั้ง
๓ ได้รับโอนงบอุดหนุนจากสำนักงานพุทธฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๑๘ พ.ร.บ.
วิธีงบประมาณ ๒๕๐๒ <strong>ด้วยความเคารพ ป.ป.ช.</strong><strong>(สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</strong><strong>) , สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานศาลยุติธรรม
จะสร้างความเชื่อมั่นของความยุติธรรม ต่อวัดที่ถูกดำเนินคดี ณ ตอนนี้ได้อย่างไร </strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพราะหน่วยงานทั้งสามยังรับงบอุดหนุนก้อนเดียวกัน
แต่ไม่ถูกดำเนินคดีใด ๆ เลย แต่ ป.ป.ช. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ)
กลับมาทำหน้าที่เป็นผู้ชี้มูลความผิด พนักงานอัยการทำหน้าที่สั่งฟ้อง
และศาลทำหน้าที่ตัดสินคดีความดังกล่าว &nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเด็นที่สี่ </strong>ถ้าปรากฏว่า ป.ป.ช.(สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) , สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานศาลยุติธรรม
รับงบอุดหนุนนั้นมาจากสำนักงานพุทธฯ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๑๘ พ.ร.บ.
วิธีงบประมาณ ๒๕๐๒ </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หรือบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับงบอุดหนุนครั้งนี้
<strong>“รู้หรือควรจะรู้ ว่าเป็นเงินผิด แต่ก็รับมา”</strong> จะต้องรับโทษตามกฎหมายด้วยหรือไม่
เพราะผู้ที่เซ็นรับงบอุดหนุน หรือผู้ที่มีอำนาจมอบหมาย
ล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านนิติศาสตร์เป็นอย่างดี <strong>&nbsp;“จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่รู้ว่าเป็นเงินผิดจึงรับมา”</strong>
และควรให้ กต., กอ. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงบอุดหนุนครั้งนี้ด้วยหรือไม่
เพราะเป็นเรื่องที่ผิดปกติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>อย่างไรก็ตาม อาตมาไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างความเสียหาย
หรือใส่ร้าย ป้ายสีกับหน่วยงานทั้ง ๓ แต่อาตมาได้พูดตามข้อเท็จจริงประกอบกับข้อกฎหมาย
และตั้งข้อเกตพร้อมคำถามบางประการ
เพื่อถอดบทเรียนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้สังคมได้เรียนรู้ไปด้วยกัน</strong>
(เอกสารรับงบอุดหนุนของทั้ง ๓ หน่วยงาน
ท่านที่สนใจสามารถค้นหาดูรายละเอียดในอินเตอร์เน็ตได้) </p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพราะหน่วยงาน ป.ป.ช.(</strong><strong>สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</strong><strong>) , สำนักอัยการสูงสุด, สำนักงานศาลยุติธรรม คือหน่วยงานที่ผดุงความยุติธรรมให้กับสังคม
แต่กลับมีข้อสงสัยหลายประการเกี่ยวกับการรับงบอุดหนุนจากสำนักงานพุทธฯ ในครั้งนี้
เทียบเคียงข้อเท็จจริงเดียวกันกับงบอุดหนุนที่ ๓ หน่วยงานนั้นรับโอนไปคือ วัดสามพระยา
(มหานิกาย) ก็ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก ๖ ปี ส่วนวัดสระเกศ (มหานิกาย)
กำลังอยู่ในชั้นกระบวนการพิจารณาของศาล </strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อาตมาจึงอยากเห็นสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมค้นหาความจริงพร้อมตรวจสอบประเด็นนี้ไปด้วยกัน และหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้ควรเข้ามาดำเนินการให้กระจ่างโดยเร็ว เพื่อจะได้สร้างความเชื่อมั่นด้านความยุติธรรมให้กับสังคม “อย่าปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวเลย”</strong></p>



<p style="background-color:#e3d4c9" class="has-background has-medium-font-size wp-block-paragraph"><strong>บทความพิเศษ ตอนที่ ๗ </strong> <strong>“สำนักงานพุทธฯ ให้งบอุดหนุน ป.ป.ช., สำนักงานอัยการสูงสุด,</strong> และ <strong>สำนักงานศาลยุติธรรมได้หรือไม่ ? ทำไมวัดรับงบอุดหนุนจึงเป็นคดีความ”</strong> โดย <strong>พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม</strong> <strong>พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์ </strong></p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="960" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307.jpg" alt="พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์ ผู้เขียน" class="wp-image-4470" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307.jpg 960w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307-150x150.jpg 150w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307-300x300.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307-768x768.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307-696x696.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307-420x420.jpg 420w" sizes="auto, (max-width: 960px) 100vw, 960px" /><figcaption> พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์ ผู้เขียน </figcaption></figure>
<p>The post <a href="https://www.manasikul.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%af-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/">บทความพิเศษ ตอนที่ ๗ “สำนักงานพุทธฯ ให้งบอุดหนุน ป.ป.ช., สำนักงานอัยการสูงสุด และ สำนักงานศาลยุติธรรมได้หรือไม่ ? ทำไมวัดรับงบอุดหนุนจึงเป็นคดีความ” โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม</a> appeared first on <a href="https://www.manasikul.com">Manasikul Online</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.manasikul.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%af-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทความพิเศษ ตอนที่ ๖ &#8220;จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ&#8221; และวิเคราะห์ฎีกา ๖๗๘๒/๒๕๔๓ กรณีลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูป พร้อมเสนอการแก้ไขปัญหา ม. ๒๙ พรบ คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม</title>
		<link>https://www.manasikul.com/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%8d/</link>
					<comments>https://www.manasikul.com/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%8d/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[มนสิกุล โอวาทเภสัชช์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Sep 2019 11:40:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Adventure]]></category>
		<category><![CDATA[Authors]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Inner Study]]></category>
		<category><![CDATA[Reviews Dhamma Book : อ่านด้วยใจ]]></category>
		<category><![CDATA[Special Article : บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกธรรมวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[พระใบฏีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม]]></category>
		<category><![CDATA[หมายเหตุพระไตรสรณคมน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.manasikul.com/?p=4622</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนจะอ่านบทความนี้อยากขอให้ย้อนกลับไปอ่าน ๔ ตอนที่ผ่าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.manasikul.com/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%8d/">บทความพิเศษ ตอนที่ ๖ &#8220;จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ&#8221; และวิเคราะห์ฎีกา ๖๗๘๒/๒๕๔๓ กรณีลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูป พร้อมเสนอการแก้ไขปัญหา ม. ๒๙ พรบ คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม</a> appeared first on <a href="https://www.manasikul.com">Manasikul Online</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">

ก่อนจะอ่านบทความนี้อยากขอให้ย้อนกลับไปอ่าน ๔ ตอนที่ผ่านมาในคอลัมน์นี้ เพราะจะทำให้อ่านบทความนี้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาตมาได้เขียนบทความต่อเนื่องมาเป็นตอนที่ ๕ แล้ว ได้กล่าวถึงประเด็น<strong>มาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นของอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม เมื่อได้รับการประกันตัว ยังมีความชอบด้วยพระธรรมวินัย จารีต และกฎหมายบ้านเมืองที่จะใส่จีวรได้ตามปกติเสมือนพระสงฆ์ทั่วไป เพราะยังมีสถานะเป็นพระภิกษุสมบูรณ์ทุกประการ</strong>ดังที่ได้กล่าวใน ๔ ตอนที่ผ่านมา

</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ</strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>และวิเคราะห์ฎีกา ๖๗๘๒/๒๕๔๓ กรณีลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูป</strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>พร้อมเสนอการแก้ไขปัญหา ม. ๒๙ พรบ
คณะสงฆ์ ๒๕๐๕</strong><strong></strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph">โดย <strong>พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์ </strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><em>ติดตามได้ในคอลัมน์ </em><strong> หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ </strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>นสพ. คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒ </strong></p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="640" height="427" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/พระราชอุปเสณาภรณ์.jpg" alt="(ขอขอบคุณภาพจากเนชั่น ) พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ, เลขานุการ สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ, กรรมการ สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ ถูกควบคุมตัวในขณะนั้น)" class="wp-image-4623" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/พระราชอุปเสณาภรณ์.jpg 640w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/พระราชอุปเสณาภรณ์-300x200.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/พระราชอุปเสณาภรณ์-630x420.jpg 630w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption> (ขอขอบคุณภาพจากเนชั่น) พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ, <br>เลขานุการ สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ,<br> กรรมการ สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ  ถูกควบคุมตัวในขณะนั้น</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สำหรับเหตุการณ์จับอดีตกรรมการมหาเถรสมาคมถอดจีวรโดยที่ท่านไม่ได้กล่าวคำลาสิกขาแล้วส่งท่านเข้าเรือนจำ
โดยที่คดีทางโลกยังไม่ถึงที่สุด คดีทางธรรมก็ยังไม่วินิจฉัย ยิ่งทำให้ประโยคที่ว่า
<strong>“พระสงฆ์ถูกละเมิดสิทธิ” </strong>ตอกย้ำให้ชัดขึ้น
เพราะในวงการคณะสงฆ์มีการพูดอยู่เสมอว่าเมื่อบวชมาแล้ว บางครั้งก็ถูกกระทำเสมือนพระภิกษุไม่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเอาเสียเลย
</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ตัวอย่างเช่น</strong>
ตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมก็เหมือนตำแหน่งรัฐมนตรีฯ เราเคยเห็นปรากฏการณ์รัฐมนตรีฯ
๓ คนถูกแจ้งจับพร้อมกันแล้วไม่ให้ประกันตัวส่งเข้าเรือนจำหรือไม่
ปรากฏการแบบนี้ไม่มีเลย หรือแม้แต่คนที่ถูกกล่าวหาทุจริต ฟอกเงิน ฉ้อโกงฯ หลายร้อยล้าน
พันล้าน ตามที่เห็นในข่าวหลายครั้งก็ยังได้รับการประกันตัวให้ไปพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลตามรัฐธรรมนูญ
</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่การปฏิบัติต่ออดีตกรรมการมหาเถรสมาคม
ทั้ง ๓ รูป ถ้าเทียบเคียงในข้อเท็จจริงที่เหมือนกัน แต่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ
ซึ่งในตอนนี้อาตมาจะได้กล่าวถึง ๓ ประเด็น ดังนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344-339x1024.jpg" alt="“ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม”  นุ่งห่มจีวรหลังออกจากเรือนจำ  กับ “พระพิมลธรรมโมเดล” พระธรรมวินัย จารีต และกฎหมายบ้านเมือง โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒) " class="wp-image-4284" width="514" height="1552" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344-339x1024.jpg 339w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344-99x300.jpg 99w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_290820194344-139x420.jpg 139w" sizes="auto, (max-width: 514px) 100vw, 514px" /><figcaption>“ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม” นุ่งห่มจีวรหลังออกจากเรือนจำ กับ “พระพิมลธรรมโมเดล” <br>พระธรรมวินัย จารีต และกฎหมายบ้านเมือง โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม <br>จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์<br> (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒) </figcaption></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ประเด็นที่หนึ่ง
จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ คือ มุ่งคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม </strong>กล่าวคือ
มาตราของรัฐธรรมนูญที่มุ่งคุ้มครองสิทธิของอดีตกรรมการมหาเถรสมาคมในการได้รับการประกันตัว
ไม่ใช่จับถอดจีวรโดยไม่กล่าวคำลาสิกขาแล้วส่งเข้าเรือนจำอย่างที่ทำอยู่ปัจจุบันนี้
&nbsp;หรือเมื่อได้รับการประกันตัวความชอบธรรมในการใส่จีวร
&nbsp;จากหนังสือ <strong>“ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร”</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>มาตรา
๔</strong> <strong>วรรคแรก</strong> “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ
และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง” <strong>วรรคสอง</strong> “ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตาม
รัฐธรรมนูญเสมอกัน” <strong>ความมุ่งหมายคือ กำหนดหลักประกันเพื่อคุ้มครองความ
เท่าเทียมกันของบุคคล สิทธิและ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของบุคคลและปวง ชนชาวไทย</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>มาตรา
๒๙ วรรคสาม</strong> “ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลย ไม่มีความผิด
และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้ กระทำความผิด
จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิด มิได้” <strong>ความมุ่งหมายคือ เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิและ
เสรีภาพขั้นพื้นฐานของบุคคลใน กระบวนการยุติธรรมทางอาญา</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>มาตรา
๖๗ วรรคแรก</strong> “รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครอง พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น”&nbsp; <strong>วรรคสอง</strong> “ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน&#8230;และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด
และพึงส่งเสริมให้ พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย”
<strong>ความมุ่งหมายคือ กำหนดหลักการในเรื่องความสัมพันธ์
ระหว่างรัฐและพระพุทธศาสนาและ ศาสนาอื่น </strong><strong></strong></p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="552" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-1024x552.jpg" alt="&quot;การลาสิกขาตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕&quot; จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม" class="wp-image-4377" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-1024x552.jpg 1024w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-300x162.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-768x414.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-696x375.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-1068x576.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_0509201933-1-779x420.jpg 779w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>&#8220;การลาสิกขาตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕&#8221; <br>จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์ <br>นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒  โดย   พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม </figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong> อดีตกรรมการมหาเถรสมาคมพร้อมเจ้าคุณอีกหลายรูปย่อมได้รับความคุ้มครองในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เสมือนประชาชนทั่วไปอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน ตามมาตรา ๔</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong> </strong>แม้ว่าจะถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาแต่ถ้าคดียังไม่ถึงที่สุดให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าท่านคือผู้บริสุทธิ์และห้ามปฏิบัติกับท่านเสมือนผู้กระทำความผิด ตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง&nbsp; และในรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๖๗ ยังได้บัญญัติเฉพาะเจาะจงในเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาอีกว่ารัฐต้องคุ้มครองและปกป้องพระพุทธศาสนา </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดังนั้น
อาตมาเห็นว่าอดีตกรรมการมหาเถรสมาคมพร้อมเจ้าคุณอีกหลายรูปไม่ควรถูกปฏิบัติด้วยวิธีการจับถอดจีวรโดยไม่กล่าวคำลาสิกขาและส่งเข้าเรือนจำ
หรือเมื่อได้รับการประกันตัวก็ย่อมมีสิทธิใส่จีวรได้ตามปกติวิสัยเหมือนพระสงฆ์ทั่วไปได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา
๔ มาตรา ๒๙ วรรคสอง ประกอบกับมาตรา ๖๗</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="416" height="1024" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-416x1024.jpg" alt="“การใช้ดุลยพินิจให้สละสมณเพศ&quot;ตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์”   จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์  นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒  โดย   พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม  " class="wp-image-4439" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-416x1024.jpg 416w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-122x300.jpg 122w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-768x1889.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-696x1712.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-1068x2626.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933-171x420.jpg 171w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1209201933.jpg 1616w" sizes="auto, (max-width: 416px) 100vw, 416px" /><figcaption>“การใช้ดุลยพินิจให้สละสมณเพศ&#8221;ตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์”   <br>จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์  <br>นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒  โดย   พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม  </figcaption></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ในประเด็นนี้เมื่อไปค้นดูข้อเท็จจริงเทียบเคียงกัน
ปรากฏว่าโทษหนักกว่านี้ ความเสียหายมากกว่านี้ ยังได้รับการประกันตัว
ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับอดีตกรรมการมหาเถรสมาคมกับเจ้าคุณอีกหลายรูป
อาตมาจึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นกลไกหรือบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา
หรือเป็นกระบวนการมุ่งทำลายตัวบุคคลในคณะสงฆ์ หรือไม่ </strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ประเด็นที่สอง
วิเคราะห์ฎีกา ๖๗๘๒/๒๕๔๓ กรณีการลาสิขาต่อหน้าพระพุทธรูป </strong>เหตุผลที่อาตมายกฎีกานี้ขึ้น
เพราะมีคนบางกลุ่มได้นำฎีกานี้มาเทียบเคียงกรณีของอดีตกรรมการมหาเถรสมาคมว่าเมื่อได้รับการประกันตัวแล้ว
ไม่มีสิทธิใส่จีวร เพราะความเป็นพระหมดไปแล้ว ซึ่งฎีกานี้กับข้อเท็จจริงของอดีตกรรมการมหาเถรสมาคมมันคนละประเด็นกันเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>สาระสำคัญของฎีกานี้คือ
พระภิกษุต้องสละสมณเพศตามมาตรา ๒๙ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
จึงกลับมาใส่จีวรอีกจึงไม่ผิดตาม ปอ.มาตรา ๒๐๘ เพราะขาดเจตนา
ยังเข้าใจว่าตนยังไม่ขาดจากความเป็นพระภิกษุ ซึ่งในฎีกานี้จะกล่าวมีอยู่ ๒ ประการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ประการที่หนึ่ง
</strong>ฎีกานี้มันคนละข้อเท็จจริงกับกรณีของอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม เพราะฎีกานี้ได้มีการให้พระภิกษุนั่งต่อหน้าพระพุทธรูป
พร้อมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรับรู้ด้วย และให้กล่าวคำลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูปบนโรงพัก
ส่วนข้อเท็จจริงของอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม คือ
ท่านถูกจับถอดจีวรโดยไม่ได้กล่าวคำลาสิกขา แล้วใส่ชุดขาวเข้าไปอยู่ในเรือนจำ จึงไม่สามารถนำฎีกานี้มาเทียบเคียงเพื่อไม่ให้อดีตมหาเถรสมาคมใส่จีวรไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประการที่สอง ด้วยความเคารพต่อศาลฎีกา อาตมาไม่เห็นด้วยกับฎีกานี้ในประเด็นเรื่องการลาสิกขา</strong> กล่าวคือ ตามฎีกานี้ได้นำพระภิกษุที่ถูกกล่าวหาไปหาเจ้าอาวาส
แล้วเจ้าอาวาสไม่ทำการลาสิกขาให้ จึงนำตัวมาที่โรงพัก
ให้พระภิกษุกล่าวคำลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูปโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยานและรับรู้ด้วย
ในฎีกานี้ได้อธิบายไปอีกว่าได้ทำตามกระบวนของพระธรรมวินัย
ได้กล่าวคำลาสิกขาต่อหน้าผู้รู้ความ กล่าวคือ กล่าวคำลาสิกขาต่อหน้าผู้มีสติรู้ได้ถึงความหมายของคำกล่าวลาสิกขานั้น
</p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="943" height="1024" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--943x1024.jpg" alt="“วิพากษ์ แนวคิดการสละสมณเพศ มาตรา ๒๙ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕   ของ พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กับกรณีรัฐมนตรีฯ ให้สัมภาษณ์”   จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์   นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๙กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒  โดย   พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม   " class="wp-image-4552" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--943x1024.jpg 943w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--276x300.jpg 276w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--768x834.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--696x756.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--1068x1160.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_1909201977--387x420.jpg 387w" sizes="auto, (max-width: 943px) 100vw, 943px" /><figcaption> “วิพากษ์ แนวคิดการสละสมณเพศ มาตรา ๒๙ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ 
 ของ พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กับกรณีรัฐมนตรีฯ ให้สัมภาษณ์” 
 จากคอลัมน์ หมายเหตุพระไตรสรณคมน์ หน้าพระไตรสรณคมน์  
นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๑๙กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒  โดย   พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม   
</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การลาสิกขาในฎีกานี้ถือว่าเป็นการสละสมณเพศตามกฎหมาย
(ม.๒๙) และเป็นไปตามกระบวนการของพระธรรมวินัย แต่การลาสิกขาดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามจารีตของคณะสงฆ์
หรือวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของสังคมไทยที่ถือปฎิบัติกันมาแต่โบราณกาล เพราะในทางคณะสงฆ์ในบริบทของสังคมไทยยึดถืออยู่
๓ หลักการใหญ่ด้วยกันคือ พระธรรมวินัย จารีต และกฎหมายบ้านเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>เพราะในทางจารีตคณะสงฆ์
เวลาทำการลาสิกขาจะกล่าวคำลาสิกขาต่อหน้าพระภิกษุด้วยกันเท่านั้น&nbsp; การทำการลาสิกขาต่อหน้าฆราวาส
ไม่นับว่าเป็นการลาสิกขาตามจารีตคณะสงฆ์ไทย</strong>
ซึ่งเรื่องนี้อาตมาได้อธิบายไว้ในบทความก่อนหน้านี้ไว้อย่างละเอียดแล้ว </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา
คือ <strong>ศาสตราจารย์ (พิเศษ) จำนงค์ ทองประเสริฐ</strong> ราชบัณฑิต
ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เหมือนกันว่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="alignright is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/69939368_398206700883925_4872378086479364096_o22-705x1024.jpg" alt=" ศาสตราจารย์ (พิเศษ) จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต  " class="wp-image-4628" width="316" height="458" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/69939368_398206700883925_4872378086479364096_o22-705x1024.jpg 705w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/69939368_398206700883925_4872378086479364096_o22-206x300.jpg 206w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/69939368_398206700883925_4872378086479364096_o22-768x1116.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/69939368_398206700883925_4872378086479364096_o22-696x1011.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/69939368_398206700883925_4872378086479364096_o22-289x420.jpg 289w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/69939368_398206700883925_4872378086479364096_o22.jpg 797w" sizes="auto, (max-width: 316px) 100vw, 316px" /><figcaption> ศาสตราจารย์ (พิเศษ) จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต  </figcaption></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; “ในประเทศไทยถือกันมาว่า
การลาสิกขาจะทำต่อหน้าพระภิกษุด้วยกันเท่านั้น จะทำต่อหน้าฆราวาส เช่น ตำรวจ
หรือบุคคลอื่นใด ไม่นับว่าเป็นการลาสิกขา
ก่อนลาสิกขาต้องแจ้งพระอุปัชฌาย์ให้อนุญาตก่อน
ถ้าพระอุปัชฌาย์ไม่อยู่ก็เป็นอาจารย์ผู้ปกครอง ถ้ามิเช่นนั้น ก็ถือว่าหนีสึก
เอาผ้าจีวรไปฝากไว้ตามเจดีย์ ตามต้นโพธิ์”</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>สำหรับข้อดีของประเด็นนี้คือพระภิกษุที่ถูกกล่าวหาได้สละสมณเพศมาตรามาตรา
๒๙ เพื่อดำเนินตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม และได้ทำตามขั้นตามพระธรรมวินัย </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ผลกระทบที่ตามมาจะเป็นเหมือนที่ได้เคยอธิบายไว้ในบทความก่อนหน้านี้คือคณะกรรมาธิการที่ร่าง
พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ ได้กล่าวไว้ในชั้นกรรมาธิการเกี่ยวกับมาตรา ๒๙ นี้ว่า “<strong>ผมเป็นห่วงอยู่ว่า
ตามที่ท่านประธานร่างมานั้นพนักงานสอบสวนมีอำนาจมากเกินไป ผมอยากจะขอให้ลดลงอีก” </strong>ซึ่งจะทำให้ฆราวาสทำการลาสิกขาพระภิกษุได้
และเป็นการเปิดช่องโหว่ให้พระสงฆ์ถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งเห็นได้จากอดีตที่ผ่านมากรณีของพระพิมลธรรมที่ถูกกลั่นแกล้งตามมาตรา
๒๙ นี้ และที่สำคัญเป็นการทำลายจารีตสงฆ์ และวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทยให้สูญสิ้นไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>อาตมาตั้งคำถามง่าย
ๆ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ท่านที่เคยอุปสมบทเวลาท่านจะลาสิกขาท่านกล่าวคำลาสิกขาต่อหน้าหมู่สงฆ์หรือต่อหน้าฆราวาส
</strong><strong>?</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ประเด็นที่สาม
เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>มาตรา ๒๙ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ นี้
จากที่อาตมาเขียนมาจนถึงตอนนี้จะกล่าวถึงเพียงแต่ปัญหาการบังคับใช้ที่เกิดจากมาตรานี้เท่านั้น
แต่ถ้ามองอีกมุมมาตรานี้ก็มีจุดดีที่เกื้อกูลพระธรรมวินัยเหมือนกัน เช่น ให้พระภิกษุผู้ถูกกล่าวหาต้องสละสมณเพศ
ซึ่งในทางพระธรรมวินัยหากพระภิกษุรูปใดล่วงละเมิดพระธรรมวินัยก็มีบทลงโทษถึงขั้นให้ลาสิกขาเช่นกัน
แต่มันเกิดปัญหาตรงที่การดำเนินกระบวนการของเจ้าหน้าที่เท่านั้นคือคดีทางโลกก็ยังไม่ถึงที่สุด
คดีทางธรรมก็ยังไม่ตัดสิน แต่ก็ให้สละสมณเพศเสียแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หรือมาตรา
๒๙
ได้ให้อำนาจเจ้าอาวาสสามารถนำตัวพระภิกษุผู้ถูกกล่าวหาไปอยู่ในความอารักขาของตนเองได้ในฐานะผู้ปกครอง
หรือเป็นพระอาจารย์ ซึ่งวิถีเช่นนี้ก็สอดคล้องกับทางปฏิบัติของพระธรรมวินัยที่ให้ไปอยู่ในความดูแลของอุปัชฌาย์หรือผู้เป็นพระอาจารย์
แต่ปัญหามันเกิดตรงที่มาตรานี้ดูเหมือนจะให้เจ้าอาวาสขอตัวพระภิกษุที่ถูกกล่าวหาไว้ได้
แต่สุดท้ายผู้ที่จะตัดสินใจว่าให้สละสมณเพศหรือไปอยู่ในความอารักขาของเจ้าอาวาส คือพนักงานสอบสวนแต่เพียงผู้เดียว
</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และข้อดีอีกประการหนึ่งของมาตรานี้คือ
พระภิกษุผู้ถูกกล่าวหาสามารถขอประกันตัวได้ตามมาตรานี้
เพียงแต่เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เท่านั้นเอง
ซึ่งอาตมาจะขอเสนอแนวทางการแก้ปัญหาของมาตรา ๒๙ มีดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>๑.
เสนอแนวทางที่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย โดยไม่ต้องไปยุ่งยากในการแก้ไขเนื้อหาของมาตรานี้</strong>
คือ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม พนักงานสอบควรใช้ดุลยพินิจให้พระภิกษุได้รับการประกันตัว
หรือให้ไปอยู่ในความอารักขาของเจ้าอาวาส
เมื่อคดีถึงที่สุดหรือทางคณะสงฆ์ได้ตั้งคณะพระวินัยธรขึ้นมาเพื่อวินิจฉัย
ถ้าปรากฎว่าพระภิกษุรูปนั้นกระทำความผิดจริงก็ให้ลาสิกขาและรับโทษตามนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ถ้าเป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้าเห็นได้ชัดเจนมีหลักฐานพยานพร้อม
และความผิดนั้นเป็นอาญาแผ่นดิน หรือเป็นความผิดปาราชิก
ตรงนี้อาตมาเห็นด้วยที่พนักงานสอบสวนจะใช้ดุลยพินิจให้พระภิกษุรูปนั้นลาสิกขาตามมาตรา
๒๙ แต่ก็ควรนำพระภิกษุรูปนั้นไปพบเจ้าอาวาสเสียก่อน
พนักงานสอบสวนไม่ควรที่จะดำเนินการโดยพลการ
เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๗/๑
ให้สิทธิผู้ถูกจับขอเจอใครก่อนก็ได้ </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การให้ไปพบเจ้าอาวาสเพื่อให้ท่านได้สอบถามพระภิกษุรูปดังกล่าวว่าได้ทำผิดจริงไหม
หรือย่างไร เป็นการปิดช่องโหว่ในกรณีที่เจ้าหน้าที่อาจจะใช้อำนาจตามอำเภอใจให้พระภิกษุรูปนั้นลาสิกขาก็ได้
พร้อมให้เป็นไปตามครรลองคลองธรรม จารีตอันดีงามของคณะสงฆ์และสังคมไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<strong>๒. เสนอแนวทางที่แก้ไขปัญหาระยะยาว </strong>คือ
แก้ไขเนื้อหามาตรา ๒๙ นี้เพื่อลดอำนาจของพนักงานสอบสวน
ปิดช่องโหว่การใช้อำนาจตามอำเภอใจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำแนะนำของคณะกรรมาธิการร่าง
พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ นี้ ซึ่งอาตมาสนใจเนื้อหาใน ร่าง พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ฉบับมหาคณิสร
(ตอนนี้ค้างอยู่ในสภา) ได้ร่างมาตรานี้ วางแนวทางการดำเนินการไว้อย่างชัดเจน
ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; “พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา
เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว
ให้เจ้าอาวาสวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัด หรือผู้บังคับบัญชาเหนือตน แล้วแต่กรณี
รับมอบตัวไว้ควบคุม</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถ้าเจ้าอาวาสวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัด
หรือผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่ยอมรับมอบตัวไว้ควบคุม
หรือพนักงานสอบสวนและเจ้าอาวาสวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัด
หรือผู้บังคับบัญชาเหนือตน แล้วแต่กรณี เชื่อว่าพระภิกษุรูปนั้นจะหลบหนี
หรือพระภิกษุรูปนั้นไม่ได้สังกัดวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การสละสมณเพศตามความในวรรคก่อน
เมื่อปรากฏว่าพระภิกษุรูปนั้นมิได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาและในระหว่างเวลาที่ถูกให้สละสมณเพศยังปฏิบัติตนอยู่ในพระธรรมวินัยให้ถือว่าพระภิกษุรูปนั้นไม่ขาดจากความเป็นพระภิกษุ”</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>หรือควรมีคุกสงฆ์หรือไม่ กล่าวคือ
ไม่ใช่รูปแบบคุกหรือเรือนจำที่เราเข้าใจกัน
แต่ควรเป็นสถานที่สักแห่งที่สับปายะเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม อาจจะเป็นตามป่าเขาที่ไหนสักแห่ง
เป็นสถานที่กักบริเวรสำหรับพระภิกษุที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาแต่ไม่ได้รับการประกันตัว
เมื่อศาลตันสินคดีถึงที่สุดว่าท่านผิดก็ค่อยให้ท่านลาสิกขาไปรับโทษเข้าเรือนจำตามปกติ
ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ก็ถือว่าสอดคล้องกับหลักการทางพระพุทธศาสนาว่าด้วยเรื่องของปริวาสกรรม
(เป็นสถานที่กักบริเวรในกรณีที่ศาลไม่ให้ประกันตัวเท่านั้น
แต่เมื่อต้องรับโทษจริงก็ลาสิกขาเข้าเรือนจำตามปกติ)</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยจะมีศาลสงฆ์
ที่ไว้ตัดสินคดีเฉพาะข้อพิพาททางพระพุทธศาสนาเท่านั้น
ให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งทางพระธรรมวินัย และกฎหมาย
ได้ทำงานร่วมกันเพื่อระงับอธิกรณ์ที่เกิดขึ้นในทางพระพุทธศาสนา </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เรื่องคุกสงฆ์หรือศาลสงฆ์ในสังคมไทยก็ได้มีการพูดกันในวงวิชาการมานานแล้ว
แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้นสักที
และถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมาทำวิจัยศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง
เพื่อนำมาปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมเสียที </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ในประเด็นเรื่องศาลสงฆ์นี้
อาตมาเห็นว่าถ้าไม่สามารถมีศาลสงฆ์ได้ ก็ให้มีในรูปแบบคณะกรรมการก็ได้
หรือนำกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม
ซึ่งมีตั้งแต่ชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์ และชั้นฏีกา มาพัฒนาต่อยอดให้เป็นรูปธรรมและให้กระบวนการทำงานเข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อย่างไรก็ตาม
บทความนี้จะเป็นตอนสุดท้ายที่กล่าวถึงมาตรา ๒๙ นอกจากจะมีประเด็นไหนโผล่ขึ้นมา
ทำให้สังคมเกิดความสับสน อาตมาถึงจะย้อนกลับมาเขียนในประเด็นนี้อีก เพื่อเป็นการให้ความรู้และถอดบทเรียนให้สังคมได้เรียนรู้ไปด้วยกัน
และอาตมาขอสรุปจบมาตรา ๒๙ ด้วยนิทาน เรื่องดังต่อไปนี้ </p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>“มีอาจารย์ท่านหนึ่งสอนวิชาดีดลูกกวาดให้กับลูกศิษย์
และลูกศิษย์คนนี้ร่ำเรียนจนเชี่ยวชาญและเก่งในวิชาดีดลูกกวาด
อาจารย์จึงปล่อยให้ลูกศิษย์กลับบ้านเพื่อไปทำมาหากิน
เมื่อลูกศิษย์คนนี้กลับถึงบ้าน จึงเกิดอาการร้อนวิชา
อยากลองวิชาที่ตนเองร่ำเรียนมา แต่ก็ยังหาที่ลองวิชาดีดลูกกวาดไม่ได้</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หากจะลองวิชาใส่คนทั่ว
ๆ ไป ก็ไม่กล้าเพราะเดี๋ยวผิดอาญาแผ่นดินเป็นคดีความติดคุก
เมื่อมองไปเห็นวัวก็ไม่กล้าลองวิชาอีก เพราะผิดกฎหมายที่ไปทำลายสัตย์ของคนอื่นต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนอีก
</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ในระหว่างนั้นมีพระภิกษุรูปหนึ่งเดินมาพอดี
จึงคิดว่าน่าจะเหมาะแก่การลองวิชาดีดลูกกวาด เพราะเห็นว่าพระภิกษุไม่มีญาติพี่น้อง
ไม่มีราคา คงไม่กล้ามาต่อสู้หรือโต้แย้ง มีปากมีเสียงอะไร หรือถ้ามีสังคมก็จะประนามพระภิกษุรูปนั้นเองว่าเป็นพระอย่าไปยึดติด
ต้องปล่อยวาง ต้องให้อภัย แม้จะเป็นการปกป้องสิทธิของตนก็ตาม&nbsp; จึงตัดสินใจลองวิชากับพระภิกษุรูปนี้ ด้วยการดีดลูกกวาดใส่พระภิกษุรูปดังกล่าวจนหูทะลุในที่สุด”
</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
การได้ร่ำเรียนศิลปวิทยามีความรู้ เป็นเรื่องที่ดี
แต่ต้องนำความรู้นั้นไปใช้ในทางกุศล หรือประกอบการงานทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยสัมมาอาชีวะ
แต่ในทางกลับกันถ้าใช้ความรู้ความสามารถนั้นไปกลั่นแกล้ง
หรือทำให้เกิดโทษต่อบุคคลอื่นก็ย่อมได้รับผลกรรมนั้น </p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า
<strong>สานิ กมฺมานิ นยนฺติ ทุคฺคตึ กรรมชั่วของตนเอง ย่อมนำไปสู่ทุคติ</strong></p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="864" height="1024" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-864x1024.jpg" alt="&quot;จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ&quot; และวิเคราะห์ฎีกา ๖๗๘๒/๒๕๔๓ กรณีลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูป พร้อมเสนอการแก้ไขปัญหา ม. ๒๙ พรบ คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒ " class="wp-image-4718" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-864x1024.jpg 864w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-253x300.jpg 253w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-768x910.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-696x825.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-1068x1266.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019123-354x420.jpg 354w" sizes="auto, (max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption>&#8220;จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ&#8221; และวิเคราะห์ฎีกา ๖๗๘๒/๒๕๔๓ กรณีลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูป <br>พร้อมเสนอการแก้ไขปัญหา ม. ๒๙ พรบ คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม<br> (หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒ )</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<em>&nbsp; สำหรับตอนต่อไปจะกล่าวถึงเรื่องสำนักงานพุทธฯ โอนงบให้ ป.ป.ช., สำนักงานศาลยุติธรรม, และสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าชอบด้วย พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ, พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ฯ หรือไม่ และการดำเนินการของสำนักงานพุทธฯ ต่อคณะสงฆ์ ตลอดถึงเรื่องกระบวนการยุติธรรมทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา</em></p>



<p style="background-color:#493530" class="has-text-color has-background has-medium-font-size has-very-light-gray-color wp-block-paragraph"><strong>บทความพิเศษตอนที่ ๖ </strong> &#8220;<strong>จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ</strong> <strong>และวิเคราะห์ฎีกา ๖๗๘๒/๒๕๔๓ กรณีลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูป</strong> <strong>พร้อมเสนอการแก้ไขปัญหา ม. ๒๙ พรบ คณะสงฆ์ ๒๕๐๕</strong>&#8221; โดย <strong> พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม</strong> พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์  จากคอลัมน์ <strong>หมายเหตุพระไตรสรณคมน์  (นสพ.คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒) </strong></p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="960" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307.jpg" alt="พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์ ผู้เขียน" class="wp-image-4470" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307.jpg 960w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307-150x150.jpg 150w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307-300x300.jpg 300w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307-768x768.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307-696x696.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/S__5849307-420x420.jpg 420w" sizes="auto, (max-width: 960px) 100vw, 960px" /><figcaption> พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม พระธรรมทูต ประเทศสกอตแลนด์ ผู้เขียน </figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="671" height="1024" src="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019-671x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4720" srcset="https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019-671x1024.jpg 671w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019-196x300.jpg 196w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019-768x1173.jpg 768w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019-696x1063.jpg 696w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019-1068x1631.jpg 1068w, https://www.manasikul.com/wp-content/uploads/2019/09/09KLE6S1_26092019-275x420.jpg 275w" sizes="auto, (max-width: 671px) 100vw, 671px" /></figure>
<p>The post <a href="https://www.manasikul.com/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%8d/">บทความพิเศษ ตอนที่ ๖ &#8220;จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ&#8221; และวิเคราะห์ฎีกา ๖๗๘๒/๒๕๔๓ กรณีลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูป พร้อมเสนอการแก้ไขปัญหา ม. ๒๙ พรบ คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ โดย พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม</a> appeared first on <a href="https://www.manasikul.com">Manasikul Online</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.manasikul.com/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
